โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
9
คะแนน
 
โดย elouis เป็นกระทงร้อน 1 เดือนที่แล้ว
(............................................)
 
ขณะที่ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด กล่าวว่า แก๊สน้ำตาที่ใช้มี 3 แบบ

คือ 1.รุ่นที่สั่งซื้อจากสหรัฐราคาแพง เมื่อยิงจะไม่มีการระเบิด ไม่มีลูกไฟ มีเพียงควันซึมออกมาเท่านั้น เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้สาธิตสื่อมวลชน 2.รุ่นที่สั่งซื้อจากประเทศจีน ราคาถูก มี ความยาว 6 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2 ขีด เมื่อยิงออกไปและตกกระทบ หรือชนกับวัตถุอื่นจะระเบิดเสียงดัง เพื่อให้ควันแตกตัวออกจากพลาสติคที่เป็นทุ่นห่อหุ้ม การระเบิดดังกล่าวมีอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้จุดระเบิดได้ เพราะการยิงต้องใช้ความเร็วสูง ประมาณ 200 ฟิตเปอร์เซ็นต์ มีแรงโมเมนตัมมหาศาล และ 3.แก๊สน้ำตาแบบขว้าง จะมีกระเดื้องระเบิดติดอยู่ด้วย เมื่อใช้ต้องดึงกระเดื้องออกแล้วปาใส่พื้นที่เป้าหมายทำให้ระเบิดแล้วควันแตกตัว
คะแนน: 22 ชอบ, 13 ไม่ชอบ

tag: การเมือง ข่าว ตำรวจ ทำร้าย ประชาชน พันธมิตร รัฐบาล เถื่อน แก๊สน้ำตา

ประเภท: การเมือง
75 บทวิจารณ์  |  2,313 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ขณะ ที่ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด กล่าวว่า แก๊สน้ำตาที่ใช้มี 3 แบบ

คือ 1.รุ่นที่สั่งซื้อจากสหรัฐราคาแพง เมื่อยิงจะไม่มีการระเบิด ไม่มีลูกไฟ มีเพียงควันซึมออกมาเท่านั้น เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้สาธิตสื่อมวลชน 2.รุ่นที่สั่งซื้อจากประเทศจีน ราคาถูก มี ความยาว 6 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2 ขีด เมื่อยิงออกไปและตกกระทบ หรือชนกับวัตถุอื่นจะระเบิดเสียงดัง เพื่อให้ควันแตกตัวออกจากพลาสติคที่เป็นทุ่นห่อหุ้ม การระเบิดดังกล่าวมีอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้จุดระเบิดได้ เพราะการยิงต้องใช้ความเร็วสูง ประมาณ 200 ฟิตเปอร์เซ็นต์ มีแรงโมเมนตัมมหาศาล และ 3.แก๊สน้ำตาแบบขว้าง จะมีกระเดื้องระเบิดติดอยู่ด้วย เมื่อใช้ต้องดึงกระเดื้องออกแล้วปาใส่พื้นที่เป้าหมายทำให้ระเบิดแล้วควันแตกตัว

"จากการชมภาพข่าวการสลายการชุมนุม เห็นว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตาทั้ง 3 แบบ ซึ่ง แบบขว้างและแบบที่ซื้อจากจีนทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส ขาและแขนขาดได้ อาการบาดเจ็บไม่ต่างจากถูกประทัดยักษ์ระเบิดใส่มือ เท้า เพราะปืนที่ใช้ยิงแก๊สน้ำตามีความเร็วสูง เมื่อกระทบหรือชนอวัยวะใดของร่างกาย เช่น ขา หรือแขน มีอานุภาพทำให้แขน ขา หักได้ทันที เมื่อเกิดการระเบิดขึ้นจะทำให้อวัยวะที่หักอยู่แล้วขาดรุ่งริ่งได้ ทั้งนี้ ระเบิดจากแก๊สน้ำตาจะพบสะเก็ดระเบิดที่เป็นเศษพลาสติคเท่านั้น ไม่มีเศษโลหะอื่น หรือเศษแก้วปะปน" พล.ต.ท.อัมพรกล่าว

พล.ต.ท.อัมพรกล่าวว่า สำหรับศพของ น.ส.อังคณา ไม่ได้ร่วมตรวจชันสูตรศพ แต่โอกาสเป็นแก๊สน้ำตาก็มีสูง

เพราะมีอานุภาพทำร้ายล้างที่รุนแรงเช่นเดียวกับระเบิดอื่นๆ หากขณะเกิดเหตุมีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าไป และ น.ส.อังคณา นอนหมอบทับแก๊สน้ำตาไว้ใต้อก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้เสียชีวิต หาก เป็นระเบิดชนิดประดิษฐ์เอง ที่ศพน่าจะมีเศษวัสดุของระเบิดชนิดๆ นั้น หากดูตามลักษณะบาดแผลที่หัวเข่ากระจุย หรือบาดแผลอื่นๆ จะเป็นการพกมาเองด้วยการหนีบที่รักแร้ หรือหัวเข่า เชื่อว่า ประชาชนมีสติสัมปชัญญะเหมือนกันจะวิเคราะห์ได้ หากเป็นคุณๆ จะหนีบไว้หรือไม่

ส่วน นพ.อธิศพันธุ์ จุลกทัพพะ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า เก็บปลอกแก๊สน้ำตาจากบริเวณการชุมนุม พบมีคำเตือนเป็นภาษาอังกฤษ ระบุว่า "อย่ายิงตรงตัวบุคคล เพราะจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้" ไม่ทราบว่าตำรวจผู้ยิงอ่านคำเตือนออกหรือไม่
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
    คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย trintong เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
เอาละ คราวนี้ก็ยืนยันแล้วนะครับ ว่าแผลเหมือนโดนระเบิด เกิดได้ไง

เกิดจากการที่ราชการเราไปซื้อของจีนแดงลดราคามานี่เอง


คราวนี้ไม่ต้องเถียงแล้วนะ ว่าประชาชนไม่ได้โดนระเบิด

ใครที่คิดว่าไม่น่าจะเจ็บ ขอให้ไปลองโดนเอง จะได้รู้มั่ง
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ไก่จังกัปป๋ม เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
รักแพรวที่สุดเลยครับ
หนังสือพิมพ์วันไหนครับอย่างรู้
มันไม่มีแรงขนาดนั้นนะครับ
ถ้าโดนจะเป็นแค่แผลไฟ้ใหม้ครับ
  คำสั่ง โหวต
3 คะแนน โดย elouis เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
(............................................)

ศัลยแพทย์ฉะเละตร.ยิงปืนแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมระยะประชิด

ชี้อานุภาพรุนแรงทำอวัยวะฉีกขาดได้

เมื่อเวลา 8.30 น.ที่ห้องพาหุรัด อาคารสิรินธร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กลุ่มศัลยแพทย์จาก 3 สถาบันได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และวิทยาลัยการแพทย์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ได้จัดการประชุมวิชาการสรุปการรักษาพยาบาลจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของ เจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 7 ต.ค. โดยมีการนำภาพผู้บาดเจ็บของทุกฝ่ายที่เข้ารับการรักษามาแสดงพร้อมวิเคราะห์ ถึงสาเหตุการบาดเจ็บและวิธีการให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีสภาพศพน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ อายุ 27 ปีที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาแสดงและวิเคราะห์
รศ.นพ.รัฐพลี ภาคอรรถ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านผู้ป่วยวิกฤต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า จากการประมวลบาดแผลของผู้บาดเจ็บสาหัสทั้งหมด รวมถึงผู้เสียชีวิตด้วย พบว่า แผลโดนสะเก็ดระเบิด มีรอยดำไหม้ เขม่าฝุ่นปนเปื้อน ในบางรายทำให้กระดูกแตกละเอียด ซึ่งจากภาพเอ็กซเรย์พบว่า ไม่ได้เกิดจากการถูกของแข็งตีและไม่ใช่อาวุธธรรมดาที่ให้เป็นเช่นนี้ เพราะในรายหนึ่งลักษณะของกระดูกแตก บิด ผิดรูปร่างแบบไร้ทิศทาง ซึ่งปกติระเบิดแก๊สน้ำตาไม่สามารถทำให้เกิดบาดแผลเช่นนี้ ซึ่งอาวุธในการปะทะกันครั้งนี้ไม่น่าจะใช้แก๊สน้ำตาเพียงอย่างเดียว
“ผมเคยรักษาผู้ป่วยที่โดนระเบิด ซึ่งลักษณะแผลคล้ายคลึงกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม เพราะลักษณะบาดแผลฉีกขาด เนื้อหายไป และด้วยความรู้ของแพทย์ไม่สามารถบอกได้ว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมด โดยอาวุธอะไร และใครเป็นผู้กระทำ แต่ร่องรอยของบาดแผลที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิด เพราะรุนแรงเกินไป การพบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจ ในฐานะอาชีพหมอไม่รู้ว่าใครถูกใครผิด เพราะเราต้องรักษาทุกคน แต่รู้สึกว่ารุนแรงเกินไปที่ไม่เหมาะสมใช้กับประชาชนทั่วไป และคนที่รับกรรมคือประชาชน และข้อมูลทั้งหมดมาจากแพทย์ที่ทำหน้าที่ในการรักษา แต่หน้าที่ในการตัดสินคือสังคม”รศ.นพ.รัฐพลี กล่าว
รศ.นพ.อัจฉริย สาโรวาท อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในรายที่เสียชีวิตน.ส.อังคณาได้เสียชีวิตก่อนที่จะนำส่งถึงโรงพยาบาลแล้ว บาดแผลฉีกขาด เยื้อแก้วหูซ้ายฉีกขาด เนื้อเยื่อหน้าอกและเต้านมเว้าหายไปเป็นแผ่น ต้นแขนและช่วงอกด้านซ้ายแหว่งหายไป จากการชันสูตรทางนิติเวชของโรงพยาบาล พบว่า เลือดออกช่องปอด ซี่โครงซ้ายหักทุกซี่เกิดจากของแข็งกระแทก ความเร็วสูง บวกด้วยความร้อน ซึ่งอาจารย์แพทย์ทั้งหลายคงทราบกันดีว่าเกิดจากอาวุธอะไร นอกจากนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บคนอื่นที่ได้รับสาหัสก็จะพบสะเก็ดระเบิดพลาสติก แต่ไม่พบโลหะ และในผู้บาดเจ็บรายหนึ่งยังพบว่ามีกระสุนยางฝังเข้าไปบริเวณหน้าแข้งด้วย
พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการชันสูตรศพ น.ส.อังคณา ไม่พบว่ามีสะเก็ดระเบิด หรือชิ้นส่วนของวัตถุใดๆ ติดค้างอยู่ ต่างจากการชันสูตรศพที่โดนระเบิดอื่นๆ จากกรณีอื่น ที่จะพบเศษวัสดุติดอยู่ที่ศพอย่างชัดเจน หากเป็นการพกพาอาวุธ และเกิดการระเบิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ น่าจะมีเศษโลหะ หรือวัสดุที่เป็นชิ้นส่วนของระเบิดติดอยู่ ซึ่งในกรณีนี้ ไม่มีหลักฐานทำให้ไม่สามารถระบุชนิดของอาวุธได้
พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด กล่าวว่า แก๊สน้ำตาที่ใช้มี 3 แบบ คือ1.รุ่นที่สั่งซื้อจากสหรัฐอเมริกา มีราคาแพง ลักษณะการทำงานเวลายิงออกไป จะไม่มีการระเบิดไม่มีลูกไฟ ควันจะซึมออกมาเอง ซึ่งแก๊สน้ำตาประเภทนี้เป็นชนิดเดียวกับที่กรมพลาธิการ ได้จัดแสดงสาธิตให้สื่อมวลชนชมไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาและเป็นชนิดที่ประเทศอื่นๆ เช่นในการปราบจลาจล 2.แก๊สน้ำตาสั่งซื้อจากประเทศจีน มีราคาถูก โดยลูกแก๊สน้ำตา มีความยาว 6 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 38 มิลลิเมตร นำหนัก 2 ขีด ลักษณะการทำงาน เมื่อยิงออกไปสักพัก เมื่อไปตกกระทบ หรือ ชนกับวัตถุจะเกิดการระเบิดเสียงดัง เพื่อให้ควันแตกตัวออกมาจากพลาสติกที่เป็นทุ่นห่อหุ้มอยู่ ซึ่งการระเบิดดังกล่าวมีผลอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้จุดระเบิดได้ เพราะการยิงต้องใช้ความเร็วสูง ประมาณ 200 ฟิตเปอร์เซ็นต์ มีแรงโมเมนตัมมหาศาล และ3.แก๊สน้ำตาแบบขว้าง ซึ่งจะมีกระเดื้องระเบิดติดอยู่ด้วย การใช้ต้องดึงกระเดื้องออกจากลูกแก๊สน้ำตาก่อน และปาใส่พื้นที่เป้าหมาย ให้เกิดการระเบิดแล้วควันแตกตัวออกมา
“จากการสังเกตุการณ์และชมภาพข่าวการสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เห็นว่าตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาทุกประเภท ทั้งแบบอเมริกาและจีน กับประชาชน ซึ่งแก๊สน้ำตาแบบขว้างและแบบที่สั่งจากจีน เป็นแบบที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส ทำให้ขา แขนขาดได้ อาการบาดเจ็บไม่ต่างจากถูกประทัดยักษ์ระเบิดใส่มือ เท้า เพราะปืนที่ใช้ยิงแก๊สน้ำตามีความเร็วสูงเมื่อกระทบหรือชนอวัยวะใดของร่าง กาย เช่น ขา หรือแขน มีอานุภาพทำให้แขน ขา หักได้ทันที จากนั้น ก็จะเกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้อวัยวะขาด รุ่งริ่งได้ ซึ่งการเป็นระเบิดจากแก๊สน้ำตา จะพบสะเก็ดระเบิดที่เป็นเศษพลาสติกเท่านั้น จะไม่มีเศษโลหะอื่น หรือเศษแก้วปนอยู่” พล.ต.ท.อัมพรกล่าว
พล.ต.ท.อัมพรกล่าวว่า ส่วนกรณีของน.ส.อังคณา ไม่ได้เป็นคนตรวจชันสูตรศพเอง จึงไม่ทราบได้ว่าบาดแผลที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตเกิดจากอะไร ถูกระเบิดหรือแก๊สน้ำตา ซึ่งเรื่องนี้ตอบได้ยากมาก โอกาสเป็นแก๊สน้ำตาก็มีสูง เพราะมีอานุภาพทำร้ายล้างที่รุนแรงเช่นเดียวกับระเบิดอื่นๆ หากอยู่ใกล้กับจุดที่แก๊สน้ำตาระเบิดแตกตัว ซึ่งหาก ขณะเกิดเหตุมีการยิงแก๊สน้ำตาเข้า และ น.ส.อังคณา นอนหมอบทับแก๊สน้ำตาไว้ใต้อก ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้เสียชีวิตได้
ต่อข้อถามว่า จะสามารถทราบได้หรือไม่ว่าเป็นการพกระเบิดหรือการโยนใส่ พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า ลักษณะบาดแผลไม่แตกต่างกันเพราะระเบิดมีอานุภาพทำลายล้างแบบไม่มีทิศทาง แต่หากเป็นระเบิดชนิดประดิษฐ์เอง ที่ศพน่าจะมีหลักฐานคือ เศษวัสดุของระเบิดชนิดๆนั้นอยู่ หากดูตามลักษณะบาดแผลที่หัวเข่ากระจุย หรือบาดแผลอื่นๆ จะเป็นการพกมาเอง ด้วยการหนีบที่รักแร้ หรือ หัวเข่า เชื่อว่า ประชาชน มีสติสัมปชัญญะเหมือนกันที่จะวิเคราะห์ได้ หากเป็นคุณ คุณจะหนีบไว้หรือไม่
พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า วีธีที่จะทราบได้ว่าผู้บาดเจ็บถูกแก๊สน้ำตาหรือระเบิดได้นั้น จะต้องเก็บชิ้นส่วน เศษวัสดุที่เกิดเหตุ หรือชิ้นส่วนเสื้อผ้า และเศษวัสดุ สะเก็ดที่ติดตามบาดแผล หรือร่างกายของผู้ป่วย ที่สำคัญคือ คราบเขม่า สามารถวิเคราะห์ชนิดของอาวุธได้ชัดเจน ซึ่งต้องมีการส่งให้สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สตช. ตรวจสอบ แต่เชื่อว่าคงไม่สามารถวิเคราะห์ได้ เพราะไม่มีทั้งบุคลากรและเครื่องมือ หากไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจ เพราะเป็นคู่กรณีกัน ก็สามารถส่งให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่เป็นกลางตรวจสอบได้
“มาตรการการปราบฝูงชน มีหลักเกณฑ์การยิงแก๊สน้ำตา คือ ยิงขึ้นฟ้าเท่านั้น ส่วนการยิงปืนกระสุนพลาสติกเพื่อใช้ข่มขู่ จะยิงลงพื้นดินที่ว่างเพื่อให้กระสุนกระเด็นขึ้น แต่จะไม่มีการยิงโดยตรงไปที่คนอย่างแน่นอน ซึ่งวิธีการนี้นี้หากเป็นตำรวจที่ผ่านการอบรมหลักสูตรปราบฝูงชนมาก็รู้วิธี การยิงที่ถูกต้อง แต่ตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปที่ฝูงชนในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอ่อนซ้อม หรือเป็นการจงใจยิงก็ได้ เป็นเรื่องสุดที่จะกล่าวจริงๆ แต่ที่แน่ๆ คือ คนที่มีความรับผิดชอบเขาไม่ยิงคนกันแบบนั้น” พล.ต.ท.อัมพรกล่าว
นพ.อธิศพันธุ์ จุลกทัพพะ อ.ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า เก็บปลอกของแก๊สน้ำตาได้จากบริเวณการชุมนุม โดยพบว่ามีคำเตือนเป็นภาษาอังกฤษ ว่า อย่ายิงตรงตัวบุคคล เพราะจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ แต่ไม่ทราบว่าตำรวจผู้ยิงอ่านคำเตือนออกหรือไม่
ส่วน อันนี้ที่มาครับ ขออภัยที่ข้อความช่วงแรกหายไป คงเป็นเพราะ ก็อปปี้ผิดพลาดครับ
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_newsonline.php?newsid=TVRJeU16VTBOalF3TlE9PQ==
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย เอริค เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
❤ 。◕‿◕。 ✎ ✟ஐ ☀☁☂☃☄ช่วงนี้ การเมืองทำให้ ไม่มีอารมณ์จะ โพส กระทงเลย (◡‿◡✿)
คะรับทราบ อิอิ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย OmegaZ496 เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
เหลืองกับแดง เหมือนจะยืนอยู่กันคนละฟาก แต่ก็ต่างโบกธงไตรรงค์เหมือนกัน
มันก็เหมือนปืน BB หรือ paint ball อ่ะครับ
ห้ามยิงกัน ในระยะ 5 เมตร หรือน้อยกว่านั้น
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย augrust เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
long live the king
ผมว่าอันที่มันทำให้เกิดบาดแผลมันไม่มีควันเยอะเหมือนแก็สน้ำตานะครับ
  คำสั่ง โหวต
-1 คะแนน โดย เตะให้ลืมติ๋ม!!!! เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
กุไม่สนทักษิณ กุไม่ใช่ลิ่วล้อมัน แต่กุเกียจพันธมิตรสุดหัวใจ!!!!!!
จะระเบิดหรือไม่ใช่ก็สมควรโดน(ยังน้อยไปสำหรับไอ้พวกนี้)

สรางความเดือดร้อน
  คำสั่ง โหวต
-1 คะแนน โดย tummkung เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
กุละเบื่อ!!!

พวกทำลายชาติ โดนซ่ะ.....สม
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย pppppppppp เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
ชินบัญชร3จบอาจช่วยคุณได้
สำนักข่าว เอเอสทีวี อีกตามเคย
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย nuyty เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
แล้วเขายิงระยะประชิดเหรอ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย aumminler เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
ใครที่ว่าสมควรโดน คุณเป็นคนไทยด้วยกันหรือเปล่า แต่ถ้าคุณเป็นพวกชนบท ผมเข้าใจเลยทำไมถึง สมน้ำหน้าเค้า
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย raka69 เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
หยุด..อำมาตยาธิปไตย

*-
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย jeenadit เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
ขอถามว่าถ้าไม่มีพันธมิตรทักษิณอยู่ไหนทำอะไรก็คงจะบริหารประเทศให้พวกคุณๆอยู่นั้นแหละแล้วพวกพันธมิตรนะเค้าประท้วงกันอย่างมีตัวตนจับต้องได้แล้วพวกคุณๆละที่ว่าเค้าอยู่มีตัวตนกันไหมสักแต่ว่าสักแต่ด่า
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ชามะนาว เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
อยากมีแฟนแบบ ไอคาวะ นานาเสะ
200 ฟิตเปอร์เซ็นต์ คืออะไรครับ ช่วยอธิบายหน่อยครับ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ชามะนาว เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
อยากมีแฟนแบบ ไอคาวะ นานาเสะ
แล้วโมเมนตัมมหาศาลนี่เท่าไหร่ครับ โมเมนตัมที่ใช้คำนวนตรงนี้ใช้สูตรใหน ตัวแปรอะไรบ้างครับ ผมจะได้เอามาคำนวนดูเองว่ามันมหาศาลแค่ใหน ทำอะไรได้บ้าง แล้วค่าโมเมนตัมที่มากพอจะบวกกับแรงระเบิดแล้วฉีกขาขาดได้นี่ต้องมีมากแค่ใหนครับ

เจ้าของกระทงช่วยหาภาพหรือข้อมูลที่เป็นทางการของกระสุนแก๊ซน้ำตาแบบจีนแดงมายืนยันด้วยได้มั้ยครับ ผมอยากรู้ว่ากระสุนแก๊ซน้ำตามีแรงระเบิดมากขนาดใหน

ไม่ใช่ว่าไปเจอข้อความที่ใหนก็จะเชื่อหมดเลย ไม่ได้นะครับ เราต้องมาสืบค้นหาความจริงด้วยตัวเองให้ชัดเจนก่อนครับ
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย ชามะนาว