โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
1 คะแนน
 
โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15
 
ผู้ชนะสิบทิศ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ งานประพันธ์ชิ้นเอกของ ยาขอบ กล่าวถึงเรื่องราวของนักรบผู้หนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ชนะสิบทิศ" นั่นคือ พระเจ้าบุเรงนองแห่งกรุงหงสาวดี นวนิยายได้รับความนิยมมากและถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครเวที ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ หลายครั้ง รวมถึงมีการประพันธ์เพลง ผู้ชนะสิบทิศ ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายด้วย
คะแนน: 1 ชอบ, 0 ไม่ชอบ

tag: คลิปวีดีโอ นวนิยาย นักรบ บันเทิง ประวัติศาสตร์ ผู้ชนะสิบทิศ ยาขอบ เรื่องราว

ประเภท: บันเทิง
12 บทวิจารณ์  |  428 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
วีดีโอคลิป
URL  
Embed  
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
นิยายที่มีเนื้อหาประโลมโลกขนาดยาว เริ่มด้วยเค้าความจริงจากประวัติศาสตร์พม่า มหาราชพม่าพระองค์หนึ่งมีพื้นตระกูลกำเนิดสามัญชน จากนั้นสร้างเรื่องให้แม่ของตัวเอกคือ จะเด็ด เป็นบุตรของพระนมลูกหลวง จึงพลอยได้สมาคมกับพระราชวงศ์ นับแต่ร่วมน้ำนมกับมังตราราชบุตรและตะละแม่จันทรา พระราชธิดา ต่อมาเป็นดั่งดวงใจจะเด็ด ฉากของเรื่องมีสามเมืองใหญ่ที่ถูกผูกเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องกัน ด้วยการเมือง การรบ ความแค้นและความรัก คือตองอู เมืองพม่าอันมีจะเด็ดเป็นหนึ่งในตองอู กับเมืองแปรและเมืองหงสาวดีอันเป็นเมืองมอญ ตองอูนั้นสร้างด้วยสามเกลอร่วมใจกัน คือ มังสินธุ ขุนพลผู้ออกบวช ภายหลังเป็นมหาเถรกุโสดออาจารย์ของจะเด็ด,ทะกะยอดิน ขุนพลผู้พอใจเป็นขุนวัง และเมงกะยินโย ขุนพลผู้ยกเศวตฉัตรเหนือตองอู มีพระราชธิดา เกิดแต่พระอัครมเหสีนามว่า ตะละแม่จันทรา มีพระราชโอรสเกิดด้วยพระมหาเทวีเป็นรัชทายาทนามว่า มังตรา ส่วนจะเด็ดเป็นลูกคนปาดตาลที่แม่ชื่อ นางเลาชี ซึ่งมหาเถรกุโสดอ ถวายคำแนะนำกษัตริย์ตองอู รับเป็นพระนมของมังตราและจันทรา ฝ่ายเมืองแปร หญิงผู้เป็นแสนรักของจะเด็ดอีกคนเกิดที่นี่ นามตะละแม่กุสุมา พระธิดาพระเจ้าเมืองแปรหรือพระเจ้านรบดี ผู้ครองหงสาวดีคือพระเจ้าสการะวุตพี มีอนุชาชื่อสอพินยา ซึ่งมีบริวารนามว่าไขลู ตัวละครนี้ ยาขอบรักที่สุด เพราะจะสร้างพระเอกอย่างจะเด็ดเท่าไร สร้างได้ไม่ยากนัก แต่จะสร้างคนชั่วช้าอย่างไขลูสร้างได้ยาก ตัวละครในผู้ชนะสิบทิศ มีเป็นอันมากและเวลาในเรื่องกินเวลายาว กระนั้น การที่คนอ่านตราตรึงไม่เพียงบทของตัวละครเอก ยังแผ่ใจจดจำตัวประกอบรองๆ ไม่สับสนหลงลืม เพราะผู้ประพันธ์กำหนดบทบาทและบุคลิกภาพของตัวละครชัดเจน กินใจเป็นกระพี้ที่สำคัญต่อแก่นประสมประสานเป็นองค์เอกภาพเดียวกัน
จะเด็ดเจ้าชู้และเป็นชายชาตรีลูกคนธรรมดา เกือบจะพิมพ์เดียวกับขุนแผน ขณะที่ขุนแผนใช้เวทมนตร์และวิ่งหาความรัก ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตรักโดยเฉพาะชีวิตครอบครัว ส่วนบทบาทของขุนแผนในทางสังคมก็เพียงขุนนางชาวบ้าน ผู้จงรักภักดี แต่จะเด็ดหนุ่มรูปงามคารมดี มิได้ใช้เวทมนตร์ใด หากกิริยาวาจานั้นกำใจทั้งสาวๆ ตัวละครและทั้งคนอ่าน แม้ผู้หญิงตามปกติไม่เห็นใจชายเจ้าชู้ ทว่าจะเด็ดดูว่าเป็นข้อยกเว้น เพราะเคลิ้มตนด้วยความอยากจะเป็นตะละแม่สักนางหนึ่งเมื่อจะเด็ดอ้อนรำพัน "ข้าพเจ้ารักจันทราด้วยใจภักดิ์ แต่รักกุสุมาด้วยใจปอง" ซึ่งหัวใจจะเด็ดยังกว้างเหมือนมหาสมุทรที่ไม่เลือกเรือสำหรับหญิงอื่นๆ อีกด้วย นอกจากนี้จะเด็ดยังมีความภักดิ์ดีต่อราชบัลลังค์ยิ่งทั้งยังเป็นคนหยิ่งใน ศักดิ์ศรี เมื่อเกิดในแผ่นดินใดแล้วก็ปรารถนาแทนคุณแผ่นดินนั้นจนตัวตาย ดังเช่นเคยกล่าวกับกุสุมาว่า "รักสตรีข้าพเจ้ารักได้หลายนาง แต่เมืองมาตุภูมินั้นจะรักไว้แต่เมืองเดียว" ในความเป็นสามัญชนของจะเด็ดยังแตกต่างจากขุนแผน ที่เป็นเพียงข้าผู้ภักดีในฐานะขุนนาง ทว่าจะเด็ดไม่เพียงเด็ดดอกฟ้าโดยเป็นสวามีพระพี่นางของมังตรา หากสิ้นมังตรายังขึ้นเป็นจอมคนของทั้งแผ่นดิน ผู้ชนะสิบทิศ คุณค่าของผู้ชนะสิบทิศ นอกจากความเริงรมย์ อรรถรสทางภาษาที่ไม่เหมือนใครมีความไพเราะงดงามยังเป็นค่าควรเมือง การสรรค์สร้างผลงานนี้แม้จะมีเค้าของวรรณคดีดั้งเดิม แต่การพลิกปลายปากกาในอีกมุมใหม่เป็นเยี่ยงและอย่างของการอนุรักษ์กับพัฒนา ที่ทำอย่างสมน้ำสมเนื้อ
เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

โปสเตอร์หนัง
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

อีกใบ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

..
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

...
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

....
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

“.....ข้าพเจ้ารักจันทราด้วยใจภักดิ์ แต่รักกุสุมาด้วยใจปอง…”
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

...........
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย dearz เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
Happy old year
ข้าจะเผาเมืองแป ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15
."บุเรงนองกยอดินนรธา"นั้น เดิมทีเป็นลูกของคนปาดตาลในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของเมืองบากานหรือพุกามบิดา ชื่อ "สีคะสุ" เด็กชายผู้นี้เมื่อแรกเกิดใหม่ๆนั้นได้มีปลวกขาวมาไต่อยู่โดยรอบเป็นที่น่า อัศจรรย์ มารดาและบิดาจึงตั้งชื่อว่า"หม่องจาเด็ต"อันหมายถึงปลวกขาวนั่นเอง พุกามตอนนั้นมีสภาพแห้งแล้งมากในที่สุดมารดาและบิดาของหม่องจาเด็ตก็ต้อง ย้ายครอบครัวลงใต้มาอาศัยอยู่ที่เมืองตองดวิงจี วันหนึ่งขณะที่บิดากำลังขึ้นไปปาดตาลนั้น มารดาก็ได้วางจะเด็ตไว้บนพื้นเพื่อไปทำธุระอย่างอื่น พลันก็เกิดปาฏิหาริย์จนชาวบ้านแตกตื่นไปทั่ว เมื่อมีพญางูใหญ่ตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากไหนไม่มีใครรู้และได้ไปขดตัวอยู่ รอบๆทารกน้อยเพื่อป้องกันภัยเมื่อมารดากลับมาเห็นงูก็ได้เลื้อยหนีไปสร้าง ความประหลาดใจแก่ผู้คนยิ่งนัก บิดามารดาจึงได้นำบุตรไปหาพระและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พระท่านจึงจับยามสามตาดูและได้ทำนายว่า เด็กคนนี้มีบุญวาสนาที่ยิ่งใหญ่จะได้เป็นเจ้าคนนายคน ขอให้บิดามารดาพาเด็กไปยังเส้นทางที่งูเลื้อยไป นั่นก็คือ"เมืองตองอู"นั่นเอง ทั้งหมดจึงได้ย้ายไปเมืองตองอูโดยไปอาศัยอยู่กับเจ้าอาวาสของวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าอาวาสวัดนี้เป็นพระอาจารย์ของพระเจ้าแผ่นดิน พระมหเสีเพิ่งประสูติโอรสพอดี เจ้าอาวาสจึงได้ฝากแม่ของจาเด็ตให้เข้าไปเป็นแม่นมในวัง ..........พระ เจ้าแผ่นดินองค์ดังกล่าวก็คือพระราชบิดาของ"มังตรา"หรือพระเจ้าตะเบ็งชะเว ตี้" ซึ่งก็คือพระราชโอรสที่เพิ่งจะประสูตินั่นเองในขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงมี พระราชธิดาซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับจาเด็ตอีกหนึ่งองค์ เด็กทั้ง 3 จึงเติบโตมาพร้อมกัน จาเด็ตได้ผูกสัมพันธ์กับพระราชธิดา อีกทั้งพระเจ้าแผ่นดินก็ทรงพอพระทัยจนเมื่อเติบใหญ่จึงได้รับราชการอยู่ใน วัง ภายหลังได้เลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อยๆจนเป็นขุนทหารแห่งเมืองตองอู จนกระทั่งอภิเษกสมรสกับพระราชธิดาในเวลาต่อมา ........ครั้นตะเบ็งชะเว ตี้ขึ้นครองราชสมบัติ จะเด็ตซึ่งมีความดีความชอบในการทำศึกกับหงสาวดีก็ได้รับพระราชทานตำแหน่งให้ เป็น"บายินนอง กยอดินนรธา"ซึ่งหมายถึงพี่เขยพระเจ้าแผ่นดินนั่นเอง บทบาทการรบของบายินนอง หาได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อขึ้นครองราชย์ไม่หากแต่ว่าการสงครามของบุตรคนปาดตาล ผู้นี้ได้เลื่องลือมานานแล้วเพราะไม่ว่าจะไปทำศึกที่ใด ไม่เคยเลยสักครั้งที่บายินนองจะพ่ายแพ้ จนเป็นที่ย่นระย่อของหัวเมืองต่างๆยิ่งนัก จนเมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ทรงสวรรคต บายินนองจึงได้ขึ้นครองราชย์ แต่ว่ากว่าจะก้าวขึ้นสู่ความเป็นใหญ่ในพม่าได้นั้นก็หาได้มาด้วยดวงตามที่ พระท่านทำนายไว้อย่างเดียวไม่ .................ทั้งนี้ เมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ไม่สามารถที่จะเอาชนะเมืองไทยได้ใน พ.ศ.2090 ครั้นกลับไปพม่าพระองค์หาทรงเอาใจใส่ต่อราชการไม่ บ้านเมืองต่างๆที่เคยตกเป็นเมืองขึ้นก็เกิดกระด้างกระเดื่องขึ้นมาแยกตนเป็น อิสระ ซึ่งเมื่อหัวเมืองต่างๆได้กระด้างกระเดื่องนั้น บายินนองก็ต้องยกทัพออกไปปราบทำสงครามอยู่ยังหัวเมืองต่างๆ ทางหงสาวดีก็มีกบฏขึ้นมาทันที เพราะเมื่อบายินนองพ้นออกไป “สมิงสอตุต”กับ”สมิงเตารามะ”สองทหารมอญก็นำทหารเข้ายึดหงสาวดีได้พร้อมกับ ปลงพระชนม์พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เสียในทันที สร้างความตกใจให้แก่บายินนองเป็นอย่างมาก สมิงสอตุตขึ้นครองหงสาวดีในเวลาต่อมา เมื่อ พ.ศ.2093 ซึ่งเป็นปีที่บายินนองนำกองทัพกลับมาจากปราบพะสิม ซึ่งแม้ว่าบายินนองจะเก่งกล้าเพียงใดแต่บายินนองก็กลับคิดว่าตอนนี้กำลังของ ตนยังน้อย ถ้าหากจะบุกเข้าไปอาจทำให้เพลี่ยงพล้ำและทำให้ทหารขวัญเสียได้จึงยังไม่ทำ การบุกในทันที แต่การณ์ไม่เป็นเช่นนั้นกลับกลายเป็นว่ากำลังขวัญทหารยังดีอยู่อีกทั้งบรรดา เงี้ยว ไทยใหญ่และขุนนางทั้งหลายยังให้ความนับถือบารมีในตัวของบายินนอง ในที่สุดบายินนองจึงค่อยมีกำลังใจในการกอบกู้เมืองขึ้นมา แต่ด้วยเหตุที่ว่าหงสาวดีเป็นเมืองเก่าของชาวมอญ มีรามัญมากกว่าพม่า อีกทั้งชาวรามัญก็เกลียดชังพระองค์จึงทรงให้ล่าถอยทัพกลับไปยังตองอูเสีย ก่อน ................แต่ทว่าเมื่อบายินนองล่าถอยไปยังตองอูนั้น “สีหะสุ” น้องชายซึ่งครองตองอูต่อจากบิดากลับไม่ยอมเปิดประตูเมืองรับพี่ชาย ทำให้บายินนองต้องกลับไปตั้งหลักซุ่มเป็นกองโจรอยู่ริมเชิงเขา เมื่อบรรดาข้าราชบริพารในเมืองตองอูทราบข่าวว่า บายินนองเดินทางมาที่นี่ จึงต่างพากันหลบหนีออกมาสวามิภักดิ์ด้วยเป็นอันมาก เหตุนี้เองทำให้บายินนองมีกำลังใจแน่วแน่ว่าต้องเข้ายึดตองอูให้ได้ แค่ครั้นเมื่อบายินนองนำทหารเข้ามาคุกคาม ความรักตัวกลัวตายของสีคะสุจึงได้ยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี ซึ่งบายินนองก็มิได้แค้นเคืองใจแต่อย่างใดด้วยเห็นว่าเป็นพี่น้องกัน เพียงแต่อบรมสั่งสอนอยู่หลายวัน แล้วจึงให้ครองเมืองตองอูเช่นเดิม ซึ่งช่วงที่บายินนองตั้งกองโจรอยู่ที่ตองอูนั้น รามัญคิดว่าพม่าหมดทางที่จะต่อกรได้แล้วจึงได้แตกแยกกันเป็นสองฝ่าย ด้านสมิงเตารามะก็ยึดอำนาจมาจากสมิงสอตุตขึ้นครองหงสาวดีเสียเอง ตั้งตนเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า “พระเจ้าชัคคะลีมินทร์” หลังจากนั้นก็เคลื่อนทัพไปตีเมืองแปรที่พระอนุชาของบายินนองคือ “สัลหวุ่นเมงตรา”ครองอยู่ เมื่อบายินนองทราบเรื่องจึงยกทัพไปปราบเมืองแปรจนราบคาบอีกครั้งและให้ สัลหวุ่นเมงตรา ครองเมืองดังเดิม ซึ่งในการไปตีเมืองแปรในครั้งนี้ บายินนองก็ได้ลองขยายอาณาเขตของตนขึ้นไปจนถึงบากานหรือพุกามประเทศเพื่อที่ จะสร้างความย่นระย่อให้กับบรรดาหัวเมืองต่างๆในยามนั้น …….ธันวาคม พ.ศ.2094 บายินนองก็ได้เคลื่อนทัพเข้าสู่หงสาวดี ซึ่งตลอดทางนั้นบรรดาหัวเมืองต่างๆก็ออกมาสวามิภักดิ์จนหมดสิ้น สมิงเตารามะหนีตายไปอาศัยอยู่ที่เมาะตะมะบายินนองให้มังสินทยาอนุชาต่าง มารดายกทัพติดตามไปยึดเมาะตะมะและจับตัวได้จึงให้ประหารเสีย จากนั้นบายินนองจึงให้มังสินทยาครองเมาะตะมะและมาขึ้นตรงต่อหงสาวดีดังเดิม จากนั้นบายินนองก็ตั้งตนเป็นจอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่เถลิงไอศวรรย์ขึ้นมาเหนือ แผ่นดินพม่าทรงพระนามว่า “พระเจ้าสิริสุธรรมราชา” ..................ในช่วงนั้น บายินนองได้กระหายที่จะมาทำสงครามกับอยุธยาเพื่อขยายอาณาเขตประเทศไปสู่ลุ่ม เจ้าพระยา แต่ว่าบรรดาข้าราชบริพารต่างก็ยับยั้งเอาไว้ ด้วยเห็นว่าอยุธยาเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ในชัยภูมิที่แข็งแรงมั่นคง สมควรที่จะปราบปรามหัวเมืองย่อยเล็กในพม่าให้ราบคาบก่อนแล้วจึงค่อยขยาย อำนาจออกไป ซึ่งบายินนองก็เห็นด้วย พ.ศ.2099 พระเจ้าสีป้อแห่งเมืองอุนบองเลซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนไทยใหญ่บริเวณลุ่มน้ำอิ ระวดีตอนบนได้ถึงแก่พิราลัย บรรดาเจ้าเมืองเงี้ยวทั้งหลายซึ่งไม่พอใจที่สีป้ออ่อนข้อให้กับบายินนองอยู่ แล้วจึงได้ถือโอกาสมารุกราน รัชทายาทของพระเจ้าสีป้อจึงได้ขอความช่วยเหลือมายังหงสาวดี ซึ่งในยามนั้นบายินนองไม่พอใจพวกเงี้ยวที่เคยมาช่วยรบกับอังวะอยู่แล้ว ก็เลยยกทัพมาปราบบรรดาเงี้ยวทั้งหลายจนสิ้น ครั้นเมื่อบายินนองยกทัพหลับไปยังหงสาวดีแล้ว ปีต่อมาก็ต้องยกทัพขึ้นไปยังไทยใหญ่อีกครั้งเมื่อเจ้าฟ้าเมืองนาย ได้ลุกล้ำข้ามแดนเข้ามายังสีป้อหรืออุนลองเบ จนถูกบายินนองปราบปรามจนราบคาบไปหมดไม่ว่าจะเป็นยางห้วย ลอกสอกและเมืองหนองหมื่น เจ้าฟ้าเมืองนายหนีไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าฟ้าเมกุฏิเมืองเชียงใหม่ ซึ่งทางเชียงใหม่ได้สั่งให้เมืองเชียงดาวยกกำลังไปช่วยเหลือแต่ไปไม่ทัน เมืองนายแตกเสียก่อน ในครั้งต่อมา บายินนองแค้นใจที่เชียงใหม่แต่งทัพไปช่วยเมืองนายจึงจัดทัพมาตี โดยให้บรรดาเจ้าฟ้าเมืองเงี้ยวทั้งหลายร่วมรบด้วย แต่บรรดาหัวเมืองเหล่านั้นทำเฉยเสียโดยอ้างว่าป่วย ไม่สามารถไปร่วมรบได้ ครั้นเมื่อบายินนองยกทัพกลับไปพวกเงี้ยวทั้งหลายก็ยกทัพเข้าประชิดกองกำลัง ที่ดูแลเมืองนายอยู่ ทำลายสะพานที่ข้ามแม่น้ำสาละวินจนหมดสิ้น ด้วยเห็นว่าบายินนองยังต้องล่าถอยให้เชียงใหม่แล้วเรื่องอะไรที่พวกตนจะต้อง ไปกลัวเกรง ด้วยเหตุนี้เองเมื่อบายินนองยกทัพขึ้นมาอีกครั้งจึงจับบรรดาเจ้าฟ้าเมือง เงี้ยวทั้งหลายประหารเสียจนหมดสิ้น แล้วให้เจ้าฟ้าองค์อื่นๆที่ไว้ใจได้ครอบครองในเวลาต่อมา พ. ศ.2100 บายินนองให้สร้างสะพานเชือกข้ามแม่น้ำสาละวินขึ้นมาใหม่ พร้อมกันนั้นก็ยกกองทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ด้วยเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ดีที่ สามารถจะใช้เป็นหัวเมืองที่ขยายไปสู่เชียงรุ้ง เชียงตุง รวมทั้งอยุธยาได้ทางด้านเชียงใหม่เห็นว่าถ้าหากสู้ไปต้องย่อยยับแน่เพราะ กำลังพม่าฮึกเหิมนัก จึงได้ยอมศิโรราบด้วย .................แต่ในเวลา ต่อมา เมืองเชียงใหม่กระด้างกระเดื่องอีกครั้งไม่ยอมส่งกำลังลงช่วยรบกับบายินนอง จึงทำให้บายินนองแต่งทัพขึ้นมาปราบเชียงใหม่จนราบคาบจับพระเมกุฏิกับพระเจ้า เชียงแสนกลับไปหงสาวดีและแต่งตั้งพระนางจิรประภาหรือพระสุทธิเทวีซึ่งเป็น เชื้อสายเจ้าเมืองเดิมขึ้นครองเมืองแทน แม้ว่าจะชนะไปทั่วทิศ มีชื่อเสียงเกริกไกร แต่สิ่งหนึ่งที่พม่าขาดอยู่ก็คือช้างเผือกคู่บารมี ซึ่งเรื่องช้างเผือกนี้บรรดากษัตริย์พม่าต่างยึดถือว่าถ้าหากใครได้ยึดครอง ก็ถือว่าจะเป็นกษัตริย์ที่มีบุญญาบารมีที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้เองเมื่อทราบว่าลุ่มน้ำเจ้าพระยานั้นอุดมไปด้วยช้างเผือกมากมาย ที่พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาทรงเลี้ยงเอาไว้ จึงทำให้บายินนองหันเหสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาในเวลาต่อมาหลังจากที่ได้ปราบพม่า จนราบคาบ ซึ่งเมื่อยึดอยุธยาได้แล้วในเวลาต่อมาบายินนองก็ยกกองทัพรุกรานไปจนถึงลุ่ม น้ำโขงโจมตี "ศรีสัตนาคนหุต" จนแตกพ่าย เรียกได้ว่าในแผ่นดินพม่าในยุคที่บายินนองครองเมืองนั้น พม่าสามารถขยายอาณาเขตออกไปได้กว้างใหญ่ไพศาลยิ่ง จนกระทั่งรามัญซึ่งไม่เคยยินยอมอ่อนน้อมให้กับพม่ามาก่อน ก็ต้องยอมรับว่า บายินนองผู้นี้คือจอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ จนบรรดามอญทั้งหลายได้ขนานนามบายินนองเสียใหม่ว่า “ตะละพะเนียเธอเจาะ” ซึ่งก็หมายถึงพระเจ้าสิบทิศนั่นเอง
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

เป็นรูปอนุสาวรีย์ท่านที่พม่า (องค์กลาง) เมืองเนปิตอ วันทหารเดินสวนสนาม
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หลงกระติก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ค่ายพระยารัษฏานุประดิษฐ์ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15

ภาพวาด(ตามจินตนาการ)ของท่านในเมืองพม่า
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย OFFON เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

ยังไงมันก็เป็นอ้ายพม่าว่ะ เผาทองบ้านกูเมืองกูไป เยี่ยงโจรชั้นต่ำ
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้