|
กระทงร้อน
เรื่องแนะนำ
Powered by
|
เรื่องแนะนำ:
|
เรื่องใหม่ๆ (คะแนนไม่ถึง 3)
บทวิจารณ์ล่าสุด
fernezzo
@
1 นาทีที่แล้ว
"ข้าพเจ้าคาดว่าน่าจะมีพลังอันน่าอัศจรรย์ใจบางอย่างชี้นำวิวัฒนาการของมนุษยชาติอยู่"บทวิจารณ์: เจ๋ง
zj4dew.hi5.com
@
2 นาทีที่แล้ว
-ฝ-น-ต-ก-ที่-ห-น้-า-ต่-า-ง-บทวิจารณ์: สคิปไง สอนด้วยเดวให้ดาว
at1
@
2 นาทีที่แล้ว
หุหุหุหุ หึหึหึหึหึ โดนลบกาทงอีกแล้วจ้า 55555555บทวิจารณ์: เห็นเป็น หุหุหุหุ ก่อนอ่ะดิ่
zj4dew.hi5.com
@
6 นาทีที่แล้ว
-ฝ-น-ต-ก-ที่-ห-น้-า-ต่-า-ง-บทวิจารณ์: ขอบคุณครับ ผมกินหล้าเกือบแทบทุกวัน ไว้จะไปใช้ไอ่กาแฟอะ (รูปภาพกากมากทุเรสโสโครกเมามาดูรูปนี้ก็ส่างแล้วแต่หัมมันใหญ่จิง)
at1
@
6 นาทีที่แล้ว
หุหุหุหุ หึหึหึหึหึ โดนลบกาทงอีกแล้วจ้า 55555555บทวิจารณ์: คล้ายเตาอบพิลึกๆ แต่ก็สวยแปลกๆน๊ะ
อารายฮะ
@
8 นาทีที่แล้ว
กระทง: คลิป ความสามารถดุจร่ายมนต์แขก ของคนงานบังคลาเทศ บทวิจารณ์: ทำได้ไงอ่าาา
bigfish2
@
8 นาทีที่แล้ว
อ้าว..เผลอเว็บเดียวเวล 9 แล้ว ขอบคุณ edum ด้วยครับที่ช่วยส่งเวลให้ผม เลยไวกว่าที่คิดบทวิจารณ์: ชุดบนไม่ไหวอ่ะครับ ไม่ค่อยชอบภาพแนวนี้ แต่ขุดล่างนี่น่ารักมาก |
มนัส บุญจำนงค์ มีชื่อเล่นว่า "เติ้ล" เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2523 ที่จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายมโนและนางมาลี บุญจำนงค์ มีน้องชายอีก 2 คนคือ มานนท์ (นน บุญจำนงค์) และ พันธนินทร์ ทั้งสามพี่น้องหัดชกมวยมาตั้งแต่สมัยเด็ก
มีภรรยาคือนางพจนีย์ บุญจำนงค์ และมีบุตรด้วยกัน 3 คน ภายหลังจากได้เหรียญทองโอลิมปิกปี 2004 มนัสได้มีปัญหากับภรรยา และแยกทางกันเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549
มนัสลงแข่งขันในรุ่นไลท์เวลเตอร์เวท (64 กิโลกรัม) ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่เมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซ เส้นทางสู่เหรียญทองของมนัสคือ
รอบ 8 คนสุดท้าย: 22 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะวิลลี เบรน จากฝรั่งเศส 20-8 หมัด
รอบรองชนะเลิศ: 27 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะไอโอนัท จอร์จี นักชกโรมาเนีย
รอบชิงชนะเลิศ: 28 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะยูได เซเดอโน่ จอห์นสัน จากคิวบา 17-11 หมัด
มนัสเป็นคนไทยคนที่สามที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ โดยก่อนหน้า อุดมพร พลศักดิ์ และ ปวีณา ทองสุก นักยกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทยได้คว้าเหรียญทองไปแล้ว
หลังจากมนัสได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ก็ประสบปัญหาครอบครัวและติดการพนัน ทำให้ไม่เข้าซ้อมชกมวยบ่อยครั้ง ก่อนจะกลับตัวได้และลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 โดยเอาชนะชิน เมียง ฮุน จากเกาหลีใต้ 22-11 หมัด ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสมาคมมวยสากลสมัครเล่นได้ส่งมนัสเดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศคิวบาเพียงคนเดียวนานถึง 3 เดือน กับโค้ช ฮวน ฟอนตาเนียล ซึ่งก็ทำให้มนัสได้เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นไทยเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้
มนัสกลับมาแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งที่สอง ในรุ่นเดิม โดยเส้นทางการชกเป็นดังนี้
รอบ 16 คนสุดท้าย (14 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ มาซาซึกุ คาวาชิ ( ญี่ปุ่น ) 8-1
รอบ 8 คนสุดท้าย (17 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ เซริค ซาพิเยฟ ( คาซัคสถาน ) 7-5
รอบรองชนะเลิศ (22 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ โรเนียล อิกเลเซียส โซโตลองโก ( คิวบา ) 10-5
รอบชิงชนะเลิศ (23 สิงหาคม พ.ศ. 2551): แพ้ เฟลิกซ์ ดิแอซ ( สาธารณรัฐโดมินิกัน) 4-12
มนัสเป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่สามารถคว้าเหรียญจากการแข่งขันโอลิมปิกสองสมัยติดต่อกัน
ปล.ขนาดมันไม่ค่อยซ้อมนะเนี่ยยังได้เหรียญเงิน มีพรสวรรค์แต่พี่แกไม่แสวง แต่ยอมรับแกเก่งจริงๆ
สมจิตร จงจอหอ มีชื่อเล่นว่า "น้อย" เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2518 ที่ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรของ นายเช้า และนางฝ้าย จงจอหอ สมรสกับ นางศศิธร (นามสกุลเดิม: เนาว์ประเสริฐ) หลังจากนั้นย้ายภูมิลำเนาตามบิดา มารดาไปอยู่และเติบโตที่ อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ เด็กชายอภิภู จงจอหอ (ชื่อเล่น: น้องกำปั้น)
สมจิตร จบการศึกษาจากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันมวยรายการต่างๆ มากมาย อาทิ เวิลด์แชมเปียนชิพ, มวยทหารโลก, เอเชียนเกมส์โดยก่อนชกมวยสากลสมัครเล่น สมจิตรเคยเป็นนักมวยไทยมาก่อน มีฉายาว่า ศิลาชัย ว.ปรีชา
สมจิตร ได้รับการคาดหมายให้เป็นตัวเก็ง ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 และเอเชียนเกมส์ 2006 แต่ไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ตามคาด ทำให้สมจิตรเกิดความท้อแท้ใจ จนเกิดความคิดจะแขวนนวมถึง 2 ครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาตั้งต้นพยายามใหม่[2]
หลังจากนั้น ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 สามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันในรุ่น 51 กิโลกรัม ได้สำเร็จ โดยชนะอันดริส เฮอร์นานเดซ ชาวคิวบา ที่สมจิตรเคยแพ้ เมื่อครั้งแข่งขันเวิลด์แชมเปียนชิพ เมื่อปี พ.ศ. 2548
ผลงาน
เหรียญทอง กรีนฮิลคัพ พ.ศ. 2541 ประเทศปากีสถาน
เหรียญทอง ซีเกมส์ พ.ศ. 2542 ประเทศบรูไน
เหรียญทอง ซีเกมส์ พ.ศ. 2544 ประเทศมาเลเซีย
เหรียญทอง ชิงแชมป์เอเซีย พ.ศ. 2545 ประเทศมาเลเซีย
เหรียญทองเอเซียนเกมส์ พ.ศ. 2545 ประเทศเกาหลี
เหรียญทองแดง โกลเด้นเบลท์ พ.ศ. 2546 ประเทศโรมาเนีย
เหรียญทองเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ พ.ศ. 2546 ประเทศไทย
เหรียญทอง ซีเกมส์ พ.ศ. 2547 ประเทศเวียดนาม
เหรียญทองแดงชิงแชมป์เอเซีย พ.ศ. 2547 ประเทศฟิลิปปินส์
เหรียญเงินเอเซียนเกมส์ พ.ศ. 2549 ประเทศกาตาร์
เหรียญทอง มวยทหารโลก พ.ศ. 2550 ประเทศแอฟริกาใต้
เหรียญทอง ซีเกมส์ พ.ศ. 2550 ประเทศไทย
เหรียญเงินเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ พ.ศ. 2550 ประเทศสหรัฐอเมริกา
เหรียญทองโอลิมปิกฤดูร้อน พ.ศ. 2551 ประเทศจีน
สมจิตรเข้าแข่งขันในรุ่นฟลายเวท (51 กิโลกรัม) โดยเส้นทางการชกเป็นดังนี้
รอบ 32 คนสุดท้าย (12 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ เอ็ดดี้ วาเลนซูเอลา ( กัวเตมาลา ) 6-1
รอบ 16 คนสุดท้าย (16 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ ซามีร์ มามาดอฟ ( อาเซอร์ไบจาน ) 10-2
รอบ 8 คนสุดท้าย (20 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ อันวาร์ ยูซูนอฟ ( ทาจิกิสถาน ) 8-1
รอบรองชนะเลิศ (22 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ วิเซนโซ ปิกาดี ( อิตาลี ) 7-1
รอบชิงชนะเลิศ (23 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ อันดริส ลาฟฟิตา เฮอร์นานเดซ ( คิวบา) 8-2
ปล.คนขยันมีวินัยอย่างพี่น้อย สมควรแล้วที่ได้เหรียญทอง+กะเงินอีก30กว่าล้าน-*-
บุคลากรเก่งๆ บ้านเราหายากมาก
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก