บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
นี่เป็นบทกลอน"แพะรับบาป" ที่โลกลืมส่วนหนึ่ง ที่นายเฮาดี้ กนกชวาลชัย ได้ระบายความรู้สึกขณะ ที่ถูกจองจำร่วมกับพรรคพวก ในคดีฆาตกรรมนางสาวเชอรี่แอน ดันแคนที่เกิดขึ้น เมื่อ 16 ปีที่แล้ว เป็นคดีที่มีผู้ถูกยัดเยียดให้ต้องรับผิดทั้งที่ความผิดนั้นตนเองมิได้ เป็นผู้ก่อ หรือที่เรียกกันตามประสาชาวบ้านว่าเป็น "แพะรับบาป"
พ่อทำผิด อะไร ที่ไหนลูก
พ่อจึงถูกตำรวจจับ มากักขัง
พ่อเคยทำ อะไร กับใครบ้าง
จึงถูกขัง ถูกจำจอง อยู่ห้องกรง
โธ่, ลูกเอ๋ย เคยคิด พ่อผิดไหม
แล้วเหตุใด เขาจึงคิด จิตลุ่มหลง
จับพ่อมา กล่าวหา ว่า "ฆ่าคน"
ในกมล พ่อไม่คิด สักนิดเดียว
พ่อจากไป เพียงร่าง ที่ห่างเจ้า
ส่วนใจเล่า ยังชะแง้ อยู่แลเหลียว
ไม่เคยลืม เจ้าสักว่า นาทีเดียว
ใจ ห่วงเหนียว ลูกยา ทุกนาที
รู้ไหมครับว่าคดีนี้โด่งดังเป็นตำนานจนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ นั้นก็เป็นเพราะมันอยู่ในความทรงจำผู้คนมาเนิ่นนาน
เชอรี่แอน เป็นภาพสะท้านที่ชัดเจนที่สุด ถึงการฆาตกรรมที่สุดโด่งดัง แม้วิธีการไม่โหดเหี้ยมอะไรมากมาย ไม่ซับซ้อนสักนิด แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้เป็นที่กล่าวถึงนั้นคือกระบวนการยุติธรรมของไทยที่บิดเบือนมากกว่า ซึ่งส่งผลร้ายแก่แพะรับบาปหลายๆ คนและผู้เกี่ยวข้องได้ ตราบจนถึงทุกวันนี้
เชอรี่แอน เด็กสาวลูกครึ่งอายุแค่ 16 ปีคนหนึ่ง ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า สะพานแห่งความตาย คือความสวยสะพรั่ง และความสดสวยของเธอเอง นั้นคือบทบันทึกโศกนาฏกรรมแห่งชีวิต ความรัก และความตายของเธอ เชอรี่แอน ดันแคน
25 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
ในป่าแสมบางสำราญ บริเวณหลัก กิโลเมตรที่ 42 ของถนนสุขุมวิท(สายเก่า) ตำบลปางปูใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ
วันนี้ นางสงัดกับนางสายหยุด ศรีเมือง สองสามีภรรยา ชาวบ้านที่อาศัยในบริเวณนั้นตื่นเช้ามาเพื่อช่วยกันหาและจับปูในป่าแสนซึ่งเป็นป่าชายเลนเพื่อนำไปขายเป็นรายได้เลี้ยงชีพเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
แต่วันนี้เปลี่ยนไป!
เพราะวันนี้นอกจากทั้งคู่จะเจอปูแล้ว ยังเจอศพผู้หญิงอีกด้วย เธอนอนเสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำบริเวณในป่าชายเลน แน่นอน.......ทั้งคู่ตกใจรีบไปแจ้งตำรวจ สภอ.สมุทรปราการ
หลังตำรวจได้รับแจ้ง ไม่กี่นาทีต่อมาก็ยกกำลังพลเกือบหมดโรงพักมายังที่เกิดเหตุ
จากการสันนิษฐานชั้นแรกว่า เธออาจเป็นสาวโรงงานในละแวกนั้น อาจถูกลวงมาฆ่า ข่มขื่น เหมือนคดีฆาตกรรมที่เล็กทั่วๆ ไป
แต่นี้ไม่ใช่ ข่าวเล็ก ข่าวนี้ ต่อมาได้กลับกลายเป็นข่าวสุดดังไปทั่วประเทศในเวลาต่อมา
เพราะจากการสืบ พบว่า ศพนั้นคือ นางสาว เชอรี่แอน ดันแคน นักเรียนสาวลูกครึ่งวัย 16 ปีของโรงเรียนพระกุมารเยชูวิทยา ซอยสุขุมวิท 101 เธอถูกฆาตกรรมอย่างเลือดเย็น อาจจะถูกบีบคอเสียชีวิต เพราะสภาพศพไม่พบบาดแผลใดๆ
แน่นอนการสอบสวน บุคคลที่เกี่ยวข้องกลุ่มแรกกับความตายของเธอกลุ่มแรก ประกอบไปด้วย มิสเตอร์โจและนางกลอยใจ ดันแคน พ่อแม่บังเกิดเกล้าของเธอ
คนสำคัญอีกคนหนึ่งที่ตำรวจเรียกมาสอบสวนคือ นายวินัย ชัยพานิช หรือเรียกเล่นๆ ว่าแจ๊ค เสี่ยใหญ่วัย 43 ปี (ในขณะนั้น) เจ้าของธุรกิจก่อสร้างมากมายหลายแห่ง ซึ่งฐานานุรูปของเขาคือเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูสาวน้อยเชอรี่แอน (เลี้ยงต้อย?)
ประเด็นสำคัญ จากบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สมุทรปราการ ปรากฏว่า นายวินัย ได้แจ้งถึง การหายตัวของ เชอรี่แอนไว้ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม หลังการพบศพหนึ่งวัน
ในขั้นแรกของคดี ตำรวจยังมืดมน เนื่องจากไม่มีหลักฐานประกอใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งพยานบุคคลในที่เกิดเหตุและหลักฐานแวดล้อมรอบข้าง รวมทั้งวิทยาการสอบสวนในสมัยนั้นอาจยังไม่รุดหน้าเท่าทุกวันนี้
จากการสืบสวนเพื่อนสนิทของเชอรี่แอน พบว่า ตอนเย็นวันที่ 22 กรกฎาคม หลังเลิกเรียนแล้ว ทุกคนเห็นเชอรี่แอน เดินขึ้นแท็กซี่ ที่มาจอดรอรับเธออยู่หน้าโรงเรียนตามลำพัง
และนี้คือภาพสุดท้ายที่เห็นเชอรีแอน เพื่อนๆ ของเชอรี่แอนไม่มีใครจำทะเบียนรถคนนั้นได้ และรูปพรรณสัณฐานของโชเฟอร์แท็กซี่ทุกอย่างมืดมนหนักขึ้นไปอีก
สื่อมวลชนในสมัยนั้น โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ เริ่มติดตามข่าวคดีนั้นอย่างต่อเนื่อง กัดแบบไม่ปล่อย เพราะทุกอย่างไม่คืบหน้า
เมื่อตำรวจหาหลักฐาน พยานไม่ได้ สื่อก็เร่ง คดีได้รับความสนใจของประชาชน ทำให้ตำรวจจำเป็นต้องปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด พวกเขาจึงต้องวางแผนอย่างหนึ่งขึ้น
หาแพะรับบาป
21 สิงหาคม พ.ศ.2529
กลุ่มฆาตกร และผู้บงการในการฆาตกรรม นางสาวเชอรี่แอน ดันแคน ถูกจับยกแก๊ง ราวกับอภินิหาร ซ้อนปาฏิหาริย์
พ.ต.ท.เลิศล้ำ ธรรมนิสา รองผู้กำกับ สภอ.สมุทรปราการ (ยศและตำแหน่งในเวลานั้น) แถลงการณ์ข่าวการจับกุมต่อสื่อมวลชน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ต้องหา 5 คนคือ
จำเลยที่ 1 นายวินัย ชัยพานิช
จำเลยที่ 2 นายรุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย
จำเลยที่ 3 นายพิทักษ์ ค้าขาย
จำเลยที่ 4 นายกระแสร์ พลอยกลุ่ม
จำเลยที่ 5 นายธวัช กิจประยูร
ทั้ง 5 คน 5 ชีวิต ถูกตราหนาจากสังคมว่าเป็นกลุ่มฆาตกร ที่มีส่วนร่วมสังหาร นางสาวเชอรี่ แอน อย่างเลือดเย็น สื่อมวลชน ประชาชน ตราหน้า รุมสาปแช่งพวกเขา ลงทัณฑ์ว่า พวกเขาต้องถูกประหารชีวิต
นายวินัย ชัยพานิช จำเลยที่ 1 ถูกตั้งข้อหาว่า เป็นผู้บงการฆ่า ซึ่งในสำนวนกฎหมายคือ ผู้ใช้-ผู้จ้างวานคนอื่น คือจำเลยที่ 2 3 4 5 ซึ่งเป็นลูกน้องหรือ ผู้ใต้บังคับบัญชาไปวางแผนสังหาร ผู้อื่นโดยวางแผนและไตร่ตรองไว้ก่อน
ง่ายยิ่งกว่าง่ายยิ่งกว่าต้มมาม่า 3 นาทีหรือยิ่งกว่าการ์ตูนอีก เพราะระยะเวลาแค่ 27 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถับกุมกลุ่มฆาตกร ได้ยกแก๊งครบทุกโบกี้ครบที่นั่งแบบนี้
ตำรวจไทย สุดยอดฝีมือ แห่งความเกรียงไกร ประชาชน แซ่ซ้อง....สรรเสริญ นึกว่ารูปปั้นตำรวจแบกประชาชนบาดเจ็บหน้าสถานีจะตั้งไว้เฉยๆ ซะอีก
แต่............................
เมื่อข่าวนี้เป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วประเทศ ทุกคนเริ่มสนใจกลุ่มฆาตกรในคดีนี้มากขึ้น เสียงวิพากษ์เป็นในทางเดียวกัน คือขอให้ศาลตัดสินประหารชีวิตฆาตกรกลุ่มนี้
คงที่ทราบดีว่า นี้คือละครฉากใหญ่ที่เจ้าหน้าที่สืบสวน อำนวยการสร้างขึ้นมา เป็นละครฉากใหญ่ที่หลอกคนดูทั้งประเทศ ได้อย่างแยบยล เหนือชั้น เพื่ออะไรหรือ? ดาวบนบ่า ความทะยานในหน้าที่การงาน คดีมันดังสื่อมวลชนเร่ง หรืออะไรกันแน่
เบื้องหลังการจับกุมแพะกลุ่มนี้ เกิดขึ้นหลังการตายของเชอรี่แอนประมาณ 2 สัปดาห์
นายประเมิน โพชพลัด อาชีพขับสามล้อรับจ้าง เดินเข้ามาหานางกลอยใจ ดันแคน หลังจากที่เห็นรูป และเรื่องราวข่าวสะเทือนขวัญบนหน้าหนังสือพิมพ์
เขาให้การกับตำรวจ ในเวลาต่อมา ในวันที่เกิดเหตุ เขากำลังขับรถตระเวนหาผู้โดยสารอยู่ในซอยสวนพลู เขตยานนาวา ณ จุดหนึ่งริมถนน เขาเหลือบไปเห็น จำเลยที่ 2 นายรุ่งเฉลิม กนล ชวาลชัย จำเลยที่ 3 นายพิทักษ์ ค้าขาย กำลังประคองเชอรี่แอน ออกมาจากซอยแห่งหนึ่ง เธออยู่สภาพสลบไศล ไม่รู้สึกตัว โดยมี จำเลยที่ 1 นายวินัย ชัยพานิช จำเลยที่ 4 นายกระแสร์ พลอยกลุ่มและ จำเลยที่ 5 นายธวัช กิจประยูร เดินตามมาข้างหลัง
นายประเมินจอดรถ ถามคนกลุ่มนั้นว่า ต้องการให้พาไปโรงพยาบาลหรือไม่....แต่ได้รับการปฏิเสธ
นายประเมินได้ให้การกับผู้พิพากษาในเวลาต่อมาว่าจำหน้าเด็กผู้หญิงคนนั้นดี และแม่นยำ เพราะเธอเป็นสาวลูกครึ่ง หน้าตาสวยมาก เขาทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าเธอถูกฆ่าตาย จึงเดินทางมาเพื่อเป็นพยานให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2529
และนี้คือพยานปากเอกคนเดียวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีในตอนนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่ม 5 คน ถูกจับกุมดำเนินคดี
โดยหารู้ไหมว่า.............................นายประเมินคือพยานเท็จ!
เขาถูกจ้างโดยตำรวจเพื่อใส่ความผู้ต้องหาทั้ง 5 โดยรับค่าจ้างแค่สังกะสีไม่กี่แผ่นเพื่อนำมาซ่อมหลังคาบ้าน สังกะสีที่แลกกับชีวิตของผู้บริสุทธิ์ทั้ง 5 คน
กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าจับ นายวินัย และลูกน้อง ถึงหน้าบริษัทเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม
นายวินัยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการและจ้างวานให้ฆ่าเชอรี่แอน และต่อมาเขาเป็นเพียงคนเดียว ที่ไม่ถูกอัยการฟ้อง จนถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2529 เนื่องจากอัยการพิจารณาแล้วว่า หลักฐาน และสำนวน ที่ตำรวจยื่นฟ้องมานั้น อ่อนหัด และมั่วตั๊วเกินไป
แต่จำเลยอีก 4 คนเหลือ......ไม่พ้นตำรวจไทย ท้ายสุดเขาต้องรับซะตากรรมที่ตนเองไม่ได้ก่อ พวกเขาทั้งหมดถูกตัดสินประหารชีวิต จากศาลชั้นต้น
ก่อนรอประหาร ทั้งหมดถูกจำคุกใกล้ตะแลงแกง ที่นั้นมีทั้งโรคระบาด อาหารไม่สะอาด หนู แมงสาป สุขอนามัยสุดเลวร้าย
จำเลยทั้งสี่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลจังหวัดสมุทรปราการและศาลอุทธรณ์ได้รับ ไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2533 ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ นายรุ่งเฉลิม หรือเฮาดี้ กนกชวาลชัย จำเลยที่ 1 เจ้าของบทกลอนข้างต้น ได้ถึงแก่ความ ตายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2534 ที่เรือนจำบางขวาง ส่งผลให้ศาลจังหวัดสมุทร ปราการสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1
ต่อมาวันที่ 21 มกราคม 2535 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกา และในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2536 ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วมีคำพิพากษาตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2536 พิพากษา ยืนตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ อันเป็นสิ่งแสดงว่าจำเลยที่ยังมีชีวิตอยู่ในคดีดังกล่าวเป็น "ผู้บริสุทธิ์"
ต่อมาหลังจากการต่อสู้ในศาลฏีกา......ได้มีการเปลี่ยนคำพิพากษาออกมายกฟ้องพวกเขาทั้งหมด แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพราะความทุกข์ทรมานที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ได้ส่งผลให้.........
นายพิทักษ์ ติดโรคร้ายมาจากคุก และมาเสียชีวิตลงเมื่อปลายปี 2536 เมื่อพ้นคดีออกจากคุกมาเพียง 5 เดือน
นายธวัชเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตามหลังนายพิทักษ์ไม่นานมานัก
ส่วนนายกระแสร์ พลอยกลุ่ม คือแพะในคดีเชอรี่แอน เพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอด
นายกระแสร์ ได้พูดหลังออกจากคุกว่า "?ก่อนเข้าคุกผมมีครอบครัว ภรรยาอยู่ที่ท่าเรือคลองเตย มีลูกชาย 1 คน ลูกสาว 1 คน ตอนที่ผมเข้าไปอยู่ในคุกภรรยาผมเครียดมากจนเสียชีวิต ต่อมาลูกสาวอายุ 17 ? 18 ปีถูกฆ่าข่มขืน ผมอยู่ในคุกไม่มีใครบอกว่าลูกสาวผมโดนฆ่าตาย ผมก็ไม่รู้เรื่องเขาปิดกัน ลูกสาวกำลังสอบชิงทุนไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้าเกิดผมซึ่งเป็น พ่อยังอยู่ข้างนอก ก็ยังดูแลเขาได้ไม่โดนฆ่า ต่อมาลูกชายก็หายสาปสูญยังหาไม่เจอ?"
นายกระแสร์ เริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงช้าๆ ว่า
"เมื่อปี 2529 นางสาวเชอรี่แอน ดันแคน ถูกฆ่าตาย ตำรวจปากน้ำก็มาแจ้งจับพวกผมกับเสี่ยวินัย ชัยพาณิชไปจับ รุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย พิทักษ์ ธวัช จับไปปากน้ำว่าร่วมกันฆ่านางสาวเชอรี่แอน แต่พวกเราไม่ได้ฆ่า บอกกับตำรวจ กับใครตอนนั้นก็ไม่มีใครเชื่อ นักข่าวประโคมข่าวมาก ตำรวจปากน้ำชื่อ พ.ต.อ.มงคล ศรีโพธิ์ และพ.ต.อ.สันติ เพ็งสูตร เอาตัวนายประเมิน โภชน์พัฒน์ มาชี้ตัวโดยดูรูปจากตำรวจก่อนและให้เงินนายประเมิน 500 บาท แล้วมาชี้ตัวว่าพวกเราเป็นคนประคองเชอรี่แอนลงมาจากตึกคอนโดมิเนียมของเสี่ยวินัย จากนั้นอัยการก็สั่งฟ้องเรา ศาลตัดสินประหารชีวิตพวกเรา 4คน แต่ยกฟ้องเสี่ยวินัย
เราถูกส่งเข้าไปอยู่ในแดนประหาร คุกบางขวาง จนปี 2535 ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แต่รุ่งเฉลิม ตายในคุกก่อนที่ศาลจะอุทธรณ์จะพิพากษา เพราะคิดมากเครียด เนื่องจากตัวเองไม่ได้ทำความผิด ลูกเขาก็ยังเล็กๆ อยู่ในสมัยนั้น ตัวผมเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาเจ้านายเก่าบริษัทยามประกันตัวให้ออกมาได้ แต่พิทักษ์และธวัช ยังติดอยู่ในบางขวาง เพราะต้องรอศาลฎีกา แต่ออกมาได้ไม่เท่าไหร่ก็เสียชีวิตทั้ง 2 คนเพราะติดโรคมาจากในเรือนจำ ผมจำไม่ได้ว่าตายปีไหน ตอนผมโดนจับถูกตำรวจซ้อม หัวฟาดกับโต๊ะ ทำให้มึน ประสาทเลยช้าคิดอะไรช้า
โดนซ้อมจนสมองชา
"ตอนที่ผมถูกจับผมไม่รับสารภาพ ผมถูกตำรวจหลายคนซ้อม เยอะ หลายคนจำไม่ได้ มีตำรวจนอกเครื่องแบบด้วย ไม่ทราบว่าใครบ้าง ถูกซ้อมจนกระดูกสันหลังร้าว ไปหาหมอตามคลินิคเขาฉายเอ็กซเรย์ให้ผม ขณะที่ศาลชั้นต้นกำลังจะตัดสิน แล้วผมก็ไม่มีตังค์ที่จะผ่า พอศาลตัดสินผมก็เข้าเรือนจำปากน้ำไปเลย พอออกมาแล้วหลักฐานฟิล์มเอ็กซเรย์ก็ไม่รู้ หมอหายไปอยู่ไหนหมดแล้ว จากกระดูกสันหลัง ทำให้หัวคิดช้า คิดอะไรคิดออก แต่ช้า เพราะมึน ตอนที่ตำรวจซ้อมหัวฟาดพื้น สมัยก่อนโรงพักปากน้ำเป็นไม้ เก้าอี้เป็นไม้ พอถูกถีบก็หงายท้องเลยหลังกระแทกโต๊ะที่นั่งหัวฟาด ขณะนี้พอเวลาเดินเร็วๆ ขาจะชามาจากหลัง นอนหงายไม่ได้ ต้องนอนตะแคง ช่วงที่อยู่ในคุกมีหมอก็ขอยาแก้ปวดบ้าง แม่ส่งน้ำมันไปให้ทาบ้าง
เข้าคุกทั้งที่ไม่ผิด
"ตอนเสี่ยวินัยเขายกฟ้องพวกผมโดนตัดสินประหารชีวิต เสี่ยวินัย ก็ไปวิ่งเต้นแจ้งทางกองปราบปราม ทีนี้กองปราบปรามเขารู้แล้วว่าพวกผมไม่มีความผิด กองปราบปรามติดตามคดีอย่างเงียบๆ กำลังตามจับผู้ต้องหาตัวจริงแล้วก็แจ้งมาที่โรงพักปากน้ำว่า พวกนี้ไม่มีความผิด ตัวจริงกำลังจะจับอยู่ แต่ตำรวจปากน้ำไม่เชื่อให้ศาล อัยการสูงสุดดำเนินเรื่องต่อไป ไม่ยอมปล่อยพวกผมทั้งที่รู้ว่าไม่ผิด อยู่ในคุกไม่มีใครช่วยหรือต่อสู้ให้ ภาวนาอย่างเดียวให้เรารอด เพราะเราไม่ได้ทำความผิด เราอยู่ในคุกเรายังไม่รู้ว่ากองปราบปรามกำลังดำเนินการ พอเขาจับตัวจริงได้เราก็รอด ศาลยกฟ้องก่อนแล้วจึงจับผู้ต้องหาตัวจริง หลังศาลยกฟ้องไม่มีใครยื่นมือมาช่วย คนที่ไม่เคยทำผิดอยู่ๆ ศาลตัดสินประหารชีวิต จิตใจที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะเป็นอย่างไร อย่างเฮาดี้ (นายรุ่งเฉลิม กนกชวาลชัย) เป็นลมพับตรงนั้น นอกนั้นพากันร้อง เป็นลมหมด ก็เขาไม่ได้ทำความผิดแล้วศาลตัดสินประหาร คนไม่ผิดความรู้สึกตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นคนอื่นจะเป็นอย่างไร พอศาลตัดสินก็ต้องเข้าคุกไป
เมียตายลูก-สาวโดนฆ่าข่มขืน-ลูกชายหายสาปสูญ
"ก่อนเข้าคุกผมมีครอบครัว ภรรยาอยู่ที่ท่าเรือคลองเตย มีลูกชาย 1 คน ลูกสาว 1 คน ตอนที่ผมเข้าไปอยู่ในคุก ภรรยาผมเครียดมากจนเสียชีวิต ต่อมาลูกสาวอายุ 17-18 ปีถูกฆ่าข่มขืน ผมอยู่ในคุกไม่มีใครบอกว่าลูกสาวผมโดนฆ่าตาย ผมก็ไม่รู้เรื่องเขาปิดกัน ลูกสาวกำลังสอบชิงทุนไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้าเกิดผมซึ่งเป็นพ่อยังอยู่ข้างนอกก็ยังดูแลเขาได้ ไม่โดนฆ่า ต่อมาลูกชายก็หายสาปสูญยังหาไม่เจอ
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรมตำรวจ 25 ล้าน
"ช่วงเกิดคดีสื่อมวลชนออกข่าวทั่วประเทศ หนังสือพิมพ์ ทีวีทุกช่อง ลงข่าวกันครึกโครมหมดเลย แต่ตอนศาลยกฟ้องมีข่าวแค่นี้ (ทำมือให้ดูว่าเป็นข่าวสั้นๆ) แล้วประชาชนจะรู้หรือว่าพวกเราไม่ได้ผิด เขาต้องคิดว่าเรายังเป็นฆาตกรอยู่ เพราะเขาไม่รู้ว่าศาลยกฟ้องเรา ตอนออกมาจากคุกมีทนายอยู่ 1 คนช่วยเหลือว่าความคดีฟ้องกรมตำรวจกับตำรวจให้ แต่ฟ้องแบบไม่มีสตางค์ ฟ้องอนาถา ศาลตัดสินแล้วว่าตำรวจพวกนั้นไม่เกี่ยว ให้ฟ้องกับกรมตำรวจ ตอนนี้ฟ้องกับกรมตำรวจอยู่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ตอนโดนจับเสียชื่อเสียง คนอื่นเกลียดว่าเป็นฆาตกร ทั่วประเทศลงข่าวครึกโครมส่วนนี้เรียก 10 ล้านบาท และตำรวจทำร้ายร่างกายทำให้พิการทางสมอง ผมก็เรียกอีก 5 ล้านบาท แล้วผมเคยทำงานด้านรักษาความปลอดภัยได้เงินเดือนๆ ละ 3,300 บาทประมาณ 21 เดือนคิดเป็นเงิน 96,300 บาท แล้วก็ตอนที่ผมเสียอิสรภาพถูกจับเข้าไปอยู่ในคุก ถูกใส่โซ่ตรวนตลอด 24 ชั่วโมง มีกินบ้างไม่มีบ้างตอนอยู่ในคุก แล้วแดนประหารมีนักโทษทุกประเภท ไม่มีใครกลัวใคร บางคนก็ประสาทเสีย บางคนก็บ้า ก็ต้องทนอยู่กันอย่างนั้น ลำบากมาก ตรงนี้เรียก 10 ล้านบาท แล้วแต่ศาลจะเมตตาให้
"ทนายไม่ได้บอกว่าคดีจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ผมก็ไปขึ้นศาล ฝ่ายอัยการก็เลื่อนเรื่อย ศาลรัชดาเลื่อนเรื่อย นี้ก็เลื่อนผมไปวันที่ 3 เมษายน เวลา เช้า 09.00 น. ผมไม่ได้หวังว่าจะชนะคดีได้เงิน 25 ล้านบาท แล้วแต่ศาลจะเมตตา ได้แค่ 1 ล้าน ครึ่งล้าน แค่ให้พอมีเงินไปใช้หนี้เขา ตอนที่แม่ผมมาเยี่ยมในคุก แม่อยู่อยุธยาต้องยืมเงินเขามาเยี่ยมผม ปัจจุบันมีอาชีพขายปลาตู้ ปลากัด และรับจ้างเป็นยามบ้างหรือใครจ้างให้ทำอะไรก็ไปไม่พอกิน
แพะแดนประหาร
อยู่ในคุกบอกไม่ถูกว่าจะได้ออกหรือไม่ได้ออก คิดว่าจะได้ออกก็คิดไม่ได้ คิดว่าจะตายก็เอ๊ะ ยังไงก็บอกไม่ถูก คล้ายๆ หมดอาลัยแล้ว ถึงคราวก็ตายคิดแบบนี้ เพราะไม่รู้ว่ากองปราบปรามกำลังเดินเรื่องให้เรา ไม่เคยมีใครมาส่งข่าวให้เลย ตอนไปศาล ตำรวจโรงพักมากันใหญ่เลยทั้งที่เราไม่ได้ผิดเลย ใส่ตรวน 2 เส้น ใส่กุญแจมืออีก จนจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ทำกับเราน่าดู สุดท้ายตำรวจบอกทำไปตามหน้าที่ ทำไปตามพยานหลักฐาน เขาก็พ้นไป จะว่าเป็นเวรกรรมของผม ก็เป็นกรรมที่มันพวกนี้สร้างกรรมให้เรา พวกตำรวจร่วมกันจับพวกเรา สร้างกรรมให้เรา ทำให้หลายชีวิตต้องลำบาก ลูกเมียลำบาก ในแดนประหารมีคนทุกชนิด บางคนก็ไม่ได้ทำความผิด จับเขาไปไว้ในนั้น บางคนก็สู้คดี ได้คุยกับบางคนไม่ได้มีความผิดบางคนไม่รู้เรื่อง ตำรวจชอบปิดคดีเร็วๆ ผมว่าตอนนี้ในแดนประหารมีคนที่ไม่ผิดอยู่ แต่เราไม่รู้ว่าเขาจับกันมาอย่างไร แต่คดีผมเป็นคดีดัง แต่อยู่ๆ ก็เงียบไม่มีใครรับผิดชอบ บางคนถ้าเกิดเป็นคดีแบบผม ถ้าหลักฐานที่เขาสร้างมาแน่นหนาก็ต้องโดนประหารทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำความผิด อยากเรียกร้องให้ประเทศไทยมีกฎหมายจ่ายค่าเสียหายชดเชยให้กับคนที่ถูกจับไปอยู่ในคุกโดยไม่รู้เรื่อง ศาลเขาคงจะอ่านหนังสือบ้างว่าคดีแพะมาอีกแล้ว ผมเห็นข่าวในทีวีจับแพะคดีปล้นร้านทองอีก เขาคงคิดว่าเป็นเวรกรรมของมัน จับเขาไปแล้ว คนจับส่งเป็นใคร คดีผมจำชื่อได้หมดตอนนี้เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่อย่าไปเอ่ยชื่อเขาเลยไม่ดี เดี๋ยวส่งคนมาเก็บอีกจะยุ่ง"
แล้วความจริงของคดีนี้คืออะไรกันแน่และใครคือคนร้ายตัวจริง
โปรดติดตาทตอนไปครับ ขออภัยเรื่องมันยาวครับ
สถานที่พบศพ เชอร์รี่แอน
แต่ยังม่ะเข้าจายอยู่ดี
สรุปข้างบนนี่คือเรื่องจิง จับแพะกานจิงๆ ช่ายป่ะคะ
เพราะติดตามคดีนี้เหมือนกานอ่า ถึงจะเกิดม่ะทันกะเถอะ
+2 ป่ายในเนื้อหาจ้า
เมื่อกฎหมายไม่ยุติธรรม ตำรวจทำงานหวังยศแบบนี้ กรมตำรวจมีไว้หาพ่อพวกมึงเหรอ
สมควรแล้วที่จะเ