เรื่องแนะนำ
Powered by
|
|
คำสั่ง
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
กรรมของน้าหมัก!!!
จู่ๆ...คนสนิทชิดเชื้อระดับมือซ้าย-มือขวา ที่เพิ่งจะบินไปจับแข้งจับเข่า กินออร์เดิร์ฟรับออเดอร์กันมาหมาดๆ...
ดันมาถูกเด็ดหัวต่อหน้าต่อตา...ไม่ว่าใครก็ใครนั่นแหละ....ย่อมต้องมีอาการเสียวสันหลังวูบๆ วาบๆ
ขนคอตั้งเด่ขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย...กำหนดการที่จะลัดฟ้ากลับมาเหยียบแดนดินถิ่นสยาม ให้เกริกก้องเกรียงไกรปฐพี...
จะต้องปรับเปลี่ยนยืดๆ-หดๆ กันหรือไม่? ประการใด? ก็ยังไม่อาจหาข้อสรุปได้ชัดเจน....
-----------------------------------------------
แต่ที่แน่ๆ...อดีตโฆษก ศันสนีย์ นาคพงษ์ ที่ว่ากันว่า...ได้รับมอบหมายให้เป็นโฆษกเฉพาะกิจ
เตรียมเปิดโรงแรมแถลงข่าวถึงรายละเอียดกำหนดการเดินทางกลับบ้านของ ทักษิณ อย่างเป็นทางการ
ปานประดุจการเปิดเผยกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศด้อยพัฒนา ของเลขาธิการสหประชาชาติกันเลยทีเดียว...
ก็ได้กลายสภาพเป็น ศันสนีย์ ล่องหน กันไปซะแว้วว์ว์...กระจิบกระจอกที่ไปรอทำข่าว ณ โรงแรมเอสซี ปาร์ค เมื่อวันวาน
ได้แต่ชักสะพานแหงนถ่อรอคอย...แต่ก็ไม่สามารถควานหาร่องรอยของ นางฟ้าชาร์ลี รายนี้ได้เลยแม้แต่น้อย...
---------------------------------------------------
สรุปเอาเป็นว่า...ถ้าหากฟังจากเสียงร่ำลือของคนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสงค์จะออกนาม
หรือประเภทที่เรียกตัวเองว่าแหล่งข่าว ตลอดไปจนถึงรัฐมนตรีต่างประเทศที่เพิ่งควักเงินส่วนตัว
ซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปเยี่ยมอดีตลูกความกันมาหมาดๆ...กำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยของ ทักษิณ
ก็น่าจะเป็นวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 9 โมงเช้า ดังที่พูดๆ กันไปแล้วนั่นแหละ
และแม้นว่าจะยืนยันเอาไว้ล่วงหน้าว่าต้องการจะให้เป็นการ กลับแบบธรรมชาติ...แต่ก็อย่างว่า...
ธรรมชาติของ ทักษิณ ซะอย่าง!!! ยังไงๆ มันก็คงต้องเป็นไปในแบบ...ช้างเหยียบนา...พญาเหยียบเมือง...กันจนได้...
---------------------------------------------------
โอกาสที่จะบินมาเงียบๆ จูงมือลูกโอ๊คเดินย่องๆ ผ่านด่านศุลกากรตรวจคนเข้าเมือง เหมือนบรรดาผู้โดยสารปกตินั้น...
น่าจะยากเอามากๆ ยิ่งบอกว่าเมื่อกลับมาแล้วจะพยายามทำตัวหน่อมแน้ม เลิกเกี่ยวข้องกับการบ้านการเมืองโดยเด็ดขาด
ซุ่มเงียบอยู่ในวังจันทร์ส่องหล้า นานๆ ทีถึงจะออกไปกินก๋วยเตี๋ยวหมู นั่งคุยกับนักข่าวที่ตัวเองเคยรู้จัก
พอให้หายคันปากในบางครั้งบางครา...อันนี้ต้องเรียกว่า...อินตะระเดียกันเห็นๆ...ขึ้นชื่อว่า ทักษิณ แล้ว...เล็กๆ เงียบๆ
เป็นซะที่ไหน??? ไม่ว่าจะกรีดกรายอยู่อังกฤษ ฮ่องกง ปักกิ่ง บราซิล ทะลุไปถึงดูไบ...ล้วนแล้วแต่ต้อง มิต้า
ด้วยกันทั้งสิ้น...เล็กๆ ไม่...ใหญ่ๆ เอา...เงียบเมื่อไหร่เป็นเฉา...ไม่โฉ่งฉ่างนอนไม่หลับ...ประมาณนั้น...
----------------------------------------------------
ตลอดช่วงระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ก็พอจะเห็นเป็นตัวอย่างได้ชัดเจน...ขนาดอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแท้ๆ
แต่จะให้นั่งหงอยๆ กินไวน์ ร้องเพลงคาราโอเกะ ใช้ช่วงเวลาว่างๆ ปลงกับชะตากรรมของตัวเอง พอให้เกิดความเย็น
ความสงบขึ้นมาบ้าง...ยังไงๆ ก็เป็นไปไม่ได้แน่ๆ อดไม่ได้ที่จะต้องควักเงินซื้อสโมสรฟุตบอลอังกฤษเป็นร้อยล้านพันล้าน
นอกจากพอได้กรี๊ดๆ กร๊าดๆ ผงาดขึ้นมาในสังคมไฮโซแล้ว แถมยังได้โปรโมตตัวเองในระดับข้ามชาติกันอีก
เพิ่มเรตติ้งด้วยการถ่ายทอดประวัติชีวิตออกมาพิมพ์ขายในเมืองจีน เผลอแวบเดียว...
ก็เลี้ยวเข้ามาเป็นนายกสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยกันดื้อๆ จองโรงแรมฮ่องกง หอบหิ้วนักข่าว
นักหนังสือพิมพ์ที่ตัวเองรู้จัก ไปออกรอบตีกอล์ฟกันในวันที่ 7 เดือน 7 ปี 07...ช่วงชิงพื้นที่ข่าวกันแบบ...เก๋ซะไม่มี...ฯลฯลฯลฯ
--------------------------------------------------
ด้วยลักษณะอาการเช่นนี้...ก็จึงไม่ถึงกับน่าแปลกใจอะไรมากมาย...ที่การ กลับแบบธรรมชาติ ของ ทักษิณ
ในคราวนี้ มันจึงดูไม่ค่อยจะเป็นธรรมชาติกันซักเท่าไหร่ ไม่ว่าไล่มาตั้งแต่การจัดรายการมหกรรมคนรักทักษิณขึ้นที่จังหวัดเชียงราย
ต่อสายโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม หรือแทบจะยิงวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ปลุกเร้าจิตใจกันแต่เนิ่นๆ
ป่าวประกาศกลางจอทีวีว่าผู้คนนับเป็นล้าน อาจจะไปรอรับถึงสนามบินสุวรรณภูมินับตั้งแต่ก้าวแรก
ถ่ายทอดรายละเอียดกำหนดการเดินทางแพร่สะพัดไปตามเว็บไซต์ แถมไหว้วานนางฟ้าชาร์ลี ศันสนีย์ ล่องหน
จองโรงแรมเตรียมแถลงข่าวอย่างเอิกเกริก...แต่ก็อย่างว่า...จู่ๆ ท่านประธานฯ ที่เคารพอย่าง ยุทธ ตู้เย็น
ดันมาหงายท้องกันต่อหน้าต่อตา...มันก็อาจจะต้องชะงักๆ กันไปบ้างตาม...ธรรมชาติของ ทักษิณ อีกนั่นเอง...
-----------------------------------------------------
ในเมื่อโดยธรรมชาติของ ทักษิณ ย่อมเป็นไปเช่นนี้... บรรยากาศบ้านเมืองที่ร้อนๆ อยู่แล้ว
มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องร้อนขึ้นไปอีกตามธรรมชาตินั่นแหละท่าน จะไปติติง ห้ามปราม ไม่ให้ฝ่าย เอาทักษิณ
หรือฝ่าย ไม่เอาทักษิณ นั่งพับเพียบ เรียบร้อย เงียบๆ เฉยๆ...มันก็ออกจะขัดธรรมชาติอยู่ไม่มากก็น้อย
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างถูกกระตุ้น ถูกโปรโมต ถูกยั่วยุให้รัก ให้เกลียด กันมาโดยตลอด จู่ๆ จะให้เก็บมือ เก็บตีน
ยัดใส่กระเป๋ากางเกงกันดื้อยังไงๆ ก็เป็นไปไม่ได้แน่ๆ...ในเมื่อบรรดาพันธมิตรที่เคยเก็บฉากไปแล้ว
ทำท่าว่าคิดจะรื้อเครื่องไฟ เช็กเครื่องเสียง เตรียมเปิดเวทีกันอีกรอบ พันธมารก็ใช่ว่าจะไร้มือ ไร้ตีนค่าเครื่องไฟ
เครื่องเสียงครั้งก่อนๆ ก็จ่ายไปหมดแล้ว แถมยังมีเงินเหลือถอยรถกระบะป้ายแดง จ่ายค่าบ้าน
รับเงินเดือนรัฐมนตรี เงินเดือน ส.ส.อีกเพียบ...แล้วจะให้งอมืองอตีนอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร...มือเจอมือ ตีนเจอตีน
มาไม้ไหนก็ย่อมต้องไปไม้นั้น...ทุกรูปทุกแบบ...ถึงไหนถึงกัน...
----------------------------------------------------
แน่นอนว่า...ในเมื่อบรรยากาศมันออกมาในแนวนี้ ผู้ที่ต้องเกิดความอึดอัด หนักใจ
ในระดับโรคเกาต์อาจจะกำเริบขึ้นมาดื้อๆ ย่อมหนีไม่พ้น น้าหมัก นอมินี ณ จูราสสิก พาร์ก
ของเราผู้นี้...นี่เอง...กำลังเพลินๆ จั๊บๆๆๆ เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ อยู่ดีๆ...เจอกับ ตัวจริง-เสียงจริง หรือ
ตัวจริง-ชัดเจน โผล่พรวดๆ พราดๆ โดยไม่ได้คิดจะหารือแจ้งกำหนดการรายละเอียดทางหนีทีไล่กันก่อนล่วงหน้า...
พิธีกรรายการ ชิมไป-บ่นไป ก็แทบจะต้องแปรสภาพไปเป็นพิธีกรรายการ หวานอม-ขมกลืน
กันแทนที่...แต่ก็อย่างว่า...ทำไงได้...ในเมื่อตัดสินใจเอาลูกเค้ามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเค้ามาอม
จนแก้มตุ่ยแก้มพองอยู่ในขณะนี้...จะไปขาก ไปคาย แสดงความเป็นตัวของตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรีแบบตรงไป-ตรงมา...
มันคงลำบาก การกลับมาแบบธรรมชาติของ ทักษิณ ในคราวนี้...ก็จึงทำให้ น้าหมัก
ต้องกลายเป็นผู้แบกรับแรงกดดันจากธรรมชาติทางการเมืองไปโดยปริยาย...
----------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก พลูตาร์ค.... "ผู้ที่อาศัยดาบของผู้อื่นเป็นที่พึ่ง
มักจะต้องตกเป็นเครื่องสังเวยให้กับดาบของผู้ที่เขาพึ่งพาในบั้นปลาย...."
---------------------------------------------------
เอื้อเฟื้อ ท่านขุนน้อย หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
|
|
|
พฤติกรรมของคนดี (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ลักษณะของบัณฑิต ๑ พูดแต่ในสิ่งที่ดี ๒ คิดแต่ในสิ่งที่ดี ๓ ทำแต่สิ่งที่ดีเสมอไป พฤติกรรมของบัณฑิต ๑. ชอบทำแต่สิ่งที่ดี มีประโยชน์ ๒. ชอบชักชวนคนอื่นในทางดี ๓. ชอบเสนอแนะสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับคนอื่น ๆ ๔. มีความรับผิดชอบในหน้าที่อย่างดีที่สุด ๕. มีศีลธรรมประจำใจ ๖. น้อมรับคำตักเตือน ไม่ดื้อ ไม่โกรธ เมื่อมีคนมาสอน ๗. อ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่มีความลำพอง ถือตัวถือตน เย่อหยิ่ง ๘. ไม่ปกปิดความผิดของตัวเอง ๙. บอกกล่าวความดีของคนอื่นให้คนอื่น ๆ ได้รู้กัน
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก