เรื่องแนะนำ
Powered by
|
|
คำสั่ง
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ประเด็นการตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 28 ก.พ.2551
เพื่อเข้ามอบตัวในคดีความอันเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรีโดยไม่ชอบมาพากล
แสวงหาประโยชน์ให้กับครอบครัวและพรรคพวก และปัญหาการปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น
บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทยอย่างน่าวิตก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปรากฏว่า มีทั้งฝ่ายรักและฝ่ายชิงชังทักษิณ ประกาศจะชุมนุมเคลื่อนไหวอีกครั้ง
เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของแต่ละฝ่าย
นับเป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาลที่จะต้องแสดงบทบาทตามอำนาจและกฎหมาย
เพื่อการเตรียมรับกับสถานการณ์อันไม่น่าพึงปรารถนาที่จะส่งผลกระทบต่อการเมือง
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม
สำหรับบริบทต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่อดีตนายกรัฐมนตรีเหยียบแผ่นดินไทย
กระทั่งตลอดระยะเวลาที่เขาพำนักอยู่ตามข้ออ้างในประเด็นมาตรา 34 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุว่า
บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักรไทย
วรรค 2 การจำกัดเสรีภาพตามวรรค 1 ทำไม่ได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.แห่งกฎหมายความมั่นคงหมวดเพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ
และความสงบเรียบร้อย และสวัสดิภาพของประชาชน รวมถึงเรื่องการผังเมือง และผู้เป็นเยาวชน
วรรค 3 การเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร
และห้ามมิให้บุคคลที่มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรไทยจะกระทำมิได้
รัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชน
ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลนอมินีของอดีตนายกรัฐมนตรีและกลายพันธุ์จากพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไปแล้วเป็นแกนนำนั้น
มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้อำนาจหน้าที่อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตรงไปตรงมา
และแยกแยะให้ออกระหว่างแผนงานการเตรียมรับอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยกลับมามอบตัว
กับกิจกรรมการเตรียมต้อนรับสู่มาตุภูมิของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย
มิเช่นนั้นภาพลักษณ์ของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช คงจะดูขี้เหร่ยิ่งกว่าเดิม และไม่พ้นจะถูกตอกย้ำในข้อหาเป็นรัฐบาลหุ่นเชิด
ที่กระทำการทุกอย่างเพื่อปูทางให้ "นายใหญ่" เจ้าของพรรคตัวจริงกลับมาทวงคืนอำนาจ
ข้อกล่าวอ้างถึงสิทธิส่วนบุคคลของรัฐมนตรีบางคน
หรือความรักความภักดีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนในสังกัดพรรคพลังประชาชน
เป็นเรื่องเอกสิทธิ์ส่วนตัวที่ห้ามกันไม่ได้ หากจะเสนอหน้าไปต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
หรือกระทั่งบินข้ามประเทศไปพบปะหารือกับอดีตหัวหน้าพรรคของตนเองที่เมืองปักกิ่ง
ไม่สมควรอย่างยิ่งที่กลุ่มบุคคลซึ่งมีฐานะทางสังคมและตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะสวมหมวกฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ
จะหยิบยกมาเป็นเหตุผลในการที่จะกระทำการใดๆ ตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งเป็นตาสีตาสา นายมีนายมา
ชาวบ้านทั่วไป เพราะต้องไม่ลืมว่าท่านทั้งหลายมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชนต้องแบกอยู่เต็มสองบ่า
ตลอดระยะเวลาที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐมนตรี หรือ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ
ยิ่งถือเป็นการไม่สมควรอย่างมาก หากนักการเมืองหรือสมาชิกพรรคพลังประชาชนทั้งหลายจะอ้างเสียงข้างมาก 233
เสียงจากการเลือกตั้ง แล้วอนุมานเอาว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ 65
ล้านคนอยากให้ท่านทั้งหลายไปแสดงความจงรักภักดีต่ออดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
ด้วยการแห่ไปต้อนรับหรือจัดตั้งกลุ่มคนรักทักษิณไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนไม่เอาทักษิณ เพราะอย่างน้อยที่สุด
การเป็นแกนนำของรัฐบาลชุดปัจจุบันย่อมต้องเลือกผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่
มิใช่พิทักษ์รักษาหน้าตาของ "นายใหญ่" โดยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า ประชาชนเป็นคนให้เงินเดือนแก่พวกท่าน
และประชาชนไว้วางใจให้พลังประชาชนมากู้วิกฤติของประเทศ มิใช่สร้างเงื่อนไขอันล่อแหลมต่อกลียุค
ขอเตือนว่า
หากรัฐบาลพรรคพลังประชาชนมีหัวใจที่รักประเทศไทยมากกว่าใครคนหนึ่งคนใดที่กล่าวกันว่ามีเงินมหาศาลซื้ออะไรก็ได้แล้วนั้น
ย่อมต้องสำเหนียกได้ว่า "คำเตือนก่อนกลียุค" ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
สามารถแปลงให้เป็นคุณได้ด้วยการที่รัฐบาลและพรรคพลังประชาชนจะต้องสั่งเป็นนโยบายให้ทุกฝ่ายตั้งอยู่ในสติ
รู้หน้าที่ ความรับผิดชอบ และตระหนักถึงหมวกที่สวมใส่อยู่ มิใช่อ้างเอกสิทธิ์ส่วนตัวที่จะเดินนำหน้าชูธงรักทักษิณ
นอกจากนั้นต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของการเคารพกระบวนการยุติธรรม และเหนืออื่นใด
รู้จักเลือกรักประเทศไทยมากกว่ารัก ทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละเป็นคำตอบสุดท้าย.
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
|
|
เรื่องใหม่ๆ (คะแนนไม่ถึง 3)
บทวิจารณ์ล่าสุด
MASTURBATE69
@
1 นาทีที่แล้ว
【おたく】ロリコン らき☆すた, 萌え卐 Otaku Lolicon's Lucky star MOE 卐
กระทง: |
.............
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก