โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
7
คะแนน
 
โดย tesla_coils-501 เป็นกระทงร้อน 3 เดือนที่แล้ว
doesn't exit
จาก http://www.budpage.com/diet.sh...
 
ปัจจุบันนี้วงการแพทย์ถือว่าความอ้วนเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและจะก่อเกิดโรคอันตรายอื่น ๆ ตามมา อาทิ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ ในพระไตรปิฎกท่านก็กล่าวไว้เช่นเดียวกันว่าร่างกายอ้วนเกินไปเป็นสิ่งไม่ดี เพราะทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดอุ้ยอ้าย อายุสั้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอ้วนตามหลักพุทธศาสนาท่านว่าเกิดจากความไม่รู้จักประมาณในการบริโภค

ดังนั้นในวันนี้เราจึงขอเสนอเทคนิคการควบคุมอาหารแบบพุทธอันอาจจะช่วยให้ ท่านลดความอ้วนอย่างได้ผลดียิ่งขึ้น
คะแนน: 7 ชอบ, 0 ไม่ชอบ

tag: บทความ พระไตรปิฎก พุทธ ร่างกาย ลดน้ำหนัก ศาสนา อ้วน ไขมัน

ประเภท: สังคมศาสนา
7 บทวิจารณ์  |  807 คนอ่าน
 
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

๑. พิจารณาถึงผลดีของการควบคุมอาหาร ในสมัยพุทธกาล ยังมีพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่งชื่อพระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าแผ่นดินองค์นี้ทรงมีพระวรกายที่อ้วนมาก เพราะทรงเสวยพระกระยาหารจุเกินไป ความอ้วนทำให้พระองค์ไปไหนมาไหนไม่ค่อยจะสะดวก วันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงสังเกตเห็นความอุ้ยอ้ายอึดอัดในพระวรกายของพระเจ้าปเสนทิโกศล จึงทรงตรัสพระคาถาว่า "บุคคลผู้มีสติอยู่เสมอ รู้ประมาณในอาหารที่ได้มา จะมีเวทนาเบาบาง แก่ช้า มีอายุยืนนาน " (สุตตันต.เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ข้อ ๓๖๕ หน้า ๑๑๖ )

พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงให้พระราชนัดดา (หลาน) ของพระองค์คอยว่าคาถานี้ทุกครั้งที่พระองค์กำลังจะเสวยพระกระยาหาร ปรากฏว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลสามารถลดความอ้วนได้สำเร็จเพราะคาถานี้เอง

คุณสามารถที่จะใช้วิธีแบบพระเจ้าปเสนทิโกศลนี้ได้เช่นเดียวกัน โดยคุณอาจจะเขียนข้อความพรรณนาถึงผลดีของการบริโภคแต่พอดีว่ามีผลดีต่อสุขภาพร่างกายเพียงไร (ให้เขียนเอาเองละกัน) จากนั้นเวลาจะรับประทานอาหารคราวใดก็ให้หยิบกระดาษโน้ตนี้ขึ้นมาอ่านไปพลางรับประทานอาหารไปพลาง

วิธีการนี้จะทำให้คุณมีสติยั้งคิดในการรับประทานอาหารตลอดเวลา ทำให้สามารถควบคุมการบริโภคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

๒ . เห็นความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมโลก วิธีคิดแบบนี้นอกจากจะฝึกลดความต้องการบริโภคแล้ว ยังเป็นการ ฝึกจิตใจของตนเองให้เกิดความเมตตากรุณาอีกด้วยครับ วิธีคิดนี้ได้มาจากพระไตรปิฎก มีพระสูตรหนึ่งที่สอนให้เราไม่ควรบริโภคอาหารด้วยความสนุกสนานเมามัน แต่ควรบริโภคด้วยความรู้สึกเห็นคุณค่าของอาหารที่ช่วยให้เรามีชีวิตรอดต่อไป เพื่อพัฒนาตนให้พ้นจากสังสารวัฏอันยาวใกล โดยให้คำนึงถึงความทุกข์ยากของสรรพสัตว์ที่ต้องยอมเสียสละชีวิตเพื่อให้เราอยู่รอด อุปมาพ่อแม่จำใจต้องรับประทานเนื้อบุตรของตนเองกลางทะเลทรายเพื่อเอาชีวิตรอดเดินทางต่อไป ( สุตตันต.เล่ม๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ข้อ ๒๔๐ หน้า ๑๐๘)

จากหลักการที่กล่าวมาข้างต้น เราสามารถที่จะนำมาประยุกต์เป็นวิธีคิดลดความต้องการบริโภคของเรา แบบง่าย ๆ คือเมื่อใดก็ตามที่เราเห็นโฆษณาหรือภาพของอาหารน่ากินต่าง ๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด ให้คุณมีสติตื่นตัวอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ภาพของสิ่งของที่น่ากินต่าง ๆ เหล่านี้มากระตุ้นจิตใจของคุณให้เกิดความต้องการบริโภค พร้อมกันนั้นให้ใช้พลังจินตนาการของคุณสร้างความคิด "เชื่อมโยง" มองให้เห็นภาพความทุกข์ยากของสรรพสัตว์ที่อยู่เบื้องหลังภาพอาหารอันน่าเอร็ดอร่อยต่าง ๆ นี้เป็นการภาวนาตามหลักพุทธศาสนา คือสร้างความเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย และด้วยคุณธรรมที่เกิดขึ้นนี้เองจะบรรเทาความรู้สึกต้องการบริโภคให้น้อยลงไป แต่อย่าลืมว่าคุณต้องมีสติตั้งมั่นอยู่เสมอ เพราะระบบบริโภคนิยมที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณนั้น พร้อมที่จะปรุงแต่งจิตใจของคุณให้ต้อง การบริโภคอยู่ตลอดเวลา



ยกตัวอย่าง

เห็นร้านไก่ทอดชื่อดัง อึม..ม ชักหิวแล้วสิเรา

คิดในใจ เห็นภาพไก่น้อยน่าสงสารถูกขังอยู่ในกรง ถูกป้อนสารเคมี แถมกลางคืนก็ไม่ให้ได้หลับนอน ด้วยการเปิดไฟสว่างไว้ทั้งวันทั้งคืน เพื่อเร่งให้โตเร็ว ๆ โถ..น่าสงสารจริง ๆ เจ้าไก่น้อย

เห็นใส้กรอกน่าอร่อย หู..ว ใส้กรอกทอดหอมกรุ่นบนเตา

คิดในใจ เห็นภาพเจ้าหมูนอนคุดคู้อยู่ในกรงเหล็กอันร้อนระอุ เจ้าคงจะไม่รู้สินะว่าเขาจะพาเจ้าไปฆ่าเพื่อนำไป เป็นอาหารของมนุษย์

เห็นช็อคโกแล็ตน่ากิน หีบห่อน่ารัก คิกขุ น่าขบเคี้ยว

คิดในใจ เห็นคนในชนบทต้องลำบากตากแดดตัดอ้อยเพื่อมาทำน้ำตาลใส่ช็อคโกแล็ต ชาวชนบทเหล่านี้นอกจากจะถูกกดขี่ค่าแรงแล้ว บางทีก็ถูกมอมเมายาเสพติดอีกด้วย โถ..น่าสงสารจริงๆ ถัดจากนั้นก็ให้นึกเห็นโคนมที่ถูกรีดนมจนเจ็บระบมเพื่อเอานมไปเป็นส่วนผสมกับโกโก้เพื่อผลิตเป็นช็อคโกแล็ต ฯลฯ



ไม่ยากเลย เพียงแต่เราจะต้องมีสติคิดให้ทันกับสิ่งที่มากระทบสายตา ซึ่งสามารถพบเห็นได้อยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาในโทรทัศน์ อาหารน่ากินต่าง ๆ ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารต่าง ๆ ฯลฯ การปรุงแต่งความคิดเพื่อให้เกิดความเมตตากรุณานี้จะเป็นคุณค่าทางอารมณ์ใหม่ที่มาทดแทนความรู้สึกต้องการบริโภคที่คุณถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาจากสิ่งรอบ ๆ ตัว วิธีคิดเช่นนี้จะช่วยให้ความต้องการบริโภคของคุณลดลงไปเองโดยธรรมชาติ แน่นอนครับ เมื่อความต้องการบริโภคลดลง ความอ้วนก็ย่อมลดลงตามไปด้วยเช่นเดียวกัน

๓. ฝึกจิตคิดเห็นสิ่งที่เป็นปฏิกูลในขณะบริโภคอาหาร ตามปรกติปุถุชนคนธรรมดาทั่วไปเมื่อรับประทานอาหารที่มีรสชาติอร่อย จิตใจของเขาก็จะรู้สึกปลาบปลื้มยินดีกับรสชาติของอาหารนั้น ทำให้รู้สึกอยากจะรับประทานเรื่อยๆ ไปจนกว่าจะแน่นท้องรับประทานไม่ไหว หรือ คิดติดใจว่านี้คืออาหารโปรดของเรา ที่จะต้องกลับมารับประทานบ่อย ๆ อะไรทำนองนั้น นี่คือความคิดปรุงแต่งที่เป็นไปเองตามธรรมชาติของปุถุชนที่ไม่ได้รับการศึกษา

วิธีการต่อไปนี้จึงเป็นท่าไม้ตายในการทำลายความยึดติดในรสชาติของอาหาร นั่นคือ ฝึกจิตคิดเห็นสิ่งที่เป็นปฏิกูลในขณะบริโภคอาหาร ด้วยการนึกเห็นสภาพของอาหารว่าเป็นปฏิกูลในขณะที่เราขบเคี้ยวอาหารอยู่ในปาก เช่น อาจจะนึกจินตนาการให้เห็นภาพอาหารที่เราขบเคี้ยวอยู่นี้อยู่ในใจว่ามีสภาพเป็น อาจม หรือ อาเจียน หรือนึกให้เห็นอาหารนั้นอยู่ในสภาพที่เน่าบูดมีแมลงวันตอมก็ได้ ฯลฯ คือ จะนึกปรุงแต่งอย่างไรก็ได้ ขอเพียงให้เห็นภาพความเป็นปฏิกูลของอาหารในขณะที่เราขบเคี้ยวอาหารอยู่เป็นใช้ได้ เป็นวิธีคิดที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาพระว่า "อาหาเรปฏิกูลสัญญา" เป็นเทคนิคการคิดที่ทำให้จิตใจของเราคลายจากความยึดติดในรสชาติของอาหาร ถอยกลับคืนสู่ความเป็นปรกติ ทำให้เกิดการบริโภคอย่างพอดี ไม่บริโภคมากจนเกินไป และ สามารถควบคุมจิตใจของตนเองไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับอาหารโปรดแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยไม่มีความจำเป็นต้องไปพึ่งอาศัยยาแต่อย่างใด

อ้อ.! คุณไม่ต้องกลัวว่าการนีกเช่นนั้นจะทำให้คุณผะอืดผะอม กระอักกระอวล หรือ รับประทานอาหารไม่ลง เพราะนี้เป็นเพียงแค่การนึกภาพในใจไม่ใช่การเห็นของจริงแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม หากคุณพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหารตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง คุณจะได้สัมผัสความรู้สึกสงบสันติสุขในขณะรับประทานอาหาร เป็นความสุขทางใจที่คุณอาจจะไม่เคยได้พบมาก่อนในชีวิต นี้เป็นเทคนิคกระทำในใจอันแยบคาย(โยนิโสมนสิการ) ในทางพุทธศาสนาที่จะทำให้จิตใจของท่านหลุดพ้นจากอำนาจราคะที่เกิดจากรสชาติอาหารนั่นเอง

อนึ่ง อันที่จริงแล้วการควบคุมอาหาร หรือ การลดความอ้วน นี้เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้ของคิดแบบ "อาหาเรปฎิกูลสัญญา" เท่านั้นเอง แต่ผลตอบแทนอันคุ้มค่าสำหรับการฝึกคิดเช่นนี้ ท่านว่ามีอานิสงส์มากทีเดียว คือ สามารถทำให้เราหลุดพ้นจากกิเลสหยาบ ๆ ได้ ทำให้เรามีสุขภาพจิตผ่องใส มีสติปัญญาสว่างไสว อันเป็นบาทฐานไปสู่การหยั่งลงสู่อมตะ (ความไม่ตาย หลุดพ้น หมดทุกข์สิ้นเชิง) เฉกเช่นเดียวกับพระพุทธองค์เลยทีเดียว ดังจะขอยกพระสูตรมาอ้างดังต่อไปนี้



....... ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาหาเรปฏิกูลสัญญาอันภิกษุเจริญ

แล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ

มีอมตะเป็นที่สุด เรากล่าวแล้วเพราะอาศัยอะไร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุมีใจอันอบรมแล้วด้วยอาหาเรปฏิกูล-

สัญญาอยู่โดยมาก จิตย่อมหวนกลับ งอกลับ ถอยกลับจากตัณหาในรส

ไม่ยื่นไปรับตัณหาในรส อุเบกขาหรือความเป็นของปฏิกูลย่อมตั้งอยู่

เปรียบเหมือนขนไก่หรือเส้นเอ็นที่เขาใส่ลงในไฟ ย่อมหดงอเข้า

หากันไม่คลี่ออก ฉะนั้น....

 


สุตตันต.เล่ม ๑๕ ข้อ ๔๖

ติดตามเพิ่มเติมที่เว็บเจ้าของข้อมูล โปรดคลิ๊ก ไปที่ลิ๊งค์
เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ชามะนาว เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
อยากมีแฟนแบบ ไอคาวะ นานาเสะ
โอ้ เข้าท่าดีทีเดียว แต่ทำแล้วจิตใจจะหดหู่มั้ยเนี่ย 555+
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย at1 เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
หุหุหุหุ หึหึหึหึหึ โดนลบกาทงอีกแล้วจ้า 55555555
เห็นไหม เห็นแล้ว

หิวไหม ม่ายหิว

อยากไหม ม่ายอยาก

ฉันไหม ก็ฉันซิ หุหุหุหุ

พระพุทธองค์ สอนใหรู้จักพิจารณา แต่เราก็ทำไม่ได้ ขนาดตอนนี้ผมยังหิวอยู่เลย กิเลสหนามากเลย
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย vodkada เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
ยามศึก เราช่วยกันรบ ยามสงบ...เรารบกันเอง
ทำแบบนั้นมากๆจะเป็นโรคจิตไหม...เอาเป็นว่ากินแค่อิ่มก็พอเหอะ...
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย มิหมี เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
สบายดีกันนะครับ
ลดๆๆๆ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย PPG เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
บร้าแร้วฉาน
อ่านแร้ว
สลดจาย
เพราะดูเหมือนคิดมากเหลือเกิน
T^T
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย เอกส์ เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
ว่าว
ตัดขาทิ้งไปเลย น้ำหนักหายไปหลายโล
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย PuNk เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
แกล้งคน
555+
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้
เรื่องเด็ดๆ

บทวิจารณ์ล่าสุด

chadeuxlee @ 4 นาทีที่แล้ว
ไม่ว่าจะแร็พจะร้อคจะฮิปจะฮอปจะกอล์ฟจะไมค์จะแอ๊บจะแบ๊ว ตะแหน๊ว ตะแหน๊ว
กระทง: คลิป ความสามารถดุจร่ายมนต์แขก ของคนงานบังคลาเทศ
บทวิจารณ์: แม่จ้าว
chadeuxlee @ 5 นาทีที่แล้ว
ไม่ว่าจะแร็พจะร้อคจะฮิปจะฮอปจะกอล์ฟจะไมค์จะแอ๊บจะแบ๊ว ตะแหน๊ว ตะแหน๊ว
กระทง: รูป ~ แม่ลิงเครียดจัด ถอนผมลูกจนหัวล้าน ~
บทวิจารณ์: 5555555555+ สงสารลูก
chadeuxlee @ 6 นาทีที่แล้ว
ไม่ว่าจะแร็พจะร้อคจะฮิปจะฮอปจะกอล์ฟจะไมค์จะแอ๊บจะแบ๊ว ตะแหน๊ว ตะแหน๊ว
กระทง: คลิป ขำๆกันบ้าง
บทวิจารณ์: อันสุดท้าย เจ็บ 555+
enosenz @ 10 นาทีที่แล้ว
กระทง: บทความ ทำไมวงbodyslamต้องใส่ชุดดำ
บทวิจารณ์: โอ้ย ฮ่า ไปถึงไหนเนี่ย คิดได้เนอะ ++
chadeuxlee @ 15 นาทีที่แล้ว
ไม่ว่าจะแร็พจะร้อคจะฮิปจะฮอปจะกอล์ฟจะไมค์จะแอ๊บจะแบ๊ว ตะแหน๊ว ตะแหน๊ว
กระทง: คลิป ข่าวด่วน "น้องนรุตม์ เสียชีวิตแล้ว"
บทวิจารณ์: ไปดีนะครับ ไอ่ข้างบนนี่มันเลวมาก - -
R. Suji Kung @ 16 นาทีที่แล้ว
รักดีกินถั่ว รักชั่วกินเหล้า รักทั้งดีทั้งชั่ว กูเลยกินถั่วแกล้มเหล้า
กระทง: รูป แล้วแต่จะคิด (คิดหน่อยนานะ)
บทวิจารณ์: ...
R. Suji Kung @ 18 นาทีที่แล้ว
รักดีกินถั่ว รักชั่วกินเหล้า รักทั้งดีทั้งชั่ว กูเลยกินถั่วแกล้มเหล้า
กระทง: รูป แล้วแต่จะคิด (คิดหน่อยนานะ)
บทวิจารณ์: ..
NoCommenT @ 30 นาทีที่แล้ว
กระทง: คลิป คุณกล้าเสี่ยงตายแบบนี้ใหม
บทวิจารณ์: เออ จริง ขึ้นเร็วขนาดนั้น อย่างที่คุณ crazypilot ว่า
calltoon @ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
กระทง: รูป บ้านที่แคบที่สุดในโลก (มั้งคะ)
บทวิจารณ์: เยี่ยมเลยงิ
mimi @ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
พี่ๆคนไหนดูคลิปไม่ได้ กรุณาหลังไมค์มาบอกด้วยนะคะ จะได้แก้ไขต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
กระทง: คลิป มอเตอร์ไซสวนสนาม
บทวิจารณ์: ว้าวววว บวกค่ะ



 
  Chat