เรื่องแนะนำ
Powered by
|
|
คำสั่ง
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
บางคนต้องฝ่าฟันอุปสรรคอยู่หลายสิบปีกว่าจะได้รับการยอมรับ
บางคนแม้เสียชีวิตแล้วก็ยังไม่มีใครในโลกรู้จักเลยด้วยซ้ำ
นิโคลา เทสลา นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวโครเอเซียน
...คืออัจฉริยะอีกคนหนึ่งที่โลกลืม...
นิโคลา เทสลา นักประดิษฐ์ชาวโครเอเซียน
เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1884 โดยไม่มีเงินติดกระเป๋า
แม้แต่สตางค์แดงเดียว จะมีก็เพียงมันสมองอันเฉลียวฉลาดเท่านั้น
เขาค้นพบมอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าที่ใช้งานได้เป็นครั้งแรกในปี 1888
เขาพยายามหาช่องทางขายสิทธิบัตรมอเตอร์ไฟฟ้า
แต่ก็ถูกปฏิเสธจนต้องไปเป็นกรรมกรในนิวยอร์กอยู่หลายเดือน
เทสลาต้องย่ำต๊อกอยู่เกือบ 10 ปี
กว่าจะทำให้มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าได้รับการยอมรับ
นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง นิโคลา เทสลา
จึงถูกนำชื่อมาใช้เป็นหน่วยหลักของแม่เหล็กไฟฟ้า
เพื่อเป็นเกียรติในเวลาต่อมา
เขาคือใคร...มาจากไหน?
นิโคลา เทสลา เกิดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ สมิลจาน ในเมืองโครเอเทีย
ประเทศออสเตรียฮังการี ( ปัจจุบันคือประเทศยูโกสลาเวีย )
ตอนเที่ยงคืนของวันที่ 9 ต่อกับวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1856
และความบังเอิญอันแปลกประหลาดที่เขาตกฟากตอนเที่ยงคืนตรง
ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่น่าพิศวงของนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้
มิลูติน พ่อของนิโคลาหวังจะให้เขาเป็นนักบวชเหมือนพ่อ
แต่นิโคลากลับไปเหมือนดจูกา แม่ของเขามากกว่า
ที่ชอบประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ ไว้ใช้เองในบ้าน
ทั้ง ๆ ตัวนางเองเรียนหนังสือมาน้อย
พลังจิต
นิโคลาเกิดมาพร้อมกับสิ่งที่พิเศษหลายอย่าง
นอกจากมันสมองอันเฉลียวฉลาดแล้ว เขายังมีพลังจิตอีกด้วย
ตั้งแต่เด็ก นิโคลามักจะเห็นแสงไฟแวบเข้าตาตามด้วยภาพหลอน
หลายครั้งที่เพียงเขาได้ยินใครพูดถึงชื่อสิ่งของ
เขาก็เกิดภาพรายละเอียดของสิ่งของชิ้นนั้น ๆ ขึ้นในใจ
สิ่งนี้สร้างความรำคาญใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก
ซึ่งอาการประหลาดนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่เราเรียกกันว่า " พลังจิต " ก็ได้
จุดเริ่มต้นของนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่
นิโคลาฉายแววของนักประดิษฐ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของเขาคือเครื่องมือจับกบที่ทำมาจากเชือกกับตะขอ
ซึ่งใช้ได้ผลดีมากจนถึงขนาดว่าแทบจะไม่มีกบเหลืออยู่
ในหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่เลย
นอกจากนี้เขายังได้สร้างระหัดวิดน้ำชนิดที่ไม่มีใบพัด และเจ้าสิ่งนี้เอง
ที่เป็นแรงจูงใจให้เขาสร้างเครื่องกังกันน้ำที่ไม่มีใบพัดในเวลาต่อมา
เด็กชายนิโคลายังได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานจากธรรมชาติ
อีกอย่างหนึ่งจาก แมลงจูน ( June Bugs )
เขาจับเอาแมลงจูนเป็น ๆ 16 ตัวมาติดกาวลงบนใบพัดกังหันอันเล็ก ๆ แมลงจูนจะกระพือปีกเพื่อพยายามบินหนี ทำให้กังหันนั้นหมุนได้เอง
อยู่มาวันหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งมาที่บ้านนิโคลา
ทันทีที่เจ้าเด็กเกเรคนนั้นเห็นมอเตอร์พลังแมลงจูนของนิโคลา
เขาก็จับเอาแมลงจูนเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
ตั้งแต่นิโคลาได้เห็นภาพอันน่าสยดสยองต่อหน้าต่อตาเขาในครั้งนั้น
ทำให้นิโคลาไม่ยอมแตะต้องแมลงใด ๆ อีกเลย
โรคประหลาด...ต้นกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์อันลือลั่น
ครั้งหนึ่ง นิโคลา ล้มป่วยเป็นโรคประหลาด
ที่หาสาเหตุและเหตุผลมาอธิบายไม่ได้
ประสาทรับรู้ต่าง ๆ ของเขาไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ
เพียงแค่ได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินก็ทำให้เขาทรมานเป็นอย่างมาก
เขาต้องนำเอาแผ่นยางมาวางรองไว้ที่ขาเตียงเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน
ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ
สำหรับคนทั่วๆ ไปแรงสั่นสะเทือนนั้นอาจจะธรรมดา
แต่สำหรับนิโคลามันเหมือนกับแผ่นดินไหว
การได้อยู่ในสถานที่ที่มีแสงจ้า นอกจากจะทำให้เขาปวดตาแล้ว
มันยังเผาผิวหนังของเขาจนเป็นแผลผุพอง
หลังจากที่อาการประหลาดทุเลาลง
นิโคลาก็เกิดนิมิตรู้แจ้ง
ถึงกรรมวิธีสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับอันโด่งดัง
จอมเพี้ยน
อาการประหลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนิโคลา
ทำให้เขากลัวการสัมผัสกับบุคคลอื่นทางร่างกาย
เขาปฏิเสธที่จะความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามและไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวใคร
เขาหลีกเลี่ยงที่จะจับมือกับใครๆ
โดยโกหกว่ามือของเขาได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในห้องทดลอง
พฤติกรรมเพี้ยน ๆ อีกเรื่องของนิโคลาก็คือ
เขามักจะทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันซ้ำ ๆ หลายครั้ง
จนกว่าจำนวนครั้งที่ทำจะหารด้วย 3 ได้ลงตัว
ถ้าไม่ลงตัวเขาจะทำใหม่จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
เช่น การนับก้าวเดิน
จำนวนครั้งที่นิโคลาชอบเป็นพิเศษคือ 27
เพราะว่ามันเท่ากับ 3 ยกกำลัง 3 ( 3x3x3 )
นอกจากนั้นเขายังกำหนดกะเกณฑ์ปริมาณอาหารที่เขากินในแต่ละมื้อ
ด้วยการนำเอาไม้บรรทัดมาวัดดูว่า
ภาชนะที่ใช้บรรจุอาหารของเขานั้นมีปริมาตร ความจุเท่าใด
แต่ในช่วงที่เขาติดงานสำคัญ ๆ เขามักจะทำแต่งานจนลืมกินลืมนอน
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ร่างกายเขาอ่อนเพลียอย่างหนัก
จนเขาจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร
บั้นปลาย
นิโคลาเสียชีวิตอย่างอนาถาที่โรงแรมโทรม ๆ ในนครนิวยอร์ค
เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1943
ตลอดชีวิตเขาถูกคนในวงการวิทยาศาสตร์ดูถูกในความคิดที่ดูเพี้ยน ๆ
ขณะที่ประชาชนทั่วไปแทบจะไม่มีใครรู้จักเขาเลย ซ้ำร้ายกว่านั้น
ชื่อและสิ่งประดิษฐ์ของเขาถูกนำมาแต่งเป็นผู้ร้ายในการ์ตูนยอดฮิต
ซูเปอร์แมน ( Superman ) มีอยู่ตอนหนึ่งของการ์ตูนเรื่องนี้
ที่เขียนขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1940 ซูเปอร์แมนต้องต่อสู้กับนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องชื่อ " เทสลา "
ที่พยายามทำลายล้างโลกด้วยอาวุธลำแสงมหาประลัย ( Death Ray )
หลังจากที่นิโคลาเสียชีวิต เอฟบีไอ ( FBI )
ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพย์สินคนต่างชาติ
( The Office of Alien Property )
เข้ายึดทรัพย์สินทุกชิ้นของนิโคลา ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
เนื่องจากนิโคลาได้รับสัญชาติเป็นคนอเมริกันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1891
แต่จุดประสงค์ที่ทำเช่นนั้นก็เพื่อค้นหาข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ
ที่นิโคลาเคยคิดค้นนั่นเอง...
อาวุธลำแสงมหาประลัย
นิโคลา เทสลา นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง
พยายามที่จะทำโลกทั้งใบให้เป็นสื่อนำไฟฟ้า
เพื่อให้สามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปให้คนทุกคนในโลก
ได้ใช้กระแสไฟฟ้าอย่างเสรี
นอกเหนือไปจากสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติแล้ว
เทสลายังได้สร้างเครื่องมือประหลาด ๆ อีกหลายอย่างซึ่งก็รวมถึงอาวุธสงครามด้วย
ครั้งหนึ่งเขาเคยกล่าวว่า
เขาสามารถสร้างเครื่องมือที่มีอานุภาพร้ายแรง
ขนาดแยกโลกของเราให้แตกออกเป็นสองส่วนได้
สิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งของเขาที่ถูกปิดเป็นความลับมานานเกือบร้อยปี
นั่นก็คือ " อาวุธลำแสงมหาประลัย "
คู่ปรับทางความคิด
นิโคลา เทสลา และโทมัส อัลวา เอดิสัน
สองผู้ยิ่งใหญ่ที่ยืนอยู่คนละขั้ว
นิโคลา เทสลา เจ้าของแนวความคิดเรื่องไฟฟ้ากระแสสลับ
(อัลเทอร์เน็ต เคอเรนต์-เอซี) ซึ่งสามารถให้พลังไฟฟ้า
ในขอบเขตที่กว้างขวางกว่าไฟฟ้ากระแสตรง
(ไดเร็กต์ เคอร์เรนต์-ดีซี) ซึ่งเป็นแนวคิดของ เอดิสัน
เทสลา ได้ประดิษฐ์ไดนาโม และเจเนอเรเตอร์ ขึ้น
เพื่อผลิตไฟฟ้ากระแสสลับ
จากนั้นขายให้กับบริษัทเวสติ้งเฮาส์ ในเวลาต่อมา
โธมัส แอลวา เอดิสัน ผู้ได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่จากการประดิษฐ์หลอดไฟ
แต่ยังมีสิ่งประดิษฐ์ของเอดิสันที่ไม่ค่อยมีใครรู้
ก็คือเก้าอี้ไฟฟ้าที่ใช้ประหารนักโทษ
ซึ่งเขาคิดค้นขึ้นเพียงเพื่อแสดงให้เห็นอันตรายของการใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ
ที่บริษัทเวสติ้งเฮ้าส์ คู่แข่งสำคัญ ของเอดิสันใช้อยู่ในขณะนั้นเท่านั้น
เหตุผลง่ายๆ ประการเดียวคือ
เอดิสัน ไม่สามารถเข้าใจการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ
ตามที่เทสลาอธิบายได้
นี่เป็นการประกาศว่าเอดิสันไม่ยอมรับสิ่งประดิษฐ์อันนี้ของเทสลานั่นเอง
ซ้ำขออภัยด้วยนะครับ
แต่นักวิทยาศาสตร์คนนี้น่าสนใจมาก
|
|
เรื่องใหม่ๆ (คะแนนไม่ถึง 3)
|
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก