บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
(เมลของทหารพรานคนหนึ่งครับ)
ความเป็นอยู่ของทหารพรานในภาคใต้โดยเฉพาะกำลังที่ อยู่ตามกองร้อยในสนาม อย่างไรก็ไม่เหมือนทหารหลักอยู่แล้วล่ะครับ พวกเราไม่มีกองร้อยถาวร เร่ร่อนไปตามคำสั่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาที่ผู้บังคับบัญชาเห็น ว่าเหมาะสม ไม่มีฟูกให้นอน นอกจากเปลกับแคร่ไม้ไผ่ ทหารพรานทุกคนที่อาสาเข้ามาทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นทหารรับจ้าง ภาษาทหารเรียกว่ากำลังประจำถิ่น ค่าจ้างเรียกว่าค่าตอบแทนรายเดือน ขั้นต่ำสุด บวกกับค่าครองชีพรวมเป็น ๗,๓๕๐ บาท เพิ่มค่าเสียงภัยอีก ๑,๐๐๐ บาท (ทราบว่าเพิ่มเป็น ๒,๕๐๐ บาท แต่จะมั่นใจได้ก็ต่อเมื่อได้รับจริงเท่านั้น) และมีค่าอาหารบวกค่าเลี่ยงดูเพิ่มเติมอีกจำนวน ๑๖ บาท/คน/วัน (ไม่ทราบใครเป็นคนคิดงบประมาณส่วนนี้ให้ใช้มาหลายปีมากแล้ว ตั้งแต่จำความได้ ปัจจุบันข้าวยำห่อเดียวก็ ๑๐ บาทเข้าไปแล้ว)
หักค่าประกอบเลี้ยงคนละ ๒๕ บาท/คน/วัน ตัดเป็นค่าข้าสารวันละ ๑๐ บาท ค่ากับข้าววันละ ๑๕ บาท ประกอบเลี้ยง ๒ มือ เช้ากับ เย็น มื้อกลางวันก็ตามยถากรรมครับ ก็มีผู้ใจบุญบางรายที่ช่วยบริจากบ้างก็อาหารญี่ปุน(มาม่า)ก็ได้รับไม่บ่อยนักขึ้นอยู่กับความสามารถของ ผบ.ร้อย แต่ละกองร้อย และความศรัธาของผู้มีน้ำใจอีก ถ้ากองร้อยใหนไปตั้งใกล้วัดก็อาจมีอาหารเหลือจากพระที่ท่านเมตตาเผื่อแผ่ให้ ก็โชคดีได้รับอานิสงฆ์จากผู้ใจบุญผ่านทางพระมาบ้างแต่ก็ไม่บ่อยนักเหมือนกัน การกินอยู่ภายในกองร้อยก็คงจะมากกว่านี้ไม่ได้แล้วเพราะจำกัดด้วยตัวเงินที่ อนุญาตให้หักได้ แต่เงินที่หักเป็นค่าอาหารในกองร้อย รับรองว่าไม่อาจถูกงุบงิบได้แน่นอนเพราะวันละ ๒๕ บาทก็แทบจะกินเกลืออยู่แล้ว มันถูกกว่าค่ากาแฟ ๑ ถ้วยของท่านผู้เจริญที่อยู่ในเมืองเสียอีก แต่เดือนๆนึง ผบ.ร้อยใจดีก็ต้องควักกระเป๋าเลี้ยงอาหารพิเศษลูกน้องบ้างเป็นการปลอบขวัญ กันเองตามโอกาส
มีคนมากมายเข้าสมัครเป้นทหารพราน เพื่อเงินเดือนที่ดูเหมือนจะมาก แต่ก็ต้องลาออกไปบ้าง เพราะความกดดันของงานที่ต้องทำ งานของทหารพรานนั้นเสี่ยงตายทุกอย่าง ต้องทำงานในป่า ซึ่งเสี่ยงต่อการที่คนร้ายจะบุกเข้ามาโจมตีฐาน
และหากเปรียบแล้ว ทหารพรานก็คงจะเหมือนเมียน้อยของกองทัพบก ในขณะทหารที่ถูกส่งมาประจำการใน 3 จังหวัด ทหารพรานจะเรียกว่า"ทหารเขียว"(ทหารพรานใส่ชุดดำ)เป็นเมียหลวง เพราะทหารพรานนั้นเป็นหน่วยเฉพาะกิจ ที่กองทัพบกตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการพิเศษในเชิงรุก ซึ่งต้องอยู่ในป่า และ ทำทุกอย่างเพื่อให้ภาระกิจสำเร็จ
ในการปฏิบัติงานทหารพรานต้อง เดินลาดตระเวนวันละประมาณ 20 กม.ในขณะที่"ทหารเขียว"ขับรถจักรยานยนต์เพื่อลาดตระเวน การทำภารกิจพิเศษที่ต้องบุกจับโจรตามป่าเขา ต้องปีนเขา 2-3 ลูก เพื่อเข้าไปยังรังของพวกมัน แต่ในบางครั้งพวกมันก็รู้ทันทำให้ทุกคนต้องเหนื่อยฟรี ต้องปีนเขา 2-3 ลูกเนี่ยโจรมันรู้ทันเลยหนีไปแล้ว พวกเราเลยขึ้นไปเก็บสะตอแทน เหนื่อยก็เหนื่อยแถมสะตอที่ได้ทาก็นิดเดียว ตอนลงยังต้องสไลด์ลงเขาอีก ตามตัวนี้มีแต่แผลเต็มไปหมด
การกินอยู่ของทหารพรานนั้นก็ยากลำบากมาก ข้าวปลาอาหารได้กินไม่เกินวันละ 2 มื้อบางครั้ง 2 วันแล้วก็ยังไม่ได้กิน และที่หลายคนสงสัยว่าทหารพรานนั้น"ซกมก"เห็นจะจริงนะ เพราะชุดที่ใส่ 1-2 อาทิตย์บางทีก็ยังไม่ได้เปลี่ยน อาบน้ำมีบ้างก็ 2 วันครั้งอย่างดีที่สุดก็วันละครั้ง ก็ลองคืดดูละกันว่าเดินลาดตระเวนทั้งคืน กลับมาก็ต้องเข้าเวรอีก เวลาอาบน้ำแทบจะลืมไปได้เลย
อาชีพที่เสี่ยงภัยอย่าง"ทหารพราน"หากใจ ไม่รักจริงคงอยู่ไม่ได้ ที่เหลืออยู่ก็มีแต่คนที่มีใจรักในทางทหารเท่านั้น บางคนถูกทางบ้านขอให้ลาออก แต่ก็ไม่มีใครออกเพราะเขารักอาชีพนี้จริงๆ "ทหารพราน"หาแฟนยากเพราะคนที่จริงใจต่อทหารพรานนั้นช่างน้อยเสียเหลือเกิน ขนาดคนที่มีลูกมีเมียแล้วยังถูกเมียบอกเลิก และ ขอหย่าอีก
และเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องขอยกย่อง"ทหารพราน"ผู้เก่งกล้า ที่ได้สละชีพเพื่อชาติอย่างสมศักดิ์ศรี
วัน หนึ่ง ในขณะที่รถกระบะของทหารพรานได้วิ่งไปตามถนนสายหนึ่ง ในอำเภอบันนังสตาร์ เกิดไปเหยียบกับระเบิดเข้า รถเสียหลักพลิกหงายท้อง ทหารพรานที่โดยสารมาทั้งหมด 8 นาย กระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง ทหารทุกนายบาดเจ็บตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น ควานหาปืนอาวุธสำคัญประจำกาย พวกโจรใจบาปที่วางกับระเบิดไว้ก็ออกมาจากที่ซ่อยตัวเข้ามายิงซ้ำ ทหารพรานนายหนึ่งคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์หาแฟน และหยิบปืนขึ้นมายิงต่อสู้กับโจร เสียงตะโกนเสียงปืน เสียงเหตุการณ์ทุกอย่างแว่วเข้าไปในโทรศัพท์ ให้คนปลายสายรับรู้ ว่าในขณะนี้ตัวเขาเองกำลังเจอกับอะไร และ เป็นการบอกลาไปในตัว หากเขาไม่มีโอกาสกลับไปหาคนรัก เมื่อเสียงทุกอย่างเงียบลง ไม่ได้ยินเสียงคนรักที่รออยู่ปลายสาย เพียงเท่านี้เธอก็รู้แล้วว่า คนรักของเธอ ได้สละชีพเพื่อชาติอย่างสมเกียรติ
เรื่องราวที่เล่ามา นี้ เพียงแค่อยากให้ทุกคนคำนึงถึงชีวิตคนกลุ่มหนึ่งที่ได้สละชีพเพื่อชาติบ้าน เมือง และ อยากให้รู้ว่า"พวกเขาคือวีระบุรุษตัวจริง"
ขอบคุณ
http://www.forum.blackarmy47.com/viewtopic.php?t=31&sid=484e17e8a2388de955df5075f5d78505
ทหารพรานแดนใต้สุดช้ำ ทำงานบนความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 6 บาท แถมไร้สวัสดิการแทบทุกด้าน วอนรัฐเหลียวแลจริงจัง เผยขอทำประกันสังคมยังทำเมิน จี้ยกระดับทหารพรานให้เป็นลูกจ้างรัฐ ยอมรับรายได้น้อยลูกเมียสุดลำบาก โดยเฉพาะเพื่อนที่ถูกเด็ดหัว 5 ศพ เผยทำงานมากว่า 20ปี เงินเดือนแค่ไม่กี่พัน ซ้ำต้องถูกหักค่าอาการอีกเดือนละ 600บาท ชี้ชีวิตแค่รอความคายกับพิการเท่านั้น
อาสาสมัครทหารพราน พิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อาสาสมัครทหารพราน วัย 24 ปี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ใน อ.เจาะไอร้อง กล่าวถึงความเป็นอยู่ของตนเองและเพื่อนทหารพราน โดยยอมรับว่า ทหารพรานอย่างพวกตนถือว่าเป็นหน่วยที่ลำบากที่สุด และมีความเสียอันตรายมากที่สุด เพราะทุกวันนี้กลุ่มคนร้ายก่อเหตุสังหารทหารพรานมาแล้วหลายครั้ง กระทำการอย่างไม่เกรงกลัวเลย แต่เพื่อนๆ ทหารพรานทุกคนก็ยังปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เกรงกลัว เพราะทุกคนใจรักและสมัครใจมาเข้ามาเป็นทหารพรานกันเอง
"อยากจะให้มาเหลียวแลพวกผมบ้าง ในเรื่องสวัสดิการ ก็รู้กันอยู่ว่าอาสาสมัครทหารพรานไม่ใช่ข้าราชการ เป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวของกองทัพ จึงทำให้ไม่ค่อยจะได้รับสวัสดิการอะไร เมื่อเปรียบเทียบกับอาสาสมัครของสังกัดอื่นๆ อย่าง อาสาสมัครของฝ่ายปกครอง สวัสดิการของทหารพรานอย่างพวกผมน้อยกว่า"
เขา กล่าวอีกว่า ที่สำคัญเงินเดือนที่ได้รับในปัจจุบันก็น้อยมาก แต่เราก็ทำใจ เพราะทุกคนสมัครใจเข้ามากันเอง แต่ที่หนักกว่านั้นคือเรื่องเบี้ยเลี้ยงรายวันที่พวกเราได้รับ ทุกคนได้รับเท่าๆกันเพียงแค่วันละ 6 บาท ขณะที่หน่วยงานอื่นได้มากกว่าพวกเรามาก แค่ทหารเกณฑ์ที่ดูแล้วว่าเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงน้อยแล้ว พวกเขายังได้วันละ 50 บาทเลย ทั้งที่พวกตนทุกคนทำงานเสี่ยงอยู่ในพื้นที่ ด้วยเบี้ยเลี้ยงวันละ 6 บาท
ทหารพรานรายนี้ย้ำว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาสนใจเลย ทหารพรานที่เสียชีวิตไป 5 คนนั้น ก็ได้เบี้ยเลี้ยงเหมือนพวกผม พวกเขามาทำงานรับ ใช้ชาติด้วยเงินเดือนขั้นสูงสุดคือขั้น 9 เพียง 6,000 - 7,000 กว่าบาท เงินเสี่ยงภัยอีก 2,500 บาท และเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 6 บาท แต่ต้องหักไว้เป็นค่าอาหารกองกลางอีกเดือนละ 600 บาท เมื่อเทียบกับอาสาสมัครในหน่วยงานอื่นถือว่าน้อยมาก
พร้อมให้ข้อมูล ว่า หากลาออกแม้จะทำงานมานับสิบๆปีแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้อะไรเลย ต้องตายหรือพิการเท่านั้นจึงจะได้เงินชดเชย คิดดูว่าชีวิตทหารพรานลำบากแค่ไหน อาสาสมัครฝ่ายปกครองเขาอยู่กับที่ได้อยู่กับบ้าน รวมทั้งหาอาชีพเสริมได้ แต่พวกตนอยู่ไม่เป็นที่ แม้แต่บ้านยังไม่ได้อยู่เลย จะเอาที่ไหนไปหางานเสริม ทำได้ก็ช่วงเวลาสั้น 7 วันที่ได้ลากลับบ้าน
สภาพ ชีวิตแทบไม่แตกต่างจาก อาสาสมัครทหารพราน ถาวร(สงวนนามสกุล) เพื่อนทหารพรานอีกรายในสังกัดเดียวกัน วัย 40 ปี ก็กล่าวในเชิงน้อยใจว่า เป็นทหารพรานมา 22 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่เงินเดือน 1,225 บาท ทุกวันนี้เงินเดือนยังอยู่ที่ประมาณ 6,000 - 7,000 บาท ถือว่าขั้น 9 ขั้นสุดของเงินเดือนแล้ว รุ่นน้องที่เข้ามาเป็นทหารพรานเพียง 3 - 4 ปี ก็เงินเดือนเท่าตนแล้ว
"สวัสดิการที่ได้รับก็มีเพียงค่ารักษาพยาบาล แต่ต้องจ่ายเงินไปเองก่อน ไม่มีใบส่งตัว เหมือนหน่วยงานในสังกัดอื่นๆ การเบิกก็ไม่ได้เบิกกับต้นสังกัด ต้องไปเบิกกับทางองค์การทหารผ่านศึกต้องใช้เวลา 2 - 3 เดือนกว่าจะเบิกได้ หากไม่สบายหนักใช้เงินมากๆ ผมจะเอา เงินที่ไหนส่งไปให้ลูกเมีย ทหารพรานทุกคน จึงต้องไปทำบัตร 30 บาท เหมือนชาวบ้านทั่วไป ถึงจะได้ไม่ต้องออกเงินรักษาพยาบาลไปก่อน"
เขา บอกด้วยว่า เคยไปยังสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ เพื่อของทำประกันตนเอง เขาถามเรื่องรายได้ และบอกถึงอัตราการจ่ายจนเข้าใจ และพร้อมที่จะทำ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ถามถึงอาชีพว่าเป็นอาสาสมัครทหารพราน เขาก็เลยไม่รับทำให้
ในส่วนบริษัทประกันชีวิตเอกชน บางแห่งก็รับทำให้ แต่เงินที่ต้องจ่ายสูงมาก ทั้งยังมีเงื่อนไขที่อาชีพอย่างพวกตนทำแล้วต้องเสียประโยชน์ไม่ได้รับเงินชด เชย คือหากเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ถือว่าเป็นสงครามหรือการจราจล ประกันก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว พวกตนจะทำประกันแบบนี้ไปทำไม
อาสาสมัครทหาร พรานถาวรบอกอีกว่า ทุกวันนี้ความตายเหมือนรอพวกตนอยู่ไม่ช้าก็เร็ว อย่างเพื่อนทหารพรานที่ถูกยิง ผู้รับผลประโยชน์หากตนเสียชีวิตต้องคิดให้นานๆ เพราะมีภรรยา มีลูก 2 คน หากตนเสียชีวิตจะให้เงินทดแทนเป็นรายเดือนกับลูกเพราะลูกถือว่าแข็งแรงกว่า ภรรยา โดยลูกจะเป็นผู้รับผลประโยชน์จนกว่าจะเสียชีวิต
"หากจะออกจาก ทหารพรานไปทำงานอย่างอื่นคิดว่า มีงานที่ไหนจะรับคนอายุ 40 ปีเข้าทำงานดีๆ ทั้งการศึกษาก็น้อย คงทำได้ก็แค่งาน รปภ. แต่ทุกวันนี้งาน รปภ.เด็กหนุ่มๆก็ มาก ใครจะมาจ้างคนมีอายุอย่างพวกผม"
พร้อมเรียก ร้องให้ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองรู้ถึงความเดือดร้อนและความเป็นอยู่ ที่ลำบากของพวกตน ทั้งที่ต้องทำงานเสี่ยงเพื่อรับใช้ชาติ เห็นใจอยากช่วยเหลือ อยากให้พิจารณาให้ยกระดับทหารพราน เป็นลูกจ้างประจำที่มีสวัสดิการที่ดีกว่านี้ ทุกคนอยากมีความมั่นคงมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะทุกคนที่มาเป็นทหารพรานมาด้วยใจ รู้ว่าแม้สักวันจะต้องตายก็ยังมาเป็นทหารพราน จึงขอเห็นใจพวกตนด้วย
ที่มา:คม ชัด ลึก
http://www.komchadluek.net/news/2005/10-07/p1--62299.html
(http://www.forum.blackarmy47.com/viewtopic.php?t=31&sid=484e17e8a2388de955df5075f5d78505)
เพราะคนในกองทัพเห็นทหารพรานเป็นทหารรับจ้างไม่มีเกียตริย์แบบนักเรียนนายร้อย
^
คิดว่าเท่มากดิ
^
^
แล้วแกละ พวกอะไร คนข้างล่างช่วยบอกที
v
v
v
^
^
เพ้อเจ้อน่ะ....555+
^
^
กุลำคาญมึงวะ...เห็นทุกกระทงเลย
มึงไปเลียไข่ สนธิ ไปไอสั_
555555+
^
เห็นด้วยครับ ลำคานมันมากเลย โชว์ ความเกรียu
ก็ยังงี้ล่ะ เพิ่ง ปวช.1 เองมั้ง เพิ่งจบม.3 มายังปรับ สภาพแวดล้อมไม่ได้
เห็นด้วยพึ่งจบม.3หัวไม่เกรียuเเต่นิสัยเกรียuหนักเหอๆพวกเลยเป็นงี้เเล้วถ้ามันอยู่คนเดียวละสงสัยคงพูดครับตลอด น่าเอามือไปสัมพัสที่หัวมันเเรงๆจัง
ไม่เชื่อก็ลองคุยกับคุณเวย์ดีๆสิครับ ไม้แข็งอย่าตัว ไม้ดัดอย่าหัก ครับผม ลองดูๆ เหอๆๆ ตัวอย่างเช่น ตำรวจสลายพัรธมิตร ปรากฏว่าพังกว่าเดิม จำไว้ คนโกรธอย่าแหย่ คนแย่อย่ายุ คนผุๆ อย่าไปรังแก ครับผม อิอิ
^
^
555
กุเริ่มคลั่งตามไอ่เวย์และ
55555 5 55 5 55 55555
ไม่ต้องไปยุ้งกับพวกมันก็แค่นั้นเศษเดนมนุษย์
โชว์เสี่ยว + ลาว กุ้ย
ใอ้ที่ประท้วงไม่ไปดูใต้บ้างวะ