|
คำสั่ง
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
.บทความ : รับได้ไหม? ถ้าวันหนึ่งไทยต้องปิดประเทศ!
" รับได้ไหม หากไทยต้องอยู่แบบป่าๆ "
ผู้เขียนไม่ได้พูดเล่น อันนี้คือกระแสอันหนึ่งที่สืบเนื่องมาจากกรณี " เขาพระวิหาร " ที่ในที่สุด UNESCO ก็ต้องยอมให้เขมรได้ขึ้นเป็นมรดกโลก ( ซึ่งจริงๆ ตัวปราสาทและที่ดินบนยอดเขามันเป็นของเขมรมาตั้งแต่ พ.ศ.2505 แล้ว เพราะศาลโลกตัดสินให้เขมรชนะคดี ) แต่ขณะเดียวกัน กระแสต่อต้านมันก็ไปไม่หยุดเสียแล้ว เมื่อกลุ่มพันธมิตรขวาจัดแห่งชาติ ( ผู้เขียนขอตั้งชื่อให้ใหม่ เพราะการกระทำมันส่อไปในทางนั้น ) ได้ปลุกกระแสว่า " ปราสาทพระวิหาร " ( ย้ำว่า " ปราสาท " ) เป็นของไทย ประกอบกับมี FW Mail แนวคลั่งชาติที่บอกว่าลาว เขมร และมาเลเซียตะวันตกเคยเป็นของไทย ทำให้ผู้เขียนอดห่วงไม่ได้ ยิ่งเมื่อคืนผู้เขียนชมรายการตาสว่าง นักวิชาการที่เสนอให้ไทยถอนตัวจากภาคี UNESCO แล้วก็อดกลัวไม่ได้เลยว่า พวกพันธมิตรขวาจัดจะเอาไปปลุกกระแสอะไรอีกหรือเปล่า?
ก่อนอื่นทุกท่านต้องเข้าใจว่า ทุกวันนี้ประเทศใดๆ ก็ล้วนต้องมีความเกี่ยวพันกันในระดับนานาชาติ จะมีประเทศใดแยกเดี่ยวๆ ออกไปโดยตัดตัวเองจากโลกภายนอกนั้นเป็นไปไม่ได้ ( และไม่สมควรด้วย ผู้เขียนจะกล่าวถึงในช่วงต่อไป ) ในเมื่อทุกประเทศต้องเกี่ยวพันกันในระดับนานาชาติ ก็เท่ากับว่า ทุกประเทศต้องเชื่อฟัง " องค์กรระหว่างประเทศ " ไม่ว่าจะเป็น UN หรืออะไรก็แล้วแต่ โดยเฉพาะศาลโลก ซึ่งเป็นศาลกลางระหว่างประเทศ ถึงแม้ในความเป็นจริง โลกนี้จะถูกปกครองโดย " ภาคี 5 เทพ " อันประกอบด้วยอินทรี มังกร หมีขาว ไก่ และราชสีห์ ( สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ ) ก็ต้องยอมรับ เพราะพวกเขาเป็นพี่ใหญ่ใน UN อย่างแท้จริงอย่างไม่มีใครปฏิเสธได้
ในเมื่อไทยเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก ก็ต้องยอมฟังมติของศาลโลกและ UN ( มีนักปราชญ์โบราณคนหนึ่งบอกว่า " คนเรายอมละทิ้งความเป็นส่วนตัวเพื่อเข้าร่วมกันเป็นสังคม เท่ากับว่าเราสูญเสียอิสรภาพส่วนบุคคลเพื่อรับผลประโยชน์ในกติกาของสังคม " ) ผู้เขียนกล่าวแบบนี้อาจจะดู " ขัดใจ " พวกคลั่งชาติอยู่บ้าง แต่เราต้องยอมรับ เว้นเสียแต่ว่าเราจะ " ปิดประเทศ " แบบพม่าหรือเกาหลีเหนือ ซึ่งผู้เขียนขอถามว่า " คนทั้งประเทศ " รับได้ไหมกับเรื่องดังกล่าว?
ลองบรรยายสภาพประเทศไทยหลังปิดประเทศดูให้ทุกท่านจินตนาการเล่นๆ
- เราจะไม่มีน้ำมันใช้ อย่าลืมว่าซาอุฯ เป็นมิตรกับสหรัฐฯ ต่อให้มี ก็ต้องไปซื้อจากที่อื่น ซึ่งคงซื้อได้น้อยกว่าตอนนี้ เพราะกิจการต่างชาติเลิกหมด
- เราจะไม่มีเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้าน IT ใช้ เพราะความรู้เหล่านี้เรายังมีบุคลากรไม่เพียงพอ และกิจการ IT โดยมากยังอยู่ในมือต่างชาติ
- ไฟจะแพง น้ำจะแพง เพราะผลจากน้ำมันแพง แถมกิจการพลังงานของ ตปท. ไปหมดแล้ว คนจะไปกระจุกอยู่แต่กิจการในประเทศไม่กี่แห่ง เกิดการผูกขาดของชนชั้นนำ ( นายทุนใหม่ + ศักดินาเก่า )
นึกสภาพพม่า หรือเกาหลีเหนือได้เลยนะครับ ผู้เขียนถามเล่นๆ ไว้นี่แหละว่า " พร้อมไหม? "
ถ้าท่านรับไม่ได้กับสิ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่าจะเกิดขึ้น ก็เลิกคลั่งชาติแบบหลับหูหลับตาเถอะครับ แน่นอนเรื่องเอกสารที่ รมว. ต่างประเทศไปเซ็นต์ไว้แบบนั้นผู้เขียนก็ไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และให้ทำเรื่องขออุทธรณ์ ของเจรจาเรื่องพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวปราสาทอีกทีหนึ่ง
แต่การที่พวกขวาจัดจะใช้ประเด็นนี้ก่อสงครามระหว่างไทย - เขมรข้อหนึ่ง ใช้ประเด็นนี้สร้างระบบ " กึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อีกข้อหนึ่ง ( 70 - 30 หรือ รบ. พระราชทานตาม คห. ของคุณตู้จรัสพงษ์ ) หรือเพื่อแยกตัวจากประชาคมโลกอีกข้อหนึ่ง ผู้เขียนขอถามว่า ถ้าแนวคิดพวกท่านสำเร็จ แต่ประเทศไทยต้องปิดประเทศจากโลกภายนอก
ถามว่าตัวพวกท่าน " ที่ไม่ใช่แกนนำ " จะรับได้ไหมครับ?
เพราะพวกแกนนำคงได้เสวยสุข ส่วนแนวร่วมอย่างเราๆ ก็อดตายกันต่อไป
ตามนั้น!
TonyMao_NK51 ( กุนซือลัทธิแห้ว )
Mail To : tonymao_nk51 hotmail.com
9/7/2008 Bangkok Thailand
|
ใหญ่จริงๆ un
เห็นภาพเลยคับ ดูแรมโบ้4 ภาพชัดเลย ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย เมื่อไหร่ พันธมิตรจาตายๆๆๆๆหมดๆๆๆๆ ประเทศเราจากลับมารุ่งเรื่องชื่อเสียงระบือไกล ไปทั่วโลก เหมือนยุครัฐบาลนายกทักษิณ จะมีอีกไหมประเทศไทย
แล้วทำไมต้องรอให้ พธม หายสาบสูญก่อนละครับ
ทักษิณกลัว พธม ทำไมครับ
แปลกใจจังเงินก็มีมากกว่าพธมเยอะ
อำนาจก็มีมากกว่าทั้งทหาร + ตำรวจ
บอดี้การ์ดก้มีมากกว่า ดูตอนกลับมาใหม่ ตำรวจไปอารักขา 3-4000 นาย
แล้วใครจะไปทำอันตรายท่านได้ครับ
ท่านแทบจะมีอะไรๆทุกอย่างมากกว่าทุกคนในเมืองไทย มีแม้กระทั่งเครื่องบินไทยคู่ฟ้า
แล้วทักษิณกลัวอะไรครับ
หรือว่ากลัวศาล
ไม่น่านะครับ
เพราะคดีเงิน 2 ล้านนั่นคงไม่ใช่เงินทักษิณแน่ครับ
ฝ่าย พธม วางแผนแน่ๆเลย
หรือเป็นเงินส่วนตัวของทนายแกครับ
ฮืมคงใช่แน่ๆ ทำไมเรื่องแค่นี้คิดกันไม่ได้เนอะ
พธม มีเงินน้อยกว่าทักษิณ
คงร่วมมือกับศาลเพื่อกำจัดทักษิณนะครับ
แต่เค้าจะทำเพื่ออะไรครับ น่าคิดจริง
เอหรือว่าเค้าอิจฉาที่ทักษิณรวยมหาศาล
แล้วจะรวยมากไปกว่านี้อีก 10 เท่า 100 เท่า
ถ้าทักษิณยังเป็นนายกอยู่
ใช่ครับถ้าทักษิณยังเป็นนายกอยู่
เราก็จะมีนายกที่รวยที่สุดในโลกแน่ๆ
มันช่างน่าภูมิใจจริงๆ
แต่เอแล้วคนอีก 60 ล้านคนจะอยู่กันได้ไหม
ในบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ถ้าเงินของทั้งประเทศเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของคนไม่กี่ครอบครัว
ปัตตานี มีน้ำมันมากพอที่จะผลิตใช้เองแล้วเหลือพอที่จะส่งออกมากกว่าซาอุ อีกนะจะบอกให้
มาเลย์ มันเลย ช่วยโจรใต้
แล้วมันจะเอาไปรวมกับประเทศมัน
ที่ผมรู้ก็คือผมเป็นคนสำรวจเองกับมือเลย
ปัตตานี ต่อให้มีน้ำมันทั้งจังหวัดเลยก็ไม่มากเท่าซาอุครับ
ไปเอาข้อมูลมากไหนมั่วโคตร
ไปดูเอาดิ บทความ พื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา-ข้อเสนอต่างๆ-จนถึงบ่อน้ำมันในอ่าวไทย พ.ต.รัฐเศรษฐ
ขุดเอามาใช้ในประเทศได้เป็น ร้อยๆปี
เหลือพอส่งออกอีก
ของซาอุ อีก 50 กว่า ปีก้อหมดแล้ว
พูดมาได้ไงวะ 555 3 จว.ไทย มีน้ำมันมากกว่าซาอุ...5555อยากเห็นหน้าไอ้นี่จัง ถ้ากุเห็นหน้าเมิงนะ กรุจะขากเสลด แล้วก็ถุยใส่หน้าเมิง ข้อหาหน้าโง่แล้วยังโชว์โง่อีก
ความคิดเห็นก็ส่วนความคิดเห็น กุไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันมีผิด-ถูก แต่นี่เมิงบอกว่าไม่มั่ว มั่นใจเกินร้อย ถุยๆๆ....
บทความเวรอะไรของเมิง กุก็ทำได้
กุจะพิมพ์บทความว่า ใต้ดิน ตรงพื้นบ้านกุ โกโบริเอาทองมาฝังไว้กว่า 3พันต้น ....5555 ม่างโชว์โง่
ผมคน๓จังหวัดกับทุกคนที่นี้ก่อนหน้านี้ยังเข้าไปเติมน้ำมันมาเลย์อยู่เลย แต่ปัจจุบันซื้อจากขวดมีให้เลือก๒สี สีเหลืองกะสีแดง คนในนี้บอกไม่มีแต่คนข้างนอกดันบอกมี(555) ก่อนเชื่อข้อมูลอะไรดูคนพูดและที่มีก่อนนะ nonkcc101 ว่าเป็นพวกหวังผลทางการเมืองหรือเปล่า
และอีกอย่างที่จะแบ่งแยกเพราะจะไปรวมกับพวกบาส(ฝ่ายค้านมาเลย์มีพื้นที่ติดกับสามจังหวัด) จัดตั้งรัฐอิสลามด้วยกัน
ตอนนี้ในหลวงเราเป็นไงบ้างละ
ประเทศชาติ หรือ คนๆเดียว
ตอบให้ได้นะครับ
ถามต่อนะครับว่า
ออกมาจากใจหรือเปล่า
พอดีว่าผมพังความข้างเดียว
แหะๆ
ปิดประเทศหรอ
อาจจะพอทำได้ก้อได้นะ
(กฏหมายหุบปากคือ ไม่พูดแสดงว่ายอม)
เท่านั้นแหละเสร็จเขรม
ไม่ใช่ว่าเค้าไม่อ้างสิทธิครับ
มันคือยุคล่าอาณานิคมครับ
รัฐบาลตอนนั้นก็ประกาศแล้วนี่ว่าสงวนสิทธิที่จะทวงคืนมาทีหลัง
สนใจฟังเสียงท่านจอมพลไหมครับจะได้เอามา
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ กรณีข้อพิพาท “ปราสาทเขาพระวิหารไทย-กัมพูชา” โดยสังเขป
พ.ศ.2404 ฝรั่งเศสได้ไซ่ง่อนและเวียดนามใต้เป็นอาณานิคมและเริ่มมีความสนใจในลาวและกัมพูชา
พ.ศ.2410 สยามกับฝัร่งเศสมีการทำสนธิสัญญายอมรับกัมพูชาเป็นดินแดนในอารักขาของฝรั่งเศสยกเว้นเสียมเรียบ พระตะบอง ศรีโสภณ
พ.ศ.2436 ฝรั่งเศสเข้ายึดดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงพร้อมทั้งให้สยามทำสนธิสัญญายกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส
พ.ศ.2447 สยามทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศสยกเมืองหลวงพระบางกับดินแดนทางใต้ภูเขาดงเร็กให้ฝรั่งเศสเพื่อแลกกับจันทบุรี (ที่ถูกฝรั่งเศสยึดไปก่อนหน้า)
พ.ศ.2450 สยามทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศสยกดินแดนเสียมเรียบ พระตะบอง ศรีโสภณให้แก่ฝรั่งเศสเพื่อแลกกับเมืองด่านซ้าย เมืองตราด และเกาะแก่งทั้งหลายซึ่งอยู่ภายใต้แหลมลิงลงไปจนถึงเกาะกูดให้กับสยาม
พ.ศ.2472 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จเยือนปราสาทเขาพระวิหารโดยมี เรสสิเดนต์ กำปงธม (ผู้ว่าราชการจังหวัดกำปงธม)ชาวฝรั่งเศสแต่งกายเครื่องแบบเต็มยศพร้อมชักธงชาติฝรั่งเศสมารอรับเสด็จ (ภายหลังกัมพูชาได้นำกลับไปเป็นข้ออ้างในศาลโลก)
พ.ศ.2483 รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม พบว่าพรมแดนเขตนี้ใช้ลำห้วยเป็นเส้นเขตแดนแทนที่เป็นสันปันน้ำ จึงได้มีความพยายามขอแก้ไขการปักปันเขตแดนในส่วนนี้กับฝรั่งเศส
พ.ศ.2484 ช่วงสงครามโลกครั้งที่2 กองทัพญี่ปุ่นในฐานะของมหามิตร เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสอินโดจีน กรณีรัฐบาลไทยโดยการนำของจอมพล ป.พิบูลสงคราม กรีธาทัพเข้ายึดดินแดนที่เคยเสียไปสมัยรัชกาลที่5 กลับคืนมา ทำให้ไทยได้ดินแดนที่เคยเสียไป (รวมทั้งปราสาทเขาพระวิหาร)กลับคืนตามสนธิสัญญาโตกิโอ แต่ภายหลังจบสงครามโลกครั้งที่2รัฐบาลไทยเพื่อหลีกสถานะผู้แพ้สงครามจึงต้องคืนดินแดนดังกล่าวกลับให้ฝรั่งเศส
พ.ศ.2492 กัมพูชากับฝรั่งเศสร่วมกันคัดค้านอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหารของประเทศไทยนับเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาปราสาทเขาพระวิหาร
พ.ศ.2501 เริ่มมีความเคลื่อนไหวของกัมพูชาเกี่ยวกับปัญหาปราสาทเขาพระวิหาร ตลอดจนการโต้ตอบทางหนังสือพิมพ์ของไทยและกัมพูชา เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน รัฐบาลไทยประกาศสภาวะฉุกเฉินทางชายแดนไทยด้านกัมพูชารวม 6 จังหวัด คือ จันทบุรี ปราจีนบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอำเภอเดชอุดม จ.อุบลราชธานี ในปลายปีเดือนธันวาคม กัมพูชาประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย
6 ต.ค. 2502 รัฐบาลกัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลโลกให้วินิจฉัย กรณีอำนาจอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหารของกัมพูชา
15 มิ.ย. 2505 ศาลโลกพิพากษาให้ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในเขตอำนาจอธิปไตยของประเทศกัมพูชา
พ.ศ.2513 - 2518 กัมพูชาภายใต้การนำของรัฐบาลลอนนอล ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยขึ้นใหม่และเปิดปราสาทเขาพระวิหารให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับบุคคลทั่วไป
พ.ศ.2518-2534 ภายหลังการล่มสลายของรัฐบาลลอนนอลและเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างเขมรฝ่ายต่างๆทำให้เป็นอุปสรรคต่อการขึ้นชมปราสวาทเขาพระวิหาร
พ.ศ.2535 กัมพูชาเปิดปราสาทเขาพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังการยุติลงของสงครามกลางเมือง
พ.ศ.2550 กัมพูชายื่นเรื่องขอให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ในที่ประชุมองค์การยูเนสโก ณ เมืองไครส์เชิร์ท ประเทศนิวซีแลนด์ และไทยยื่นเรื่องคัดค้านโดยอ้างถึงเรื่องความเชื่อมโยงของปราสาทเขาพระวิหารกับปราสาทหินอื่นๆที่ตั้งอยู่ในเขตประเทศไทย ทำให้องค์การยูเนสโกจึงยุติเรื่องไว้ก่อนเพื่อพิจารณาหาข้อสรุปใหม่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2551
พ.ศ.2551 การประชุมใหญ่องค์การยูเนสโก เดือนมิถุนายนพ.ศ.2551พิจารณาคำร้องปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง และล่าสุด 8 กรกฎาคม 2551 องค์การยูเนสโกมีมติอนุมัติให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา
อยากอยู่สงบๆบ้าง......
พรุ่งนี้จะเข้าป่าแล้ว...อย่าตามมากวนผมล่ะ เหอๆๆๆ
จะได้ตามไปกวนสักหน่อย