|
คำสั่ง
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ปราสาทหินยายเหงา
บ้านสังขะ ตำบลสังขะ อำเภอสังขะ ห่างจาก ที่ว่าการอำเภอ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 4 กิโลเมตร
อยู่ริมถนน สายโชคชัย - เดชอุดม (ทางหลวงหมายเลข 24) ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 189 - 190 จะมีป้าย บอกทาง
จากถนนใหญ่เข้าไป เป็นทางลูกรัง ปนทรายประมาณ 800 เมตร
ลักษณะปราสาท
ปราสาทยายเหงา เป็นศาสนสถาน แบบขอม ที่ประกอบด้วยปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่เรียงกัน ในแนว ทิศเหนือ-ใต้ หันหน้า
ไปทาง ทิศตะวันออก องค์ปรางค์ก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บน ฐานศิลาแลง มีการแกะสลักอิฐ เป็นลวดลาย เช่น ที่กรอบหน้าบัน
เป็นรูปมกร (สัตว์ผสม ระหว่างสิงห์ ช้าง และปลา) คาบนาค 5 เศียร
จากลักษณะ แผนผังของอาคาร ปราสาทยายเหงา น่าจะประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ ตั้งเรียงกัน แต่ปัจจุบัน
เหลือเพียง 2 องค์เท่านั้น ภายในบริเวณปราสาท พบกลีบขนุนยอดปรางค์ เสาประดับกรอบประตู ฯลฯ แกะสลักจากหินทราย
จัดแสดงไว้ อย่างเป็นระเบียบ บริเวณด้านหน้าปราสาท
|
ปราสาทหินศีขรภูมิ ประวัติความเป็นมา ปราสาทหินศีขรภูมิสร้างขึ้นระหว่างพ.ศ.๑๕๕๐พ.ศ.๑๗๐๐จากลวดลายที่เสาและทับหลังของปรางค์ประธานและ ปรางค์บริวารทั้ง๔องค์มีลักษณะปนกันระหว่างศิลปขอมแบบปาปวนและแบบนครวัดสำหรับเป็นศาสนสถานภาย ใต้ศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายและต่อมาคงมีการดัดแปลงให้เป็นวัดในพุทธศาสนาตามที่มีหลักฐานการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะทั่วไป ปราสาทศีขรภูมิ สร้างด้วยอิฐ หิน ทราย และศิลาแลง ประกอบด้วยปรางค์ก่ออิฐ ๕ องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยม จัตุรัส โดยมีปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงกลาง และมีปรางค์บริวาร ๔ องค์ ล้อมอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ศาสนสถานทั้งหมดนี้ล้อมรอบด้วยสระน้ำ ๓ สระ มีรายละเอียดดังนี้ ๑.ปรางค์ประธาน แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบ องค์ปรางค์ไม่มีมุข มีประตูทางเข้าเพียงด้านเดียวคือ ทางด้านทิศตะวันออก ทับหลังประตูจำหลักภาพศิวนาฏราชบนแท่น มีหงส์แบก ๓ ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข มีภาพพระพิฆเณศ พระพรหม พระวิษณุ และนางบรรพตี (พระอุมา) อยู่ด้านล่างเสาประตูสลักเป็นลวดลายเทพธิดา ลายก้ามปู และรูปทวารบาล บริเวณหน้าบันเป็นอิฐประดับลวดลายปูนปั้น ๒. ปรางค์บริวาร แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบ องค์ปรางค์ไม่มีมุข มีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก เช่นเดียวกับปรางค์ประธาน มีทับหลัง ๒ ชิ้น ชิ้นที่หนึ่งเป็นภาพพระกฤษณฆ่าช้างและคชสีห์ (ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย) ที่ปรางค์บริวารองค์ทิศตะวันตก พบจารึกหินทรายที่ผนังกรอบประตูเป็นจารึกอักษรธรรมอีสานภาษาไทย-บาลีเรื่องราวที่จารึกกล่าวถึงกลุ่มพระเถระผู้ใหญ่ และท้าวพระยาร่วมกันบูรณะโบราณสถานแห่งนี้ ๓. สระน้ำ มีจำนวน ๓ สระ สระที่หนึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือ มีความยาวล้อมอ้อมไปถึงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนอีก ๒ สระ ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ หลักฐานที่พบ ปรางค์ก่ออิฐ ๕ องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบด้วยปรางค์ประธาน ปรางค์บริวาร และสระน้ำ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๘ ตอนที่ ๑๐๔ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๔ และประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๘ ตอนที่ ๑๐๔ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๔ เนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๒ งาน ๒๗ ตารางวา เส้นทางเข้าสู่ปราสาทศีขรภูมิ จากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางทิศตะวันออก ตามถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ คู่ขนานกับรางรถไฟสายสุรินทร์-อุบลราชธานี ระยะทางประมาณ ๒๘ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอศีขรภูมิอีก ๑ กิโลเมตร
ปราสาทสดกกกธม ปราสาทที่สร้างขึ้นโดยพราหมณ์ชเยนทรบัณฑิต เดิมชื่อว่า "สทาศิวะ" ต่อมาพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 ให้สึกจากพราหมณ์ และพระราชทานน้องเมียให้ พร้อมกับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในสมัยกษัตริย์องค์ต่อมาคือพระเจ้าอุทยาทิตยวรมันที่ 2 มียศถึง ธุลีเชง พระกัมรเตงอัญ ชเยนทรวรมัน ด้วยความที่ท่านมีเชื้อสายมาจากพราหมณ์ที่มีบทบาทในราชสำนัก ยิ่งใหญ่เกินกว่าสายตระกูลอื่นๆ เมื่อท่านได้ให้สร้างปราสาทสดกกกธม แล้วจึงให้จารึก ลำดับต้นตระกูลของท่าน ตั้งแต่ พราหมณ์ศิวไกวัลย์ เป็นต้นมา พร้อมทั้งเล่าถึงเรื่องราวย้อนหลังประมาณ 200 ปี ตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เสด็จกลับจากชวา ย้ายเมืองหลวงไปหลายที่ พร้อมทั้งทำพิธีปลดปล่อยเขมรจากชวา สถาปนากัมรเตง ชคัต ราช หรือเทวราชา ขึ้นที่มเหนทรบรรพต ต้นตระกูลของท่านได้รับอภิสิทธิ์ให้เป็นผู้ดูแลทำพิธีตระกูลเดียวเท่านั้น และยังเล่าถึงพราหมณ์ในสายตระกูลที่ได้รับใช้กษัตริย์องค์ต่อๆ มาด้วยจนถึงตัวท่าน ศิลาจารึกหลักนี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่จะแสดงลำดับกษัตริย์เขมรได้ดีที่สุด ปัจจุบัน ศิลาจารึกหลักนี้ ตั้งอยู่ที่หอวชิรญาณ ด้านหลังหอสมุดแห่งชาติ (เพิ่งถูกย้ายไปที่อื่น เพราะเขาจะทุบหอวชิรญาณทิ้ง)
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก