บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
"วิธีตรวจความบริสุทธิ์ของผู้ชาย"
เด็กสาวที่แสนจะเรียบร้อยและเป็นคนตรงอย่างเด็ดขาด
กำลังจะเดินทางไปเมืองใหญ่
ก่อนเดินทาง
มารดาได้ให้คำแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับวิธีพิจารณาชายหนุ่มคนที่คู่ควรจะแต่งงานด้วย
ว่าจงทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ คือต้องเป็นผู้ชายที่
"ไว้ใจได้" ........
ไม่ฟุ่มเฟือย"
และต้องเป็นหนุ่มที่ยังคงความ "บริสุทธิ์"
เด็กสาวจดจำคำแนะนำติดตัวไป
สองสามเดือนต่อมา
เด็กสาวเดินทางกลับบ้านเพื่อขอให้มารดาอวยพรสำหรับงานแต่งงาน
แม่คะ
หนูพบผู้ชายที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแม่เปี๊ยบเชียวค่ะ
สามีในอนาคตของหนูเป็นคนที่ไว้ใจได้
เพราะเมื่อเราออกไปเที่ยววันหยุดด้วยกันวันหนึ่ง
เขาเอาใจใส่หนูดีมาก
ไม่วอกแวกเลย
ถึงแม้จะมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยมากมายแถวนั้น"
ถือว่าไว้ใจได้ ใช่ไหมคะ" มารดาก้มศีรษะเห็นด้วย
จากนั้น เนื่องจากเราเที่ยวกันดึกไปหน่อย
แล้วฝนก็เริ่มตกหนัก
เขาเลยตัดสินใจพักค้างคืนที่โรงแรม เขายังแนะนำด้วยว่า
เพื่อไม่ต้องใช้จ่ายเงินให้มากเกินไป
เราควรใช้ห้องร่วมกันจะดีกว่า"
เขาไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยเลยใช่ไหมคะ"
เป็นครั้งที่สองที่มารดาก้มศีรษะเห็นด้วย
แต่มีแววเอะใจเล็กน้อย
และในที่สุดค่ะแม่ หนูก็รู้ว่าเขาบริสุทธิ์!"
หนูรู้ได้อย่างไรจ้ะว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่"
มารดาถามเร็วปรื๊อ
ก็สิ่งนั้นของเขาใหม่มากเลยค่ะ
ยังห่ออยู่ในถุงพลาสติกเรียบร้อยเชียวนะคะ ....
มาดูวิธีดูว่าเจ้าสาวบริสุทธู์อยู่หรือเปล่า,
ชายหนุ่มที่กำลังจะได้แต่งงานได้เข้าไปซื้อของในร้านเครื่องมือช่าง
เขาซื้อสี
2 ถัง กับขวานอีกหนึ่งอัน
เจ้าของร้านสงสัยจึงถามชายหนุ่ม
เจ้าของร้าน คุณจะเอาสี 2 ถัง กับขวานไปทำอะไรรึ
ชายหนุ่ม เอาไปใช้หลังพิธีแต่งงานของผมครับ
เจ้าของร้าน หลังพิธีแต่งงาน ?
จะใช้ยังไงผมไม่เข้าใจ
ชายหนุ่ม ก็หลังจากอุ้มเจ้าสาวเข้าห้องหอ
ผมก็เอาสีแดงทาไข่ข้างหนึ่ง
สีน้ำเงินทาไข่ข้างหนึ่งแล้วมือก็ถือขวานไว้
หากแฟนผมพูดว่า
"ฉันไม่เคยเห็นไข่ใครเหมือนของคุณเลย"
ผมจะเอาขวานฟาดหัวเธอ
เรื่อง ไม่รู้เหมือนกัน
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปร้านขายยาแล้วบอกเภสัชกรว่า
" ขอซื้อถุงยางหน่อยครับ ผมจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านแฟนคืนนี้อาจมีเฮก็ได้ "
เภสัชกรก็ยื่นถุงยางให้ชายหนุ่ม
ในขณะที่กำลังจะเดินออกจากนอกร้านชายหนุ่มก็หันหลังกลับพร้อมบอกว่า
"ผมขอซื้อเพิ่มอีกหนึ่งเพราะว่าน้องสาวของแฟนผมก็น่ารักเวลา
เจอผมเธอมักจะไขว้ขาให้ท่า ผมว่าผมอาจโชคดี"
เภสัชก็ยื่นถุงยางให้ชิ้นที่สอง
ในขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินออกจากร้านเขาก็หันกลับมาอีกครั้งแล้วบอกว่า
"เออ..ผมว่าผมขออีกอันดีกว่า เพราะว่าแม่ของแฟนผมก็ยังสวย
น่ารักเวลาเจอกันเธอชอบสบตาผม นอกจากนี้เธอเป็นคนเชิญผม
ไปทานข้าวเย็นเผลอ ๆ อาจมีอะไรก็ได้"
ระหว่างอาหารเย็น ชายหนุ่มนั่งตรงกลางระหว่างแฟนและน้องสาว
ส่วนแม่แฟนนั่งตรงข้ามกัน
เมื่อพ่อของแฟนกลับมา ชายหนุ่มก็เริ่มสวดมนต์ก่อนอาหารเย็น
"ขอพระเจ้าประทานพรและขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้"
สองสามนาทีผ่านไปชายหนุ่มก็ยังก้มหน้าสวดมนต์อยู่
"ขอขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหารมื้อนี้"
สิบนาทีผ่านไปชายหนุ่มยังไม่ยอมหยุดสวดมัวแต่ก้มหน้า
ทุกคนในโต๊ะอาหารรู้สึกแปลกใจแฟนสาวจึงกระซิบบอกชายหนุ่มว่า
"ฉันไม่รู้เลยนะว่าคุณเคร่งศาสนาขนาดนี้"ชายหนุ่มตอบว่า
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อคุณเป็นเภสัชกร"
เรื่องนี้เครดิต.. คอมไทยดอทเน็ต
เรื่อง...หากินยังไง
ค้างคาวสามตัวอยู่ในถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ละแวกนั้นมีการแย่งชิงที่อยู่กันมาก
ดังนั้นพวกมันจึงตกลงกันว่าจะผลัดกันออกไปหาเลือดกินทีละตัว
ตัวละ 3 ชั่วโมง อีก 2 ตัวจะได้อยู่เฝ้าถ้ำ
ค่ำวันหนึ่ง
ค้างคาวตัวที่หนึ่งบินออกไปหากินก่อน
แต่มันไปเกินเวลาที่กำหนดไว้ร่วมชั่วโมงกว่าจะกลับ
มันได้กินแค่นิดเดียว
ดูปากแล้วไม่มีรอยเลือดติดมาเลยคาดว่าคงกินผลไม้มา
แล้วค้างคาวตัวที่สองก็ออกไป
มันออกไปนานเกินกำหนดถึง 2 ชั่วโมงกว่าจะกลับ
แต่มันก็ได้กินไม่มากไปกว่าตัวที่หนึ่งเท่าใดนัก
ค้างคาวตัวที่สามต่อว่า " ไปยังไงวะ กูรอตั้งนาน ตาลายหมดเลย "
พูดจบมันบินออกไปทันทีด้วยความโมโห
ผ่านไป 5 นาที่ ค้างคาวตัวที่ 3 ก็กลับเข้ามา
มันเอามือเช็ดเลือดสดๆ ที่ปาก ท่าทางคงจะอร่อยน่าดู
ค้างคาวอีก 2 ตัว สงสัยยิ่งนักว่าเพื่อนไปเลือดสดๆใกล้ๆ ได้จากไหน
ตัวที่ 1 " แกไปหากินยังไงวะถึงได้กินเร็วขนาดนั้น แถมมีเลือดกินด้วย "
ตัวที่ 3 " พวกแกเห็นตันไม้ใหญ่หน้าถ้ำไหมวะ "
ตัวที่สามย้อนถาม
ตัวที่ 1 " เห็น "
ตัวที่ 2 " เห็น "
ตัวที่ 3 " เออ ...? กูไม่เห็น... !!"
เรื่อง มีที่ไหน
รถของสมโชคน้ำมันเบรกรั่น หยดเป็นทาง ก็เลยแวะถามลุงคนหนึ่งที่ปั่นจักรยานอยู่แถวนั้น
สมโชค: ลุงครับลุง ไม่ทราบว่า พอรู้มั๊ยว่าแถวนี้มีร้านซ่อมรถดี ๆ ที่ไหนบ้างครับ
ลุง: เอ้อ...ไอ้หนุ่ม เอ็งนี่มันกวนจริง ๆ ร้านซ่อมรถดี ๆ มันมีที่ไหนกันล่ะ ถามหาร้านซ่อมรถก็มีแต่รับซ่อมรถเสีย ๆ ทั้งนั้นแหละ แถวนี้น่ะ..
สมโชค: !!??
เรื่อง " ดีนะที่ผมไม่ได้เป็น.."
จิตรกรหญิงผู้โด่งดังประสบปัญหาด้านสายตา เธอจึงไปพบจักษุแพทย์" คุณต้องเข้ารับการผ่าตัดทันที ไม่เช่นนั้นคุณจะตาบอดอย่างแน่นอน" หมอบอกเธอไม่มีทางเลือกนอกจากเข้ารับการผ่าตัด
ผลการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากนั้น 3 เดือนดวงตาของเธอก็สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม
ด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณของหมอผู้รักษา เธอจึงตอบแทนหมอโดยการวาดภาพดวงตาขนาดมหึมาลงบนผนังห้องทำงานของหมอ เมื่อเธอวาดภาพเสร็จเธอก็จัดแถลงข่าวขอบคุณหมอและเปิดแสดงผลงานชิ้นล่าสุดไปในตัว
หลังจากการแถลงข่าว มีนักข่าวมาสัมภาษณ์หมอ“ครั้งแรกที่คุณหมอได้เห็นภาพนี้ คุณหมอรู้สึกยังไงครับ” นักข่าวถาม
หมอตอบ “ผมคิดว่าโอ้พระเจ้า..!! ผมโชคดีที่ผมไม่เลือกเป็นสูตินรีแพทย์”
เรื่อง ผู้จัดการ ซีอีโอ
@ CEO คนใหม่ของบริษัทประเทศไทย... ขอโทษ บริษัทประเภทไทยจำกัด
เพิ่งมารับงานฟื้นฟูกิจการที่ตกต่ำของบริษัทเป็นวันแรก เขาเรียกประชุมพนักงานทันที แล้วประกาศนโยบายแรก
ซึ่งก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ใครทำงานไม่เต็มที่ จะต้องถูกพิจารณาอย่างเด็ดขาด
หลังการประชุมเขาออกเดินตรวจตราบริษัทพร้อมกับผู้จัดการแผนกอีก 6-7 คน
ความสนใจของเขาเพ่งเล็งอยู่ที่ไอ้หนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนพิงผนังดูคนอื่นทำงานอย่างสบายใจ
เขาเดินตรงไปที่ไอ้หนุ่มทันทีแล้วถาม
“เงินเดือนคุณเดือนละเท่าไหร่?”
“เจ็ดพันครับ” ไอ้หนุ่มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่เปลี่ยนแม้แต่ท่ายืนด้วยซ้ำ
เขาควักเงินเจ็ดพันบาทยื่นให้ไอ้หนุ่มทันทีแล้วตะโกนลั่น “นี่เงินเดือนๆสุดท้ายของคุณ
แล้วเชิญคุณออกไปเลย ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก”
ไอ้หนุ่มคว้าเงินแล้วโกยแน่บทันที
ในขณะที่เขาหันหลังกลับมาหาพนักงานบริษัทที่ตะลึงกันถ้วนหน้าแล้วตะโกนถาม
“ใครตอบผมได้บ้างว่าไอ้หนุ่มนั่นทำอะไร เมื่อกี้นี้?”
ความเงียบปกคลุมทั่วสำนักงานเป็นเวลาหลายวินาทีก่อนที่จะมีผู้กล้าพูดออกมา
.
.
“เขามาส่งพิซซ่าครับ!!!”
เรื่อง ต้องผิดหวังแน่ อิอิ (เพราะมันคงไม่ขยายได้ขนาดนั้นอ่ะนะ)
@ อาจารย์วันรวยสอนวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นป.๖ในโรงเรียนพังสิงห์
วันหนึ่งในขณะที่สอนเขาถามลูกศิษย์ในชั้น
“ใครรู้บ้างว่าอวัยวะอะไรของมนุษย์ที่สามารถขยายตัวจากสภาพปกติได้ถึง 10 เท่าเมื่อถูกกระตุ้น”
ลูกศิษย์ทั้งห้องนั่งอึ้ง ไม่มีใครกล้ายกมือสักคน
เมื่อเห็นดังนั้นอาจารย์วันรวยจึงชี้ไปที่สาวน้อยคนหนึ่ง
“สมศรี ไหนเธอลองตอบดูซิ”
ลูกศิษย์สาวน้อยลุกขึ้นยืนหน้าบึ้ง
“อาจารย์พูดจาลามก” เธอกล่าวหา “หนูจะฟ้องพ่อหนูด้วย”
อาจารย์วันรวยอ้าปากค้างอยู่ 5 วินาทีเต็ม ก่อนที่จะมีนักเรียนชายคนหนึ่งจะยกมือขอตอบคำถาม
“ม่านตาใช่ไหมครับอาจารย์”
“ดีมากวิชัย เป็นคำตอบที่ถูกต้อง” เขากล่าวชม ก่อนที่จะหันมาหาสมศรี “สำหรับเธอ ครูมีเรื่อง 3 อย่างจะบอกเธอ เรื่องแรกคือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้อ่านบทเรียนที่ครูสั่งให้อ่านเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เรื่องที่สองคือ เธอมีความคิดอกุศลมาก ส่วนเรื่องสุดท้ายคือ สักวันนึงเธอจะต้องผิดหวังจากสิ่งที่เธอคิดแน่!!!”
เรื่อง นึกว่ารู้จัก
"นึกว่ารู้จัก"
@ สาวเปรี้ยวพยายามก้าวขึ้นรถเมล์ แต่ด้วยความที่กระโปรงหนังที่ใส่มามันฟิตจัด
เธอเลยยกขาไม่ขึ้น เพื่อให้มีพื้นที่ให้ยกแข้งยกขาได้มากขึ้นเธอก็เลยเอื้อมมือไปดึง
ซิปกระโปรงลงมาหน่อยหนึ่ง แล้วพยายามยกขาก้าวขึ้นไปใหม่
แต่มันก็ยังคงฟิตเกินไป เธอเลยเอื้อมมือไปดึงซิปลงเพิ่มอีกเป็นครั้งที่สอง ผลลัพธ์ยังคง
เหมือนเดิม เธอยังก้าวขึ้นไม่ได้ เธอจึงต้องเอื้อมมือไปดึงซิปลงอีกเป็นครั้งที่สาม ก็ยังไม่ได้อีก!
คราวนี้หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังตัดสินใจดันก้นเธอขึ้นไปบนรถเมล์ ทันที่ที่เธอขึ้นไป
บนรถเมล์ได้ เธอหันมาโวยกับหนุ่มนั่นทันที “คุณทำไมทำยังงี้ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย ชั้นเป็นสาวเป็นแส้
คุณไม่รู้จักมักจี่มาจับก้นชั้นยังงี้ได้ไง”
“ขอโทษนะครับ” ไอ้หนุ่มพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“ตอนแรกผมก็ว่าผมไม่คุ้นหน้าคุณ แต่หลังที่คุณมารูดซิปกางเกงผม
ติดๆ กันตั้งสามหนซ้อน ผมก็เลยคิดว่าคุณรู้จักกับผมซะอีก”
เรื่อง อดไม่ได้จริง ๆ
@ นักเดินทาง 3 คนเดินป่าไปเจอเผ่ากินคน วันนั้นเป็นวันเกิดหัวหน้าเผ่า ซึ่งกำลัง
ทำบุญฉลองกันอยู๋ จึงสั่งว่า
หัวหน้าเผ่า " วันนี้เป็นวันเกิดของข้าข้สจะไว้ชีวิตเจ้า แต่พวกเจ้าต้องเข้าป่าไปเก็บ
ผลไม้มาคนละ 10 ผล แต่ต้องเป็นชนิดเดียวกันทั้ง 10 ผล "
ทั้งสามคนรีบเข้าป่าทันที สักครู่คนแรกก็กลับมาพร้อมกับมะม่วง 10 ผล
หัวหน้าเผ่า " เจ้าจงนำผลไม้นั่น ยัดเข้าเข้าไปในก้นของเจ้าทีละลูกให้ครบโดยทำ
หน้าเฉยที่สุด ไม่งั้นจะถูกฆ่าทิ้ง"
ชายหนุ่มก็ทำตามทันที แต่พอถึงลูกที่ 2 ก็เผลอทำหน้าเหยเกออกมา จึงถูกฆ่า
ต่อมาชายคนที่ 2 ก็กลับมาพร้อมกับ เชอรี่ 10 รายนี้ถูกสั่งให้ทำแบบเดิม ก็รีบ
ทำตามทันที แต่เมือถึงลูกที่ 9 ก็เผลอปล่อย ก๊าก ออกมา จึงถูกฆ่าเช่นกัน
ย้อนกลับไปบนสวรรค์
ชายคนแรกถามอีกคนว่า " แกหัวเราะห์ออกมาทำไมวะ ทั้งๆที่ยัดลูกที่ 9 แล้วเชียว"
ชายคนที่ 2 ตอบว่า
" ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็ตอนยัดลูกที่ 9 น่ะ ข้าเห็นพวกเราอีกคน อุ้มลูกทุเรียนตั้ง 10 ลูกกลับมา"
เรื่อง "ฉันมี แต่คุณไม่มี"
@ สามีภรรยาคู่หนึ่งที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 20 ปีกำลังนั่งรถ
ไปงานเลี้ยงด้วยกัน โดยภรรยาเป็นคนขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วจู่ๆ
สามีก็เอ่ยน้ำเสียงอย่างเย็นชาว่า
สามี : " เราแต่งงานกันมายี่สิบปีแล้ว ที่ผ่านมาคุณดีกับผมก็จริง แต่ตอนนี้ผมพบคู่ชีวิตคนใหม่แล้ว
เธอคือเลขาฯ คนสวยของผมเอง"
ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามีพูดต่อว่า
สามี : "ผมต้องการหย่ากับคุณโดยเร็วที่สุด ตลอดชีวิตการแต่งงานผมทำงานหาเลี้ยงครอบครัว
ส่วนคุณทำแต่งานบ้านเท่านั้น ดังนั้นหุ้นบริษัทกับบ้านหลังใหญ่ควรเป็นกรรมสิทธ์ของผม"
ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่งโมง
สามี : "ส่วนเงินในธนาคารห้าสิบล้าน ผมจะเจียดให้คุณไปทำทุนสักห้าแสน
นอกจากนี้คุณยังอยากได้อะไรอีกไหม"
ภรรยา : " ไม่ต้องหรอกค่ะ สิ่งที่ฉันอยากได้ที่สุดฉันมีแล้ว แต่คุณไม่มี"
ภรรยาตอบเสียงเย็นชาเช่นกัน พลางกดคันเร่งเร็วขึ้นเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สามี : "อะไรล่ะที่คุณมีแต่ผมไม่มี"
ภรรยา : " ถุงลมนิรภัย"
เรื่อง ก็เด็กมันซื่ออ่ะ
@ ขณะรับประทานอาหาร ที่โต๊ะอาหาร เช้านี้มีเพียงแม่ลูกสองคน เพราะคุณพ่อรีบไปทำงานแต่เช้า
ด.ช. มาโนช “คุณแม่ครับเมื่อคนตอนคุณแม่ไม่อยู่บ้านคุณพ่อพาสาวใช้
ขึ้นไปบนห้องด้วยหละ”
คุณแม่ “ หยุดลูก! ห้ามพูดต่อ นี่มาโนชตอนกินอาหารเย็น เวลาที่พ่ออยู่ด้วย
แม่ต้องการให้เล่าเรื่องนี้ทั้งหมด ต่อหน้าทุกคน”
พอถึงเวลาอาหารเย็นทุกคนต่างอยู่พร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร
คุณแม่ “ มาโนช แม่ต้องการให้ลูกเล่าเรื่องที่ลูกเล่าให้แม่ฟังเมื่อเช้าให้
ทุกคนฟังอีกทีน่ะลูก”
ด.ช. มาโนช “ เอ่อ…..เมื่อคืนนี้ ตอนคุณแม่ยังไม่กลับจากงานเลี่ยง
พ่อพาสาวใช้ขึ้นไปบนห้องนอนด้วยครับ คงคิดว่าผมหลับแล้ว”
คุณแม่ “ แล้วยังไงต่อล่ะลูก”
ด.ช.มาโนช “ พ่อพาสาวใช้ขึ้นบนเตียงแล้วทำเช่นเดียวกับที่คุณแม่ทำ
กับคนสวนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนที่พ่อไม่อยู่ไงครับ”
เรื่อง "ใครเก่งกว่ากัน"
@ ชายแก่คนหนึ่งนั่งกินอาหารอยู่ในบาร์ข้างที่พักรถบรรทุกในขณะที่มีพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ 3 คนเดินเข้ามาในร้าน
-คนแรกเดินเข้ามาแล้วขยี้ก้นบุหรี่กับพายไก่ของชายแก่แล้วเดินไปนั่งที่เคานเตอร์บาร์
-คนที่สองเดินมาถุยน้ำลายใส่แก้วน้ำของชายแก่แล้วตามคนแรกไปที่เคานเตอร์
-คนที่สามเดินตามเข้ามาคว่ำจานของชายแก่แล้วเดินไปสมทบกับสองคนแรก
ชายแก่นั่งนิ่งเงียบตลอดเวลาที่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้น แล้วค่อยๆเดินหลบออกจากบาร์ไป
“ไอ้แก่นี่ไม่เก่งจริงนี่หว่า หรือว่าไงน้อง” หนึ่งในอสรกุ๊ยแก๊งมอเตอร์ไซค์สำรากกับเด็กเสิร์ฟ
“หนูว่าแกก็ขับรถไม่ค่อยเก่งด้วย” เด็กเสิร์ฟตอบ “แกเพิ่งถอยรถบรรทุกไปทับมอเตอร์ไซค์สามคันก่อนออกไป”
เรื่อง "ไอ้หนุ่มบ้านนอก"
@ ไอ้หนุ่มบ้านนอกคนหนึ่งพาลูกเมียมาเที่ยวห้างสรรพสินค้าในเมืองเป็นครั้งแรก พวกเขาตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะประตูสีเงินสองบานซึ่งสามารถเปิดออกและหุบเข้ามาหากันด้วยตัวเองได้
“นั่นอะไรหรือพ่อ” ลูกชายถาม
“พ่อไม่เคยเห็นอะไรหน้าตาอย่างนี้มาก่อนเหมือนกัน” พ่อตอบ
ขณะที่สองพ่อลูกยืนดูอยู่ก็มีหญิงชราคนหนึ่งนั่งรถเข็นไปที่หน้าประตู เมือกดปุ่มที่ผนังประตูก็เปิดออก หญิงชราเลื่อนรถเข็นเข้าไปในห้องเล็กๆนั้นแล้วประตูก็ปิดลงอีกที
สองพ่อลูกยืนดูปุ่มเล็กๆที่มีตัวเลขเหนือประตูนั้นสว่างแล้วดับไล่กันไปช้าๆ เขาดูจนกระทั่งมันเลื่อนตำแหน่งไปถึงปุ่มสุดท้าย แล้วแสงไฟก็สว่างไล่กลับมาทางเดิม จนในที่สุดประตูก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้มีสาวสวยคนหนึ่งเดินออกมา
ไอ้หนุ่มบ้านนอกยืนตาค้าง ก่อนที่จะกระซิบบอกลูกชาย
“ไอ้หนู ไปพาแม่เอ็งมาเร็ว”
เรื่อง ขอเวลาทำใจ "
ไอ้หนุ่มคนหนึ่งต้องไปทำงานต่างจังหวัด 2-3 สัปดาห์จึงฝากน้องชาย
ให้ช่วยดูและไอ้แป้นหมาตัวโปรด 2-3 วันถัดมาไอ้หนุ่มโทรกลับบ้าน
“ไง ไอ้แป้นเป็นไงบ้าง” เขาถามน้องชาย
“มันตายแล้วพี่ มันปีนขึ้นไปบนหลังคาได้ยังไงไม่รู้ แล้วตกลงมาตาย” น้องชายเล่าอย่างรวดเร็ว
“หา!... ไอ้แป้นตายแล้ว” ไอ้หนุ่มช็อค
หลังจากอึ้งไปสักพัก ไอ้หนุ่มก็โวยกับน้องชาย
“แล้วแกทำงี้ได้ไงวะ ไอ้แป้นน่ะหมาตัวโปรดของฉันนะโว้ย อยู่ๆมาบอกกันดื้อๆว่ามันตายแล้วยังงี้ ฉันช็อคตายทำไงวะ” ไอ้หนุ่มโวย
“แล้วจะให้พูดยังไงล่ะพี่” น้องชายถามซื่อๆ
“ก็บอกฉันก่อนก็ได้ว่าไอ้แป้นไปติดอยู่บนหลังคา แต่คิดว่าเดี๋ยวมันก็คงลงมาได้ แล้วพอฉันโทรมาคราวหน้าก็บอกว่ามันตกลงมาขาหัก แต่หมอรักษาอยู่ คงจะรักษาได้ เสร็จแล้วพอฉันโทรมาอีกทีค่อยบอกว่ามันตาย ให้มันค่อยเป็นค่อยไปยังงี้ จะได้มีเวลาทำใจกันหน่อย เข้าใจไหมวะ” ไอ้หนุ่มร่ายยาว
“เข้าใจครับพี่” น้องชายรับคำ
“เออ แล้วย่าเป็นไงบ้าง” ไอ้หนุ่มเปลี่ยนเรื่อง
“เอ่อ...” น้องชายอ้ำอึ้ง “ย่าติดอยู่บนหลังคา...แต่....ฯลฯ..”
เครดิต เว็บนี้ค่ะ www.mc41.com
เรื่อง สินค้าส่งออก
ร้านอาหารเเห่งหนึ่งพ่อค้าชาวไทยปรึกษาเรื่องการทำธุ รกิจร่วมกันของทั้งสอง ขณะที่ทั้งสองคุยกัน
พ่อค้าชาวไทยรับประทานส้มโอเเล้วเอาเปลือกโยนทิ้ง พ่อค้าอินเดียเห็นจึงบอกไปว่า
พ่อค้าอินเดีย:โอ้วว นี่นะที่ประเทศของไอ เค้าเอาเปลือกโส้มโอปายรี
ไซเคิลน้า ยู เเล้วก้อส่งออกต่างประเทศ
พ่อค้าไทย:เหรอ(เเต่ก้อยังไม่สนใจเเล้วก้อคุยกันไปเร ื่อยๆ)
ต่อมาพ่อค้าชาวไทยรับประทานข้าวเกรียบกุ้งเเล้วเอาถุ งข้าวเกรียบทิ้ง
พ่อค้าอินเดีย:โอ้วว นี่ยูประเทศไอเค้าอาวถุงข้าวเกรียบไปรีไซเคิลส่งออก ต่างประเทศน้า ยู
พ่อค้าชาวไทยก้อยังไม่สนใจเเละก้อยังคุยเรื่องธุรกิจ ต่อไป
ต่อมาพ่อค้าชาวไทยก้อเคี้ยวหมากฝรั่งเเล้วก้อถุยทิ้ง ลงในถังขยะ
พ่อค้าอินเดีย:นี่ ยู ประเทศไอเค้าเอาหมากฝรั่งไปผลิตเปนถุงยางอนามัย
ล้าก้อส่งออกตางปราเทศน้า ยู
ด้วยความรำคาญพ่อค้าชาวไทยก้อคิดเเก้เผ็ด
พ่อค้าไทย:เเล้วประเทศยูนี่ถุงยางอนามัยใช้เสร็จเเล้ วเอาไปทำอะไรต่อ
เหรอยู
พ่อค้าอินเดีย:ถุงยางใช้เสร็จเเล้วสกปรก ก็เอาทิ้งสิ ยู
พ่อค้าไทย:เเต่ประเทศไทยนะ เค้าเอาถุงยางอนามัยมารีไซเคิลผลิตเปน
หมากฝรั่งส่งออกประเทศของยูนู้น
พ่อค้าอินเดีย:- -"
เรื่อง อย่างนี้ต้องฉลอง
อ่ะมาเล่าวีรกรรมของคนไทยต่อ
ในวันนึงประเทศจีนได้ทำการขุดค้นหา(ทำ)ซากอะไรก็ไม่รู้ เมื่อขุดลงไป
10เมตร........ฉึก ฉึก(เสียงขุด)
20เมตร........ฉึก ฉึก(เสียงขุด)
30เมตร........ฉึก ฉึก(เสียงขุด)
40เมตร........ฉึก ฉึก(เสียงขุด)
50เมตร........ฉึก ฉึก(เสียงขุด) เฮ้ยเจอไรด้วยว่ะ ปรากฏว่าของที่เจอนั้นคือสายโทรศัพท์
ทั้งประเทศจึงฉลองกัน ด้วยเหตุว่า [ประเทศจีนได้ผลิตโทรศัพท์มาเมื่อ 50 ปีที่แล้ว]
พอญี่ปุ่นได้ทราบถึงเรื่องทางประเทศจีนค้นพบสายโทรศัพท์ ก็ไม่ยอมแพ้ จึงได้ทำการขุด
20เมตร............ฉึกๆๆๆๆ(อู้ว!~มันขุดไวแฮะ)
50เมตร............ฉึกๆๆๆๆ
100เมตร............ฉึกๆๆๆๆ แล้วก็พบสายโทรศัพท์ จึงได้ฉลองกันทั้งประเทศ ด้วยสาเหตุที่ว่า[ประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตโทรศัพท์เมื่อ100ปีที่แล้ว]
พอมาถึงประเทศไทยได้ทราบข่าวของ2ประเทศนี้ จึงได้ทำการขุดมั่ง
50 เมตร...ฉึกๆ(ขี้เกียจพิมทีละนิดเด๋วคนอ่านเบื่อ)
100เมตร...ฉึกๆ
150เมตร....ฉึกๆ ก็ไม่พบอะไร
ประเทศไทยจึงได้ฉลองเฮกันทั้งประเทศ เพราะ.........
ประเทศไทยมีโทรศัพท์ไร้สายใช้เมื่อ 150ปีที่แล้วโว้ยยยยยยยยย เฮ~
เรื่อง ขำๆ ของเด็กอยากรู้
เป็นเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งมีครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งในครอบครัวมีด้วยกัน
ทั้งหมด 5 คน วันนึงขณะที่เด็กน้อยนั่งกินข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะอาหาร เด็กน้อยมอง
เห็นคุณพ่อดูข่าว TV เกี่ยวกับการเมือง
"พ่อ...การเมืองคืออะไรอ่ะ" เด็กน้อยถามพ่อด้วยความสงสัย พ่อทำท่าทางคิดหนัก
ก่อนจะตอบกลับไปว่า อืม...มันก็ไม่ยากหรอกลูก เปรียบเทียบง่ายๆนะลูก
"เปรียบพ่อเป็นพ่อค้านายทุน ก็คอยหาเงินไง
เปรียบแม่เป็นรัฐบาล ก็คอยเอาเงินจากพ่อมาบริหารไง
เปรียบตัวลูกเองเป็นประชาชน ที่ต้องมีรัฐบาลคอยดูแล
เปรียบน้องชายของลูกเป็นอนาคตของชาติ
เปรียบพี่แจ๋ว(พี่เลี้ยงของเด็กในบ้าน) เป็นชนชั้นแรงงาน"
เด็กน้อยทำหน้างงก่อนจะปล่อยให้ความสงสัยนั้นอยู่ในหัวตลอดทั้งวัน
จนเมือถึงเวลาตกดึกของวันนั้น ขณะเด็กน้อยกำลังหลับ "แงๆๆๆๆๆ"
เสียงน้องชายตัวน้อยของเค้าร้องดังขึ้น เด็กน้อยเดินไปดูที่เปลจึงได้รู้ว่าน้อยชายของเค้าขี้แตก
เด็กน้อยรู้ทันทีว่าต้องไปตามแม่มาดูน้อง ขณะเดินไปตามแม่ เด็กน้อยได้ยินเสียงออกมาจากห้องของพี่แจ๋ว
พี่เลี้ยงคนสวย ด้วยความสงสัยจึงแง้มประตูดูพบว่า พ่อเค้ากำลังอยู่บนตัวของพี่แจ๋ว
เด็กน้อยจึงเดินไปที่ห้องของแม่พบว่าแม่ของเค้ากำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่
เด็กน้อยพยายามปลุกแต่ก็ไม่ยอมตื่น เด็กน้อยท้อใจเดิน กลับห้องนอนและหลับไปหลังจากคิดอะไรได้มากมาย
ตื่นตอนเช้าขณะลงมาจากห้องเพื่อกินข้าวเช้า เด็กน้อยเห็นพ่อของเค้า
"พ่อๆ ผมรู้แล้วละว่าการเมืองเป็นยังไง" เด็กน้อยยิ้มที่ตัวเองเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่เข้าใจ
"แล้วมันเป็นยังไงละไหนบอกพ่อสิลูก" พ่อถามด้วยความอยากรู้
เด็กน้อยจึงตอบออกไปว่า "การเมืองก็คือ .... การที่พ่อค้าหรือนายทุน กดขี่ชนชั้นแรงงาน!!
ในขณะที่รัฐบาลก็หลับหูหลับตาไม่สนใจประชาชน
แม้ว่าประชาชนจะเรียกร้องยังไงก็ตาม!!
โดยทิ้งอนาคตของชาติให้จมบนกองขี้!! ”
หมดละค่ะ หลายคนอาจจะเคยอ่าน ก็เอามาให้อ่านขำ ๆ อีกทีค่ะ