โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
15
คะแนน
 
โดย boi9999 เป็นกระทงร้อน 4 เดือนที่แล้ว
อีก5วันก็ลงนราธิวาสไปเป็นทหารพรานแล้วขุ่นข้องหมองใจอันใดกับใครของวางใว้ตรงนี้เพราะผมอาจไม่มีโอกาศเข้าเวปอีก
 
เรื่องเบาๆ
คดีฆาตกรรมที่สร้างความสะเทือนขวัญ ประชาชนมากที่สุดคดีหนึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ย่อมมีตำนานฆ่าแล้วเผา 5 ศพ ตระกูล "หลิมบุญเจียม" เมื่อปี 2538(ผมอยู่ม.2) รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน!

เรื่องราวน่าสะพรึงกลัวครั้งนั้นเริ่มก่อตัวขึ้นและจบลงอย่างไร รายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด รวมทั้งเบื้องหลังการคลี่คลายคดีดังในอดีตมาให้อ่านอีกครั้ง
คะแนน: 15 ชอบ, 0 ไม่ชอบ

tag: ฆาตกรรม ฆ่า บทความ ลักพาตัว อำมหิต โจร โหด ไทย

ประเภท: สังคมศาสนา
16 บทวิจารณ์  |  2,585 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

ราวเดือน ต.ค. 2537 นายสมา หลิมบุญเจียม นักธุรกิจที่ดิน บ้านจัดสรร และค้าวัสดุก่อสร้าง สะดุดตากับโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ระบุว่า มีที่ดินทำเลดี ราคาถูกขาย ใน ต.ปรางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร จึงติดต่อผ่านนายหน้า คือ นายสมพร ลักษณะมีศรี อายุ 48 ปี แล้วนัดหมายกันไปดูที่ผืนนั้น ซึ่งมีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึง 120 ไร่

ด้วยราคาที่ดินสุดถูกเพียงไร่ละ 3,800 บาท เมื่อคูณด้วยเนื้อที่ 120 ไร่ ก็สามารถครอบครองที่ดินผืนงามได้ด้วยเงินแค่ 456,000 บาท ทำให้นายสมารีบติดต่อนายสมพร เพื่อนัดมอบเงินมัดจำในวันที่ 4 มี.ค. 2538 เป็นเงิน 50,000 บาท และในที่สุดจึงมีการนัดชำระเงินงวดสุดท้ายอีกครั้งในวันที่ 9 มี.ค. 2538

เมื่อถึงวันนัดหมาย นายสมาและสมาชิกในครอบครัวอีก 4 ชีวิต คือ นางนงนุช หลิมบุญเจียม อายุ 37 ปี ภรรยา นางเชื้อ หลิมบุญเจียม อายุ 56 ปี มารดา ด.ช.ยศธร หลิมบุญเจียม อายุ 8 ขวบ บุตรชาย และ ด.ช.ศรัทธา จินดาวงศ์ อายุ 3 ขวบ หลานชาย ออกเดินทางจากบ้าน ย่านฝั่งธนบุรี ด้วยรถกระบะโตโยต้า เอ็กซ์ตร้าแค็บ มุ่งหน้าสู่ จ.กำแพงเพชร พร้อมเงินสด 450,000 บาท และความหวังอันเต็มเปี่ยมว่า จะได้ครอบครองที่ดินผืนงามในไม่ช้า โดยหารู้ไม่ว่า มัจจุราชในคราบนายหน้ากำมะลอกำลังรออยู่เบื้องหน้า!

และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นสมาชิกครอบครัวหลิมบุญเจียมทั้ง 5 ชีวิตอีกเลย!

4 วันผ่านไป หลังรอคอยโดยไม่ทราบชะตากรรมว่า สมาชิกในครอบครัวจะเป็นตายร้ายดีประการใด น.ส.สมหญิง หลิมบุญเจียม น้องสาวนายสมา จึงเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2538 ว่า สมาชิกในครอบครัว 5 ราย หายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. พร้อมรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า เอ็กซ์ตร้าแค็บสีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก-2431 กทม. และเงินสดอีก 450,000 บาท

หลังรับเรื่อง พล.ต.ต.คำนึง ธรรมเกษม ผู้บังคับการ กองปราบปราม (ตำแหน่ง ณ ขณะนั้น) ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบฯ ประสานไปยังตำรวจท้องที่เพื่อร่วมกันหาเบาะแสและ ร่องรอยการหายตัวไปของคนในตระกูลหลิมบุญเจียมทั้ง 5 ชีวิตทันที

หลังรับแจ้งความเพียง 2 วัน ในวันที่ 15 มี.ค. ตำรวจก็พบศพถูกฆ่าแล้วเผา 5 ศพ กลางไร่บ้านโป่งขาม ต.บ่อถ้ำ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร หลังชันสูตรจึงทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดคือ สมาชิกครอบครัวหลิมบุญเจียม ที่หายตัวไปนานเกือบสัปดาห์

สภาพศพทั้ง 5 เป็นที่น่าเวทนาและสยดสยองยิ่งนัก เพราะถูกไฟไหม้เกรียมจนจำแทบไม่ได้ว่าใครเป็นใคร โดย 3 ศพแรก เป็นชาย 1 หญิง 1 และเด็กอีก 1 อยู่ในท่ากอดกันกลม บริเวณลำคอและตามร่างแต่ละศพถูกของมีคมฟันจนเป็นแผลเหวอะหวะ

ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบศพหญิงเปลือยกาย บริเวณลำคอถูกเชือดเกือบขาด มีแผลถูกฟันตามตัวเช่นกัน ข้างศพพบกางเกงยืดสีขาว และยกทรงสีดำถูกไฟไหม้บางส่วน และยังพบกะโหลกมนุษย์ขนาดเท่าศีรษะเด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ ถูกไฟไหม้เกรียม ใกล้กันยังพบร่างเด็กเล็กที่ลำตัวท่อนล่างถูกเฉือนออกไปอีกด้วย

เป็นการฆาตกรรมอย่างอำมหิต คล้ายคนไม่มีเลือดเนื้อ หรือหัวจิตหัวใจแม้แต่น้อย!

พ.ต.อ.รังสรรค์ ชำนาญหมอ หน.ตร.ภ.จว.กำแพงเพชร (ตำแหน่งในขณะนั้น) เล็งเห็นถึงความสามารถของ พ.ต.ท.ศุภโชค วิเศรษฐ์ฐิติพันธ์ (สารวัตรแรมโบ้) สวส. อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ตำรวจมือดีที่เพิ่งย้ายมาจากกองปราบปราม จึงขอตัวมาช่วยราชการร่วมกับตำรวจท้องที่ และตำรวจจากกองปราบปราม

ต่อมาจากการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ทำให้ทราบว่า นายสมาและครอบครัวมาพบนายสมพร ก่อนวันเกิดเหตุ ส่วนนายสมพรได้หายไปจากบ้านอย่างมีพิรุธตั้งแต่วันนั้น จึงได้เรียก นางจำนงค์ ลักษณะมีศรี ภรรยานายสมพร มาสอบปากคำเป็นรายแรก

หลังการสอบเค้นอย่างหนัก นางจำนงค์ได้ให้การว่า "ก่อนเกิดเหตุ 3-4 วัน นายสมพรได้หายออกจากบ้านไป แล้วพาชายแปลกหน้า 2 คน คลับคล้ายคลับคลาว่า จะเป็นคน อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นบ้านเดิมของนายสมพร มาดื่มเหล้าที่บ้าน ก่อนจะออกจากบ้านไปพร้อมๆ กัน และไม่ย้อนกลับมาอีกเลย"

เบาะแสข้อนี้ยิ่งทำให้ตำรวจแน่ใจว่า นายสมพร เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงมืออย่างแน่นอน!

การทำงานของทีมสืบสวนคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว วันที่ 17 มี.ค. ตำรวจก็พบรถกระบะของผู้ตายจอดทิ้งในป่าละเมาะข้างลำธารใน ต.หนองมะค่า กิ่ง อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี แถมยังสืบทราบอีกว่า ก่อนที่คนร้ายจะนำรถมาทิ้ง ณ จุดนี้ ได้พากันไปรดน้ำมนต์เพื่อปัดรังควาน ที่บ้านพุเตย อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนีในเวลาต่อมา

ในที่สุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. หลังการแกะรอยอย่างหนักจึงทราบว่า คนร้ายแก๊งนี้มี 5 คน คือ นายสมพร ลักษณะมีศรี อายุ 48 ปี จอมบงการ ส่วนสมุนทั้ง 4 คือ นายเชียง พูลทอง อายุ 45 ปี นายสนิท อินทร์พันธ์ อายุ 48 ปี นายอานุ วรรณประเสริฐ อายุ 24 ปี และ นายดำรงศักดิ์ อ่อนน่วม อายุ 38 ปี

จากการตรวจสอบจากแฟ้มทะเบียนประวัติอาชญากรพบว่า แต่ละคนเคยมีประวัติก่อคดีอุกฉกรรจ์มาอย่างโชกโชน จากนั้นปฏิบัติการไล่ล่าจึงได้เริ่มขึ้น!

และแล้วในช่วงค่ำวันเดียวกันนั้นเอง ชุดสืบสวนสามารถจับกุม นายเชียง ได้ที่บ้านเลขที่ 490 หมู่ 8 ต.โป่งนก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ โดยนายเชียง รับสารภาพ และซัดทอดถึงผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

ต่อมา ได้เข้าจับกุม นายอานุ ได้ที่บ้านหนองสระ ต.วังหมัน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นรายที่สอง

กระทั่งเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายดำรงศักดิ์ ได้ติดต่อมายัง "สารวัตรแรมโบ้" ให้ไปรับตัวที่กองบิน 2 ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี เพราะเกรงว่า หากยังหลบหนีอยู่อาจถูกวิสามัญฆาตกรรม ส่วนคนร้ายรายที่ 4 คือ นายสนิท ก็ถูกจับได้ที่บ้านครุใน แขวงบางมด เขตราษฎร์บูรณะ ในวันเดียวกันนั้นเอง

จากนั้นจึงนำผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มาแถลงข่าว และทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่ 28 มี.ค. ส่วนตัวการใหญ่ คือ นายสมพร ยังคงหลบหนีการจับกุม

แต่ นายสมพรก็หนีได้ไม่นาน และต้องมาจนมุมตำรวจที่บ้านคลองระแหง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ในวันที่ 20 เม.ย. โดยนายสมพรให้การรับสารภาพ ตำรวจจึงสามารถปิดคดีสะเทือนขวัญครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งหมดถูกควบคุมตัวส่งฟ้องศาลทันที และด้วยพฤติการณ์โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ศาลจึงตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหาทั้งหมด แต่เนื่องจากผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทำให้ศาลลดหย่อนโทษเหลือเพียงจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น ปัจจุบันทั้งหมดยังคงก้มหน้าชดใช้กรรมอยู่ในกำแพงคุกต่อไป

ทิ้งไว้แต่ตำนานความโหดเหี้ยม ที่ก่อตัวขึ้นจากพลังอำนาจแห่ง "ความโลภ" เข้าครอบงำ!


พ.ต.ท.ศุภโชค วิเศรษฐ์ฐิติพันธ์ หรือ "สารวัตรแรมโบ้" รอง ผกก.อก.สพ.สกบ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประธานมูลนิธิต่อต้านอาชญากรรมและ ยาเสพติดในประเทศไทย หนึ่งในชุดคลี่คลายคดี เผยว่า ช่วงที่เข้ามารับงานนี้เพิ่งถูกย้ายมาจากกองปราบปรามไปเป็นสารวัตรสืบสวนที่ สภ.อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ได้เพียงเดือนเศษเท่านั้น พอทราบเงื่อนงำของคดีก็รู้สึกอยากทำทันที จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อวิญญาณผู้เสียชีวิตว่า ให้ช่วยดลบันดาลให้ได้ทำคดีนี้ด้วย และสัญญาว่าจะจับตัวคนร้ายให้ได้

พ.ต.ท.ศุภโชค บอกว่า เหมือนวิญญาณพวกเขาจะรับรู้ เพราะจากนั้นไม่นาน ก็มีหนังสือขอตัวมาช่วยราชการที่ จ.กำแพงเพชร ตอนนั้นรู้สึกขนลุก และดีใจมากที่คำอธิษฐานเป็นจริง จากนั้นจึงเริ่มสืบสวนแกะรอยจนทราบว่า คนร้ายส่วนหนึ่งเป็นคนใน ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตัวเอง

พ.ต.ท.ศุภโชค เล่าอีกว่า "ช่วงนั้นผมสืบหาเบาะแสในทุกที่ที่คาดว่าคนร้ายจะหนีไปกบดาน โดยได้เดินทางไปบ้านนายดำรงศักดิ์ และทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้พ่อแม่นายดำรงศักดิ์ การทำงานครั้งนั้นได้ผลเกินคาดเพราะต่อมาไม่นาน นายดำรงศักดิ์ก็ติดต่อขอมอบตัว เพราะกลัวจะถูกเก็บ"

โดยนายดำรงศักดิ์ เล่าขั้นตอนการวางแผนฆาตกรรมหมู่ว่า เริ่มต้นจากการที่นายสมพรได้ลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ หลอกว่า มีที่ดินเปล่าขายในราคาถูก จนนายสมาหลงเชื่อ และติดต่อกลับตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ ทั้งๆ ที่ที่ดินดังกล่าวไม่มีอยู่จริง

จากนั้นได้นัดหมายกันมาเพื่อดูที่ดินครั้งแรก โดยนายสมพรทำทีชี้ให้ดูที่ดินว่างเปล่าแต่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครองมาแสดงแต่อย่างใด เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ และนำเงินมัดจำมามอบให้ จึงนัดหมายมอบเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดอีกครั้ง จากนั้นจึงร่วมกันวางแผนเพื่อชิงทรัพย์และฆ่าปิดปาก

การวางแผนเริ่มต้นในวันที่ 8 มี.ค. มีนายเชียงและนายดำรงศักดิ์มานั่งดื่มเหล้าคิดแผนการที่บ้านนายสมพร ต่อมาเช้ามืดวันที่ 9 มี.ค. ซึ่งเป็นวันลงมือ นายสนิทและนายอานุได้เดินทางมาสมทบด้วย ก่อนที่จะร่วมลงมือฆ่าเหยื่อทั้งหมดในเวลาต่อมา

คำสารภาพของนายดำรงศักดิ์ เกี่ยวกับขั้นตอนการลงมือยิ่งทำให้มือปราบรายนี้ขนหัวลุกหนักเข้าไปอีก เมื่อเขาบรรยายภาพการลงมือต่อเหยื่อทั้งหมดอย่างเหี้ยมโหดสุดพรรณนา

"พอนายสมาและครอบครัวมาถึงที่เกิดเหตุ นายสมพรได้เข้ามาพูดคุยเพื่อรับเงินงวดสุดท้าย เมื่อสบโอกาสจึงใช้ปืนลูกซองยาวบังคับให้ทั้งหมดกลับขึ้นไปนั่งบนรถ จังหวะนั้น ด.ช.ศรัทธา หลานชายอายุเพียง 3 ขวบ ตกใจและได้วิ่งหนี นายสนิทจึงวิ่งตามไปเชือดคอจนเด็กน้อยทรุดฮวบลง จากนั้นจึงลากร่างที่ยังหายใจรวยรินขึ้นรถมารวมกับญาติๆ ที่มองร่างน้อยๆ ที่โชกเลือดด้วยความสยดสยองระคนสงสารจับใจ

จากนั้นนายสนิทได้จ้วงแทงคนในครอบครัวหลิมบุญเจียม ทีละคนอย่างเลือดเย็น จนพื้นห้องโดยสารนองไปด้วยลิ่มเลือดสดๆ สีแดงฉาน ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั้งรถ เมื่อจ้วงแทงจนแน่นิ่งทั้ง 5 คน จึงออกรถต่อเพื่อเอาศพไปทิ้ง

จุดที่ทิ้งศพคือป่าละเมาะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดลงมือมากนัก โดยช่วยกันลากศพออกจากรถนำมานอนเรียงกันบนพื้น ขณะนั้นนางนงนุช ยังไม่ตายสนิท นายสนิท จึงเข้าไปปาดคอซ้ำ และปาดคอคนที่เหลือในลักษณะเดียวกันเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนตายสนิท จากนั้นใช้หญ้าแห้งคลุมศพอย่างลวกๆ แล้วขับรถจากไป และนำรถไปล้างคราบเลือดที่ จ.นครสวรรค์

ความโหดเหี้ยมยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เพราะหลายวันต่อมา หลังความชั่วถูกเปิดโปง 5 ทรชนจึงย้อนกลับมาจุดที่อำพรางศพอีกครั้ง ก่อนลงมือเผาศพทั้ง 5 ทิ้ง เพื่อทำลายหลักฐาน!

พ.ต.ท.ศุภโชค ยอมรับว่า ตอนที่ได้ยินครั้งแรกผมแทบอาเจียนออกมา เพราะพวกมันช่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์จริงๆ ขนาดเด็ก 3 ขวบกับคนแก่ยังทำได้ลงคอ ตอนนั้นอยากวิสามัญฯ ให้ตายตกไปตามกันทั้งแก๊ง แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีใครหนีพ้นเงื้อมมือกฎหมาย และกฎแห่งกรรมอยู่ดี

สารวัตรแรมโบ้ กล่าวอย่างถ่อมตนว่า "ความดีทั้งหมดในการปิดคดีนี้ขอยกให้ตำรวจกองปราบฯ และฝ่ายสืบสวนของ จ.กำแพงเพชร ที่ร่วมมือกันจนสามารถจับคนร้าย และปิดคดีได้ในเวลาอันสั้น ส่วนผมเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่เห็นความสามารถ และเรียกตัวมาช่วยราชการ"

ขอบคุณ

คม ชัด ลึก

เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย cloecho เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
พลังใจสถิตย์อยู่กับท่าน
กรรมใดใครก่อ กรรนั้นย่อมสนอง
  คำสั่ง โหวต
2 คะแนน โดย priboi เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
สนธิSHIP หาย
สารวัตรแรมโบ้ สุดยอด
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Thor001 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
จ่าสิบตรี Thor001 แผนกตรวจตราและเฝ้าระวัง สำนักงาน Hopper Cop พบเกรียนและนักเลงคีย์บอร์ที่ไหนแจ้งผมได้เลยครับ
ง่า ไม่เคนรู้มาก่อน ผมยังแต่ 5 ขวบอยู่เลย

เพิ่งอนุบาล 3 ตอนนี้ปาไป 18 แล้วแม่ยังไม่เคยเล่าให้ฟังเลย
    คำสั่ง โหวต
-4 คะแนน โดย aouly เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
*-*
"สารวัตรแรมโบ้" ชื่อโคตรเสี่ยวเลย
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย commist เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
ผมรู้สึกว่าทุกอย่างในโลกกำลังถึงจุดสิ้นสุด
อ่านไม่หมด
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ^ ^ เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
โอ้วววว มันเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น!!
อำมหิตผิดมนุษย์
  คำสั่ง โหวต
20 คะแนน โดย นายขยะ เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
สบายใจทางไหนก็เล่นทางนั้นเถอะ
555555+ไม่ได้ขำเนื้อข่าวนะครับ แต่ขำที่คุณ boi9999 บอกว่าเรื่องเบาๆอ่า
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย มอไซค์=>ฮ่าง เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
บอลไทย ไปมวยโลก
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย มืดมิด เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
555ไอ้เวย์ลูกอีดอก
ตลอดชีวิตไม่พอหรอกเดี่ยวก็ออกกฏหมายอ่อนเกินยอมรับผิดก็จริงแต่ก็ต้องให้ตายให้มันมีความรู้สึกของการกลัวตายบ้างเพระมันตั้งใจจะฆ่ากันจริงๆๆตอนนี้อยู่แบบสบายไม่ลำบากหรอกในคุกไม่ได้โดนตุ่ยทุกวันสักหน่อย
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย inkviobo เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เบาไปนะครับสำหรับโทษที่ได้รับเพราะลดโทษไป ลดมาก็คงเหลืออีกไม่กี่ปี มันคงออกมาปาดคอเด็กอายุ 3 ขวบอีก(กฏหมายไทยมันไม่เด็ดขาด โจรเลยเยอะ) จะให้ดีควรประหารไปเลยคดีมันโหดเกินไป
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย meankiller เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
burn tire don't burn sole
โหดเกินบรรยาย
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย เหงียนมินห์เทียว เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เบื่อพวกที่ไม่รู้จริงแล้วมาสะเออะกูละสงสารจริ๊งๆ
เบายังไงว่ะ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย UDDY เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เออ...เนอะ....ไม่ได้เข้ามาซะนานเลย
แมร่ง.....โหดชิบ
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้