บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
สโมสรเป็นผู้นำในการเจรจาซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นับถึงตอนนี้ คงจะหนีไม่พ้น "ไก่เดือยทอง" โดยพวกเขาเซ็นสัญญากับ ลูก้า โมดริช เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย มาก่อนที่ศึกยูโร 2008 จะเปิดฉากขึ้นด้วยค่าตัว 16.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,105 ล้านบาท) หลังจากนั้น ก็คว้าดาวรุ่งชาวเม็กซิกันอย่าง โจวานนี่ ดอส ซานโต๊ส มาจากบาร์เซโลน่า, จอห์น บอสต็อค และ ฮูเรโญ่ โกเมส นายทวารมาร่วมทีม
เดลี่ เมล์ หนังสือพิมพ์ดังในอังกฤษรายงานข่าวการย้ายทีมของดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ศูนย์หน้าทีม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ว่าเตรียมจะย้ายไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 28 ล้านปอนด์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังมีการปลุกกระแสย้ายทีมของเบอร์บาตอฟกลับมาอีกครั้งเมื่อมีการรายงานว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เดินหน้าขอซื้อกองหน้าบัลแกเรียน ที่เป็นเป้าหมายมาตั้งแต่ในฤดูกาลที่แล้วมาร่วมทีม
ข้อเสนอขั้นต้น 20 ล้านปอนด์ได้ถูกปฏิเสธไปแบบไม่ใยดี ก่อนจะมีข่าวว่าแมนฯ ยูไนเต็ดได้เพิ่มข้อเสนอเป็น 25 ล้านปอนด์ แต่ก็ยังไม่มีการตกลงกันได้
จนในที่สุดมีรายงานข่าวว่าทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้แล้ว หลังดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรสเปอร์สรับได้กับค่าตัวที่เกือบจะแตะหลัก 30 ล้านปอนด์ ซึ่งก็คาดว่าจะอยู่ที่ 28 ล้านปอนด์
ด้านฆวนเด้ รามอส กุนซือชาวสแปนิช ยังต้องการจะสานต่อความสำเร็จจากแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ ในฤดูกาลที่ผ่านมา และเล็งว่าจะฉก แอนตัน เฟอร์ดินานด์ กองหลังของเวสต์แฮม และ เดวิด เบนท์ลี่ย์ ปีกทีมชาติอังกฤษที่มีราคาราว 15 ล้านปอนด์ (ราว 1,005 ล้านบาท) ด้วย
ขณะเดียวกัน สเปอร์ส ก็เตรียมปล่อยผู้เล่นหลายคนจากทีม ซึ่งรวมถึง พอล โรบินสัน, ปาสกาล ชิมบงด้า, ยูเนส คาบูล และ อี ออง เปียว
ด้าน "เรือใบสีฟ้า" ก็เป็นอีกทีมหนึ่งที่มีข่าวคราวกับนักเตะค่าตัวแพงหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โรนัลดินโญ่ เพลย์เมกเกอร์บาร์เซโลน่า, ลูคัส โพดอลสกี้ และ ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่ หลังจากที่ได้ตัว โจ หัวหอกชาวบราซิเลี่ยน มาร่วมทีมด้วยราคา 19 ล้านปอนด์ (ราว 1,273 ล้านบาท)
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ มาร์ค ฮิวจ์ มาเป็นกุนซือคนใหม่ ก็ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสสูงที่ได้ทั้ง เบนท์ลี่ย์ และ โรเก้ ซานตา ครูซ หัวหอกทีมชาติปารากวัย มาร่วมทีม เนื่องจากทั้งสองคนให้ความเคารพต่อ "สปาร์กี้" เป็นอย่างมาก
ไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์แต่อย่างใดที่ทีมเศรษฐีอย่าง เชลซี จะพร้อมจ่ายเงินก้อนโตหาซื้อนักเตะมาเสริมทัพเพื่อลุ้นความสำเร็จทั้งในลีกและถ้วยยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังได้กุนซืออย่าง หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เข้ามากุมบังเหียนในฤดูกาลหน้านี้
"สิงห์บลูส์" ได้คว้าดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสมาแล้ว 2 คนคือ โฮเซ่ โบซิงวา แบ็กขวา มาด้วยราคาประมาณ 16 ล้านปอนด์ (1,072 ล้านบาท) และ เดโก้ ในราคา 8 ล้านปอนด์ และยังหวังสูงจะดึงผู้เล่นอย่าง กาก้า ซูเปอร์สตาร์ของเอซี มิลาน, ซามูแอล เอโต้ หรือ โรนัลดินโญ่ มาร่วมทีมด้วย
ในทางกลับกัน เชลซี ก็อาจจะต้องเสียผู้เล่นตัวหลักอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ ที่สนใจจะย้ายไปร่วมทีมกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายเก่าที่อินเตอร์ มิลาน ขณะที่ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงตัวเก่ง ก็ยังไม่ยอมยืนยันว่าจะเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อไปในฤดูกาลหน้า
พอร์ทสมัธ ตกเป็นข่าวว่าพร้อมที่จะเซ้งแข้งเชลซีหลายคนที่ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ สโคลารี่ โดยมี ฌอน ไรท์ ฟิลิปป์ส เป็นเป้าหมายหลัก รวมถึง เบน ซาฮาร์ ด้วย
แฮร์รี่ เรดแน็ปป์ ซึ่งพา "ปอมปีย์" คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในซีซั่นที่ผ่านมา สามารถโน้มน้าวให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ ศูนย์หน้าร่างโย่งของลิเวอร์พูล มาร่วมทีมได้ในท้ายที่สุดด้วยราคา 11 ล้านปอนด์ (ประมาณ 737 ล้านบาท) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ เกล็น ลิตเติ้ล มาแล้ว และข่าวดีสำหรับสาวกพอร์มสมัธก็คือสโมสรมีงบประมาณในการซื้อนักเตะใหม่มากพอโดยที่ไม่ต้องขายใครออกไป
ซื้อมา-ขายไป
อาร์เซน่อล, แอสตัน วิลล่า, แบล็คเบิร์น, โบลตัน, เอฟเวอร์ตัน, ลิเวอร์พูล
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อล ยอมรับว่าการที่สโมสรต้องใช้จ่ายเงิน 24 ล้านปอนด์ต่อปีในเรื่องของสนาม ทำให้พวกเขาต้องขายนักเตะออกไป หลังจากที่ได้ ซาเมียร์ นาสรี่ มาจากมาร์กเซย และ อเมารี บิสชอฟ จากเบรเมน (และ อารอน แรมซี่ย์ ดาวรุ่งจากคาร์ดิฟฟ์ ที่มีค่าตัวราว 5 ล้านปอนด์ (335 ล้านบาท)
จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ "ปืนใหญ่" ต้องหาเงินมารักษาสมดุลบัญชี ด้วยการเตรียมปล่อยผู้เล่นชื่อดังอย่าง อเล็กซานเดอร์ เคล็บ และ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่มีข่าวกับบาร์เซโลน่า และเอซี มิลาน ตามลำดับ โดยก่อนหน้านี้พวกเขาก็ต้องเสีย มาติเยอ ฟลามินี่ ให้กับเอซี มิลาน ไปแล้ว และว่ากันว่าหาก อาร์เซน่อล ขายสองนักเตะหลักดังกล่าวได้ ก็น่าจะมีเงินพอซื้อคนใดคนหนึ่งระหว่าง ดาวิด บีย่า, คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ หรือ รูเบน เด ลา เรด
อีกสโมสรหนึ่งที่ต้องขายนักเตะออกไปก่อนที่จะจับจ่ายซื้อแข้งใหม่ได้ก็คือ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ซื้อ อันเดรีย ดอสเซน่า และ ฟิลิปป์ เดเก้น แล้ว พวกเขาก็ปล่อย ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่, แฮร์รี่ คีเวลล์, ปีเตอร์ เคร้าช์ และก็มีแนวโน้มว่าจะขาย ชาบี อลอนโซ่ ให้กับยูเวนตุสด้วย
แม้ว่าจะขายนักเตะไปหลายคนแต่ ราฟาเอล เบนิเตซ โค้ชชาวสแปนิช ก็ยอมรับว่าพวกเขายังไม่มีปัญญาซื้อ บีย่า หรือ ดาวิด ซิลบา ได้อยู่ดี ทว่า ยังมีความหวังที่จะได้ แกเร็ธ แบร์รี่ กัปตันทีมแอสตัน วิลล่า ที่มีค่าตัวราว 18 ล้านปอนด์มาร่วมทีม หรือ ร็อบบี้ คีน หัวหอกจากสเปอร์ส นั้น ยังก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากตกลงขาย สกอตต์ คาร์สัน นายทวารของทีม และ สตีฟ ฟินแนน แบ็กขวา ไปได้
ขณะที่ ต้นสังกัดของ แบร์รี่ อย่าง "สิงห์ผงาด" ก็มีการขยับตัวในช่วงซัมเมอร์นี้บ่อยเช่นกันโดยพวกเขาได้คว้า เคอร์ติส เดวี่ส์ และ สตีเว่น ซิดเวลล์ มาแล้ว และหากตกลงราคาของมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษกับ "หงส์แดง" ได้ ก็น่าจะมีเงินทุนพอที่จะซื้อนายทวารเพิ่ม โดยมี คาร์สัน, พอล โรบินสัน และ แบรด กูซาน เป็นเป้าหมายสำคัญ
แบล็คเบิร์น จำเป็นต้องขายดาวเตะตัวหลักอย่าง เบนท์ลี่ย์ และ ซานตา ครูซ ก่อนที่พวกเขาจะซื้อนักเตะใหม่ได้โดย พอล อินซ์ กุนซือคนใหม่ในถิ่นอีวู้ด พาร์ค เพิ่งจะได้งบประมาณเพิ่มอีก 3 ล้านปอนด์ (ราว 201 ล้านบาท) และคาดว่า เจมส์ แม็คฟาดเด้น และ เซบาสเตียน ลาร์สสัน คู่หูจากเบอร์มิงแฮม น่าจะเป็นผู้เล่นสองคนที่ "กุหลาบไฟ" จะได้มาเสริมทีม โดยเฉพาะหากขาย ซานตา ครูซ และ เบนท์ลี่ย์ ได้ถึง 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,340 ล้านบาท)
ด้าน แฟนบอลของโบลตัน ก็ต้องเจออะไรที่ใกล้เคียงกับทีมในหมวดเดียวกันนี้ โดยหลังจากที่ได้ 15 ล้านปอนด์ จากการขาย นิโกล่าส์ อเนลก้า ให้กับเชลซีเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้ซื้อ โยฮัน เอลมานเดอร์ มาจากตูลูสในราคา 10 ล้านปอนด์ (ราว 670 ล้านบาท) และ ฟาบริซ มูอัมบา ดาวรุ่งจากเบอร์มิงแฮมในราคา 5 ล้านปอนด์ (ราว 335 ล้านบาท)
ลิเวอร์พูล ซื้อ อันเดรีย ดอสเซน่า และ ฟิลิปป์ เดเก้นและก็มีแนวโน้มว่าจะขาย ชาบี อลอนโซ่ ให้กับยูเวนตุสด้วย
เรือใบสีฟ้า มีข่าวคราวกับนักเตะค่าตัวแพงหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โรนัลดินโญ่ เพลย์เมกเกอร์บาร์เซโลน่า
โฮเซ่ โบซิงวา แบ็กขวา สิงห์บลูส์
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก