โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
0
คะแนน
 
โดย jiw12345678 เป็นกระทงร้อน 5 เดือนที่แล้ว
รักกันไว้เถิด เพื่อนร่วมโลก
 
+++++เขาพระวิหาร......ตอนสุดท้าย+++++
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 16:05:11 » อ้างถึง
คะแนน: 6 ชอบ, 6 ไม่ชอบ

tag: การเมือง ขายชาติ บทความ ประเทศเขมร ประเทศไทย ปราสาท ฝรั่งเศส พระวิหาร มรดกโลก รัฐบาลไทย ศาลโลก อาณาจักร เขมร เขาพระวิหาร เถื่อน แผนที่ โกง ไทย

ประเภท: การเมือง
7 บทวิจารณ์  |  2,018 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

--------------------------------------------------------------------------------




คดีปราสาทเขาพระวิหาร เป็นความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชากับราชอาณาจักรไทย ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2501 ในการอ้างสิทธิเหนือบริเวณปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และชายแดนกัมพูชาด้านจังหวัดพระวิหาร ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่ทั้งไทยและกัมพูชา ถือแผนที่ปักปันเขตแดนตามแนวสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรักคนละฉบับ ทำให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของทั้งสองฝ่ายในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของตัวปราสาท โดยทั้งฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยได้ยินยอมให้มีการพิจารณาปัญหาดังกล่าวขึ้นที่ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2502

คดีนี้ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ท่ามกลางความไม่พอใจของฝ่ายไทย ซึ่งเห็นว่าศาลโลกตัดสินคดีนี้อย่างไม่ยุติธรรม เนื่องจากศาลโลกยึดติดอยู่บนแผนที่ฉบับเดียว โดยที่ศาลโลกมิได้มีการตรวจสอบสถานที่อย่างจริงจังตามข้อตกลงไทย-ฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม การตัดสินคดีครั้งนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องอาณาเขตทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา ในบริเวณดังกล่าวให้หมดไป และยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังต่อมาจนถึงปัจจุบัน



รายละเอียดของคดี
 
แผนที่ A มาตราส่วน 1:10,000 เป็นแผนที่ที่เป็นทางการของไทย แสดงแนวเส้นเขตแดนฝรั่งเศส-สยามปี 1907 (Line 1) ซึ่งไทยได้โต้แย้งต่อศาลโลกมาตั้งแต่ปี 2505 กับแนวเส้นเขตแดน (Line 2) ที่ไทยใช้หลักสากลยึดถือแนวสันปันน้ำเป็นหลักในการแบ่งเส้นเขตแดนและได้อ้างสิทธิอันชอบธรรมเหนืออาณาบริเวณพื้นที่สีเขียว การยกผืนดินที่ตั้งปราสาทพระวิหารให้แก่กัมพูชากำลังจะสร้างความยุ่งยากให้แก่การกล่าวอ้างอธิปไตยของไทย
แผนที่ B มาตราส่วน 1:200,000 แสดงภาพรวมที่ตั้งปราสาทพระวิหารและแนวเส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝรั่งเศสเมื่อ 100 ปีก่อน (Line 1) กับเส้นเขตแดนที่ไทยกล่าวอ้าง (Line 2) โดยยึดสันปันน้ำตามหลักสากล ไทยยืนยันการกล่าวอ้างในเรื่องนี้ตลอด 46 ปีที่ผ่านมา
หลังจากศาลโลกได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชาในเดือน มิ.ย.2505 ในเดือนถัดมาไทยก็ได้ยื่นบันทึกต่อศาลโลกพร้อมแผนที่ฉบับนี้แสดงที่ตั้งของปราสาทพระวิหารกับบริเวณโดยรอบและเส้นเขตแดนตามแนวสันปันน้ำที่ไทยสงวนที่จะกล่าวอ้าง ภาพล่างซ้ายแสดงให้เห็นว่าไทยยอมรับให้พื้นที่แก่ปราสาทที่กว้างที่สุดเพียง 100 เมตรเท่านั้น อาณาบริเวณข้างนอกเส้นปรุเป็นพื้นที่เขตสันปันน้ำคดีนี้มีข้อเท็จจริงอยู่ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2447 ถึง พ.ศ. 2451 ประเทศฝรั่งเศสมีฐานะเป็นรัฐผู้อารักขากัมพูชา ได้ทำสัญญากับประเทศไทยอยู่หลายฉบับ แต่มีสัญญาอยู่ฉบับหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้ คือ สัญญาซึ่งลงในวันที่ 13 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2447 มีความตกลงอยู่ว่า พรมแดนที่เป็นปัญหาให้ถือเอาสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ในการแบ่งเขตแดน และให้แต่งตั้งคณะกรรมการปักบันเขตแดน เพื่อได้ทำการสำรวจบริเวณพื้นที่แถบนั้น[1]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 ทางการไทยได้ขอให้ทางฝรั่งเศสทำแผนที่พรมแดน ฝรั่งเศสได้จัดทำแผนที่ขึ้นจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นเป็นแผนที่ที่ฝรั่งเศสลากเส้นเอาเขาพระวิหาร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของประเทศไทย ไปอยู่ในฝั่งเขตแดนกัมพูชาของทางฝรั่งเศสด้วย โดยมิได้ยึดแนวสันปันน้ำเป็นเกณฑ์ (แผนที่นี้ต่อมาเรียกว่า "แผนที่ผนวก 1" (Annex I map))

แม้กระนั้น ทางไทยกลับไม่ได้คัดค้านแผนที่นั้นภายในเวลาอันสมควร คณะกรรมการฝ่ายไทยไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เลย แม้จะไม่ได้แสดงการยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ทำการคัดค้านว่าแผนที่ฉบับที่มีปัญหานั้นไม่ถูกต้อง ท่านเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นคือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ตรัสขอบใจราชทูตฝรั่งเศสผู้นำส่งแผนที่นั้น และผู้ว่าราชการจังหวัดก็มิได้ทำการทักท้วง[1]

ต่อมา มีการประชุมคณะกรรมการที่กรุงเทพ ฯ ในปี พ.ศ. 2452 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 นี้เป็นหลัก ก็ไม่มีผู้คัดค้าน กรมแผนที่เองได้ทำแผนที่ ใน พ.ศ. 2480 ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขาพระวิหารตั้งอยู่ในเขตกัมพูชา[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

ปี พ.ศ. 2468 มีการจัดทำสนธิสัญญาระหว่างไทย-ฝรั่งเศส โดยมีการอ้างอิงถึงเขตแดนดังกล่าว และในการเจรจาสนธิสัญญาระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อปี พ.ศ. 2490 รัฐบาลไทยไม่ได้ประท้วงประเด็นดังกล่าว[1] นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2473 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จไปเขาพระวิหาร โดยมีผู้สำเร็จราชการฝรั่งเศสรับเสด็จในฐานะทรงเยือนจังหวัดหนึ่งของกัมพูชา[1] เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิจารณาว่า รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้ยอมรับ (acquiese) ว่า ฝรั่งเศส มีอำนาจอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นเวลายาวนานถึง 50 ปีมาแล้ว ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ว่าด้วยหลักกฎหมายปิดปาก (estoppel)

ปี พ.ศ. 2501 หลังจากที่กัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส จึงเริ่มมีข้อขัดแย้งเรื่องเขตแดนรอยต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา จนกระทั่ง เจ้านโรดมสีหนุ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาขณะนั้น นำเรื่องขึ้นเสนอสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี พ.ศ. 2502 โดยใช้แผนที่ผนวก 1 เป็นหลักฐานสำคัญ ซึ่งแม้เส้นเขตแดนบนแผนที่จะไม่ได้ใช้สันปันน้ำเป็นเกณฑ์ แต่แผนที่ฉบับนี้ไม่เคยถูกคัดค้านจากรัฐบาลไทยมาก่อน

ดังนั้นในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ จึงได้ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 นอกจากนั้นยังตัดสินด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 5 ให้ประเทศไทยส่งคืนโบราณวัตถุที่นำออกมาจากปราสาทเขาพระวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยได้เข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าว[1] ต่อมาอีกราวยี่สิบกว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลก และสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคต

การสูญเสียดินแดนครั้งนี้นับว่าเป็นการสูญเสียดินแดนครั้งล่าสุดของราชอาณาจักรไทย หลังจากที่สูญเสียดินแดนจำนวนมากในสมัยรัชกาลที่ 5 นักกฎหมายไทยหลายท่านได้ถือว่าการตัดสินครั้งนี้ของศาลโลกไม่ยุติธรรม[ต้องการแหล่งอ้างอิง] ยึดติดอยู่บนแผนที่ฉบับเดียว ทั้งที่ศาลโลกก็มิได้มีการตรวจสอบสถานที่อย่างจริงจังตามข้อตกลงไทย-ฝรั่งเศส นับว่าเป็นข้อผิดพลาดครั้งสำคัญของศาลโลก


[แก้] คำประท้วงของรัฐบาลไทยต่อคำพิพากษา
Sarit Dhanarajata's statement on July 4, 1962
 


วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินแล้ว 20 กว่าวัน รัฐบาลไทยโดย ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลกโดยอ้างว่าคำพิพากษานั้นขัดต่อกฎหมายและความยุติธรรม นอกจากนี้ ยังสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคตด้วย


โดยมีคำประท้วงดังนี้

ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่จะอ้างถึงคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งได้นำขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยคำร้องเริ่มคดีฝ่ายเดียวของกัมพูชา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.1959 (พ.ศ. 2502) และซึ่งศาลได้พิพากษา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1962 (พ.ศ. 2505) ยอมรับนับถืออธิปไตยของกัมพูชาเหนือซากของปราสาทพระวิหาร

ในแถลงการณ์เป็นทางการลงวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.1962 (พ.ศ. 2505) รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลที่กล่าวข้างต้น โดยมีเหตุผลว่า ตามความเห็นของรัฐบาล คำพิพากษาขัดต่อข้อกำหนดอันชัดแจ้งของบทที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ.1904 (พ.ศ. 2447) และ ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) และขัดต่อหลักกฎหมาย และความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ 94 ของกฎบัตร

ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใดๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคต เพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนำมาใช้ได้ในภายหลัง และตั้งข้อประท้วงต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา”

ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่จะแจ้งข้อความข้างต้นให้ท่านทราบ พร้อมกับขอให้ท่านแจ้งข้อความในหนังสือฉบับนี้ให้สมาชิกทั้งปวงขององค์การนี้ทราบทั่วกันด้วย
เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
    คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย pip เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว
ไทยต้องเอาคืนมา ไม่ต้องไปห่วงเรื่องความสัมพันธ์กับมันพวกเขมรมันยังไม่สนใจว่าเราจะคิดยังไงเลย
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย pjim99 เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว
ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพเจ้าสมาชิกสีแดงpjim99 ขอน้อมถวายความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของแผ่นดินสยาม ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เทอญ
ยอมมันเข้าไป ควาย จิงจิง ยกประเทศให้มันไปเลยดิ ไม่มีแผ่นดินอยู่ไปเลย
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย Choux à la crème เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว
;
โหวตให้ครับ...
อย่าเอาแต่ตาบอดหน้ามืดเพราะว่าชอบคนนั้นเกลียดคนนี้ ช่วยมองความจริงเสียมั่ง ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ ตัดสินกันเอาเอง โตๆกันแล้ว ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ว่าไม่ดี อย่าปล่อยให้คำว่ารักชาติ รักในหลวง เป็นเพียงแค่ลมปาก ผมคนนึงล่ะ ที่รักประเทศไทยด้วยใจ ไม่ใช่คำสองคำ
  คำสั่ง โหวต
-1 คะแนน โดย jiw12345678 เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว
รักกันไว้เถิด เพื่อนร่วมโลก
อ่านจบ ไปที่ลิ้งเลยครับ เพลงน่าฟังมาก ฟังให้จบนะครับ ขอบคุณครับที่แก้ไขให้
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย nonkcc101 เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว
ป.ล. รูปนี้แฟนผมเองนะครับ
โฮะๆ
เขาเตรียมกำลังพลแล้วนะจะบอกให้
ถ้า ไอ้สันดาร UN ขึ้นทะเบียนให้เมื่อไหร่
เขมร
จบ
เหอๆ
เพราะที่จิงเขาพระวิหารน่ะของไทยหมดเลยด้วย
ไม่เชื่อไปศึกษาเอานะ
ว่ามันไปเป็นของเขมรได้ยังไง
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย play3 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
ไอเงี้ยนกะไอ้มืด เมื่อวานกูล็อคเอ้าท์ออกไปแล้วเห็นมึงเข้ามากูก็ตามมาคุยยังไม่หายมันส์มึงก็เผ่นกันทั้งคู่แปลว่าอะไรถ้าไม่ใช่มึงปอดแหกกันวะ เฮอๆ
สาเหตุหนึ่งของความพ่ายแพ้มีข้อมูลว่าอเมริกามันไม่พอใจที่ไทยมีการ"รัฐประหาร"มันเลยวิ่งรอกล็อบบี้ประเทศอื่นๆที่ป็นสมาชิกให้เทคะแนนให้ไอ้เขมร......ใครมีข้อมูลเยอะนักเอามาตอบเลย จะรอชม
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย play3 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
ไอเงี้ยนกะไอ้มืด เมื่อวานกูล็อคเอ้าท์ออกไปแล้วเห็นมึงเข้ามากูก็ตามมาคุยยังไม่หายมันส์มึงก็เผ่นกันทั้งคู่แปลว่าอะไรถ้าไม่ใช่มึงปอดแหกกันวะ เฮอๆ
โหวตให้ครับ ++++++
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้
เรื่องเด็ดๆ

บทวิจารณ์ล่าสุด

caty @ 1 นาทีที่แล้ว
สคริปต์ชีวิตเราพระเจ้าท่านเขียนขึ้นมา
กระทง: คลิป ..มาดูพระจันทร์คืนนี้สิ..สวยงามที่สุด ( พระจันทร์ยังยิ้มได้ทำไมคนไทยไม่ยิ้มให้กันล่ะคับ )
บทวิจารณ์: กลับมา+ให้นะคะ
crazypilot @ 1 นาทีที่แล้ว
เซ็ง คะแนนหมดไม่รู็ตัว
กระทง: คลิป Counter-Strike Source เกมอันดับ 1 ของโลก
บทวิจารณ์: ยิงหัวๆๆๆ
4ag @ 2 นาทีที่แล้ว
ไม่ชอบสมชาย ไม่ชอบดูASTV
กระทง: คลิป โจรก่อการร้ายพันธมิตรเนรคุณกองเชียร์ตื้บเละ สรยุทร์เรื่องเล่าคิวต่อไป
บทวิจารณ์: เก่งจังไอ้ลูกหมา
จูปิเตอร์ @ 2 นาทีที่แล้ว
ไม่มีความสำเร็จใด ๆ ได้มาโดยง่าย ต้องลงมือกระทำด้วยความรู้ ความเพียร อย่างสม่ำเสมอ
กระทง: รูป อาชีพเสริมของเหล่าฮีโร่
บทวิจารณ์: เข้าท่าเหมือนกันงานนี้น่าสน ไปหน้าแรก
3aaa @ 4 นาทีที่แล้ว
ประโยชน์สูงสุดของชาติ
กระทง: รูป ตำรวจ กับเหตุการปึ้มอีกแล้ว มาดู!!!
บทวิจารณ์: สรุปแล้วไม่มองหน้า มองแต่ตรงนั้นสิ ระวังทะลักออกมานะจ๊ะ
beergarden @ 5 นาทีที่แล้ว
รักทักกี้
กระทง: คลิป Counter-Strike Source เกมอันดับ 1 ของโลก
บทวิจารณ์: โอ้ว ภาพสวยโครต สเปกเครื่องเท่าไหร่ภึงเล่นได้ เนี่ยะ
ออน์ @ 5 นาทีที่แล้ว
ฟังเพลง ผม กันๆ
กระทง: คลิป มนุษย์เหาะได้ นวัตกรรม ยานยนต์ แห่งอนาคต
บทวิจารณ์: อยากได สักอัน คงไม่มีเงิน
ออน์ @ 7 นาทีที่แล้ว