เรื่องแนะนำ
Powered by
|
|
คำสั่ง
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
คุณแม่ของผมชื่อสมถวิล แปลว่า สมดังใจปอง ใครจะว่าเชย
ก็ช่างเถอะ สมัยเมื่อ 78 ปีที่แล้วตอนแม่เกิด ชื่อนี้กิ๊บเก๋ซะ
ครอบครัวเรามีลูกสาวคนเดียว เธอจึงได้สิ่งดี ๆ จากแม่ตั้งแต่เกิด เช่น
ชื่ออันไพเราะ "สมประสงค์" ผมเคยปลอบใจเธอว่า "ยังดีกว่าสมปอง
สมดังใฝ่ สมใจนึก" เธอสบายใจขึ้นเป็นกอง
แม่อายุ 78 ปีแล้ว แต่ยังกระฉับกระเฉงทั้งกายและใจ สัปดาห์ที่แล้ว
แม่ลูกนัดกันไปถ่ายรูปครอบครัวเนื่องในโอกาสที่ "สมประสงค์" เข้ารับ
พระราชทานปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต ขณะเดินผ่านสตรีสูงวัยท่านหนึ่ง
แม่ได้ยินคำทักที่ทำให้ก้าวขาไม่ออก "คุณสวยจังค่ะ" ทั้งยังตามมาด้วย
คำถาม "โทษนะคะ คุณน้องอายุเท่าไหร่แล้ว"
แม่ตอบอย่างภาคภูมิ "78 แล้วค่ะ แก่มากแล้ว"
"ต๊าย ดิฉันนึกว่า 60 ต้น ๆ ดิฉัน 72 แต่ดูแก่กว่าเยอะเลย"
แม่ยิ้มแก้มบาน "อุ๊ย ไม่จริงหรอกค่ะ คุณยังดูสวย เห็นตอนแรกนึกว่าคุณคง
ไม่เกิน 60" เรื่องอ่อนกว่าวัยอย่าได้ทักเชียว สองสาวน้อยเกี่ยวก้อยกันไป
นั่งใต้ร่มไม้ ผลัดกันเรื่องลูกหลานอย่างมีความสุขตามประสาคนแก่ หัวเราะ
กิ๊ก ๆ พี่ชายคนโตหน้างอ สงสัยแม่เราอัลไซเมอร์ซะแล้ว ทิ้งลูกหลานเฉยเลย
เอ๋อและอัลไซเมอร์เป็นสมบัติประจำตระกูลของเรา มีทุกรูปแบบ
ให้ได้หัวเราะกันเรื่อย ตามวาระและโอกาส เช่น "พี่บอกแล้วว่า
อย่าใส่กระเจียมเทียว เอ๊ย... กระเจียวเทียม... เอ่อ...(หยุดพักหนึ่ง)
... กระเทียมเจียว ไม่เคยจำสักที"
นั่นเป็นอัลไซเมอร์เทียม ๆ ไว้ล้อเลียนกัน แต่สิ่งที่แม่กลัวที่สุดคือ
โรคอัลไซเมอร์จริง ๆ ความกลัวของแม่ประมาณว่า ตื่นเช้านั่งข้าง
เตียง จำไม่ได้ว่ากำลังจะลุกขึ้นหรือจะเข้านอน ยืนนิ่งกลางบันได
บ้าน จำไม่ได้ว่าจะขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แม่เคยปรึกษาว่า
คงมีสักวันที่แม่เดินไปตลาดแล้วจำทางกลับบ้านไม่ได้
เพื่อความสบายใจ ผมซื้อมือถือให้แม่ไว้ติดตัว วันหนึ่งแม่ถามว่า
"ถ้าเกิดความจำเสื่อมถึงขั้นนั้น แม่จะจำเบอร์บ้านได้เหรอลูก"
น้องชายจอมกวนช่วยแม่อีกแรง "ไม่ต้องคิดไกลขนาดนั้นหรอก
แม่ลืมชาร์จแบตทุกคืน จะโทร. ติดได้ยังไง" ผมเซ่อไปเลย
ผมจึงเขียนเบอร์บ้านติดไว้ที่มือถือแม่ น้องสาวเข้ามาช่วย
"เขียนชื่อที่อยู่ให้ครบเลยดีกว่า เผื่อมีคนใจบุญพบ จะได้พาแม่
มาส่งถึงบ้าน" เธอวาดแผนที่แปะติดจนเกือบไม่เห็นมือถือ
แม่มองแล้วเสนอว่า "ทำเป็นกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ใส่ไว้ใน
กระเป๋าเลยดีไหม แล้วเก็บมือถือไว้ที่บ้าน ไม่ต้องหิ้วไปมา
ให้หนักมือ" เราเอ๋อสนิทศิษย์อึ้งกิมกี่ เหมือนแม่จะสอนว่า
เรากำลังขี่ช้างจับตั๊กแตนยงโย่หรือเปล่า
ตั้งแต่ลูกเกิดจนผมเริ่มหงอก แม่ก็ยังเป็นแม่ คอยห่วงใยลูก ๆ เสมอ
สายใยผูกพันไม่เคยจางหาย
ครั้งหนึ่งระหว่างผมไปทำงาน ฝนตกฟ้าร้องครืน ๆ แม่โทร. มาถามว่า ดึงปลั๊ก
คอมพิวเตอร์ออกดีไหม เดี๋ยวฟ้าผ่าคอมพิวเตอร์ แม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีค่า
สำหรับผมมาก เพราะงานเขียนทั้งเก่าและใหม่เก็บไว้ในเครื่องนี้ทั้งหมด ผมตอบ
ว่าดีครับ บอกเด็กทำนะครับ แม่วางหูทันที
ตกเย็นกลับถึงบ้าน แม่เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า แม่ถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์เองทั้งหมด
เลย ผมทวนคำ ทั้งหมดเลย รีบวิ่งไปดูด้วยความตกใจ แม่ทำอย่างที่พูดจริง ๆ
ดึงปลั๊กคอมพิวเตอร์ ยูพีเอส สำรองไฟ คีย์บอร์ด เมาส์ พริ้นเตอร์ แลน โมเด็ม
และอุปกรณ์ต่อพ่วงหลังคอมพิวเตอร์ทุกชิ้นแยกออกจากกันหมด ผมทำหน้าดุ
พยายามเสียบสายมากมายกลับคืนตำแหน่งเดิมอย่างสับสน และรู้สึกว่าคอมพิวเตอร์
จะเปียก ๆ พิกล แต่ไม่คิดอะไรจนกระทั่งเปิดเครื่องแล้วมีเสียงดังฟุ้บ ควันขาว ๆ
ลอยออกมาจากหลังจอ ผมหันไปมองแม่ ได้รับคำอธิบายว่า หลังถอดปลั๊กเสร็จ
แม่เห็นขี้ฝุ่นจับเขรอะ และเจอเศษขนมปังขึ้นราตกอยู่หลังจอด้วย แม่เลยเอาผ้า
ชุบน้ำเช็ดคอมพิวเตอร์และแผงไฟด้านหลังจนสะอาด แถมฉีดน้ำยาเช็ดกระจก
หน้าจอให้ด้วย
"ทีวีเขาว่าช่วงนี้เชื้อไวรัสอะไรไม่รู้กำลังระบาด มันติดคอมพิวเตอร์ได้ด้วย แม่เป็นห่วง
กลัวเชื้อรามันจะลามเข้าเครื่อง"
"เป็นอะไรเหรอลูก" แม่ถามเป็นห่วง ผมหันกลับไปมองแม่เต็มตา แม่อายุ 78 แล้ว
"ผมรักแม่ครับ"
จาก... นิตยสาร แพรว #679
โดย... "สรจักร ศิริบริรักษ์"
|
|
เรื่องใหม่ๆ (คะแนนไม่ถึง 3)
|
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก