|
|
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
เจ้าชายวิชัย (Prince Vijaya) กษัตริย์พระองค์แรกของศรีลังกา ก่อตั้งราชอาณาจักรทัมบาปันนี (Tambapanni) ในปีที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน โดยมีกษัตริย์สืบต่อราชบัลลังก์อีกประมาณ 200 พระองค์ แต่นักประวัติศาสตร์บันทึกไว้ได้เพียง 165 พระองค์ เท่านั้น กษัตริย์ศรีลังกาเกือบทั้งหมดเป็นชาวสิงหล มีเพียง 2-3 พระองค์เท่านั้นที่เป็นชาวทมิฬ ปัจจุบันประชากร 2 ใน 3 ส่วน หรือร้อยละ 75 ในศรีลังกาเป็นชาวสิงหล นอกนั้นเป็นทมิฬและมัวส์ ซึ่งเป็นเลือดผสมระหว่างมุสลิม มาเลย์ และเบอร์เกอร์ (ผู้มีบรรพบุรุษเชื้อสายตะวันตก)
การก่อตั้งพุทธศาสนา
เมื่อพระจักรพรรดิอโศกมหาราชแห่งอินเดีย ทรงแต่งตั้งโมคคลีบุตรติสสะเถระ (Moggaliputtatissa) ทำการปฏิรูปพุทธศาสนา (307 ก่อน ค.ศ.) และทรงส่งพระโสนะ (Sona) และพระอุตตระ (Uttara) มาเผยแผ่พุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ พร้อมทั้งส่งมหินทะเถระ (Mahinda) พระโอรสมายังลังกาเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนานั้น ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ (Devanampiyatissa) (307-267 ก่อน ค.ศ.) กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งอนุราธปุระ (Anuradhapura) ในศรีลังกา
คณะธรรมทูตของท่านมหินทะประกอบด้วยพระภิกษุ 4 รูป สามเณร 1 รูป และฆราวาส 1 คน ทั้งหมดได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะและชาวลังกาทั้งปวง มีประชาชนจำนวนมากขออุปสมบท และพระเจ้าแผ่นดินก็ทรงโปรดให้สร้างวิหารและศาสนสถานเป็นอันมาก รวมทั้งเจดีย์ธูปะราม (Thuparama) ซึ่งเป็นเจดีย์แห่งแรกในลังกา และโลหะปราสาท (Lohapasada) ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างจากโลหะ
พระราชินีอนุละเทวี (Anuladevi) ทรงส่งราชทูตเพื่อทูลขอภิกษุณีสังฆมิตตา (Sanghamitta) ราชธิดาของพระเจ้าอโศกแห่งอินเดีย มาอุปสมบทให้แก่ผู้หญิงลังกา อันเป็นจุดเริ่มต้นของภิกษุณีในศรีลังกา เชื่อกันว่าภิกษุณีสังฆมิตตาทรงนำกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ (จากต้นโพธิ์เดิมที่พุทธคยา) มาปลูกไว้ที่อนุราธปุระ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นต้นไม้ประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (อายุกว่า 2,200 ปี) พระบรมสารีริกธาตุก็ถูกนำมายังลังกาหลายครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พุทธศาสนาในอินเดียถูกภัยคุกคามจากผู้รุกรานนอกศาสนา
คณะสงฆ์ลังกาได้แบ่งออกเป็น 2 นิกาย คือ นิกายมหาวิหาร (Mahavihara) ฝ่ายเถรวาท และนิกายอภัยคีรี (Abhayagiri) ฝ่ายมหายาน การดำรงอยู่ของพุทธศาสนาทั้ง 2 นิกาย แสดงถึงพัฒนาการอันมั่งคั่งและหลากหลายของพุทธศาสนามากกว่าจะเป็นความแตกแยก เมื่อ ฟา-เสียน (Fa Hsien) พระภิกษุชาวจีนผู้มีชื่อเสียงเดินทางมาถึงลังกา (คริสต์ศตวรรษที่ 5) ท่านได้บันทึกถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาโดยระบุว่า พระภิกษุฝ่ายอภัยคีรีมีจำนวนถึง 5,000 รูป และฝ่ายมหาวิหารอีก 3,000 รูป แต่สุดท้ายแล้วมหายานได้ค่อยๆ เลือนหายไปจากศรีลังกา
พุทธศาสนาในช่วงกลียุค
ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 พุทธศาสนาในลังกาอยู่ในยุคเสื่อม ส่วนหนึ่งมาจากการรุกรานอย่างต่อเนื่องจากอินเดียใต้ และอีกส่วนหนึ่งจากการแย่งชิงอำนาจกันเองในหมู่ผู้นำชาวสิงหล เมื่อฝ่ายทมิฬได้รับชัยชนะ พุทธศาสนาก็ถึงจุดเสื่อมถอย ทำให้สถาบันภิกษุณีสูญหายไป และสถาบันภิกษุก็เกือบจะสูญสิ้น เมื่อพระเจ้าวิชัยพหุที่ 1 (Vijayabahu I) ปราบฝ่ายทมิฬได้สำเร็จ (ค.ศ.1071) และขึ้นสู่อำนาจที่เมืองโปโลนนะรุวะ (Polonnaruwa) ทรงประสงค์จะฟื้นฟูพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ แต่ขณะนั้นไม่มีพระสงฆ์เพียงพอ พระองค์จึงทรงนิมนต์พระสงฆ์ 20 รูป จากภาคใต้ของพม่า มาร่วมประกอบพิธีอุปสมบทเพื่อจัดตั้งคณะสงฆ์ลังกาขึ้นมาใหม่
ต่อมาพระเจ้าปรกรมพาหุที่ 1 (Parakramabahu I) (ค.ศ.1153-1186) ทรงรวบรวมลังกาให้เป็นปึกแผ่น และทรงทำนุบำรุงพุทธศาสนาอย่างสำคัญ โดยทรงปฏิรูปวินัยของคณะสงฆ์และรวมนิกายที่หลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียว การปฏิรูปครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการปฏิรูปพุทธศาสนาทั่วทั้งเอเชียอาคเนย์ รวมทั้งอาณาจักรสุโขทัย ศิลาจารึกในสมัยสุโขทัยเปิดเผยให้ทราบว่า ช่วงเวลานั้นกัมพูชา พม่า รามัญ (มอญ) และสยามต่างก็ส่งพระภิกษุสงฆ์ไปยังลังกา เพื่อนำพระวินัยที่เคร่งครัดกลับมายังประเทศของตน
สิ้นรัชสมัยของพระองค์ ลังกาได้ถดถอยเข้าสู่ห้วงแห่งความสับสนและปั่นป่วนที่ยาวนาน ทำให้วินัยของสงฆ์ย่อหย่อนลง คณะสงฆ์เกิดเรื่องอื้อฉาวจนนำไปสู่การลาสิกขาเป็นอันมาก นับจากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นไป การแย่งชิงอำนาจภายในทำให้โปรตุเกสและชาวต่างชาติอื่นๆ เข้ามามีบทบาทในลังกามากขึ้น ในที่สุดลังกาก็ตกเป็นอาณานิคมของตะวันตกยาวนานถึง 300 ปี
อิทธิพลของมหาอำนาจยุโรป
ปี ค.ศ.1517 โปรตุเกสเป็นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาปักหลักที่เมืองท่าโคลอมโบ (Colombo) ชาวโปรตุเกสได้ยื่นข้อเรียกร้องมากมายกับกษัตริย์ลังกาจนนำไปสู่การสู้รบหลายครั้ง เมื่อไม่สามารถต่อสู้กับโปรตุเกสได้ กษัตริย์ลังกาจำต้องยอมจำนนและจ่ายค่าชดเชยสงครามให้แก่โปรตุเกส สงครามและการสู้รบยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอีก 100 ปี กระทั่งปี ค.ศ.1632 โปรตุเกสจึงสามารถยึดเมืองท่าสำคัญทั้งหมดบนเกาะลังกาได้
กองเรือของโปรตุเกสไม่เพียงแต่บรรทุกสินค้ามาเท่านั้น แต่ยังบรรทุกกองทหารและบาทหลวงที่ตั้งใจจะมาเปลี่ยนคนพื้นเมืองให้หันมานับถือคาทอลิกอีกด้วย จุดมุ่งหมายนี้บรรลุความสำเร็จเมื่อกษัตริย์สิงหลซึ่งมีพระนามว่า ธรรมะปาละ ดอน จวน (Dhamapala Don Juan) ได้เข้ารีตนับถือศาสนาคริตส์ในปี ค.ศ.1542 ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส พุทธศาสนาถูกบ่อนทำลายเป็นอันมาก วัด พระพุทธรูป และแม้แต่พระพุทธบาทบนเขาสุมนา (Sumana) ก็ถูกทำลาย เพื่อปูทางไปสู่การสร้างสิ่งก่อสร้างทางศาสนาอย่างใหม่ ขณะเดียวกันกษัตริย์ที่เมืองแคนดี้ (Kandy) พระองค์หนึ่ง ซึ่งนับถือศาสนาพราหมณ์ก็ทรงจับพระภิกษุและสามเณรสึกเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งสั่งทำลายเจดีย์ วิหาร และพระไตรปิฎก ลังกาได้สูญเสียคณะสงฆ์อีกเป็นครั้งที่สอง
ในปี ค.ศ.1657 ชาวดัตช์เข้ามาแทนที่โปรตุเกส แต่ไม่เข้ามาก้าวก่ายพุทธศาสนา จึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพลเมืองท้องถิ่น ภายใต้การปกครองของดัตช์ พุทธศาสนาได้ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระภิกษุสงฆ์จำนวน 30 รูป จากยะไข่ (Yakai) หรืออารข่าน (Arakan) ได้นำการอุปสมบทกลับเข้ามาในอาณาจักรแคนดี้ในปี ค.ศ.1697
ต่อมาลังกาขาดแคลนพระสงฆ์อีกเป็นครั้งที่สาม เหลือเพียงสามเณรจำนวนหนึ่งเท่านั้น สามเณรสรณังกร (Saranangara) ได้แนะนำให้กษัตริย์ลังกาทูลขอพระสงฆ์จากพระเจ้าบรมโกษฐ์แห่งอยุธยา ภายใต้การนำของพระอุบาลี (Upali) คณะสงฆ์สยามได้ลงเรือสินค้าชาวดัตช์ และเดินทางมาถึงแคนดี้เพื่อประกอบพิธีอุปสมบทในปี ค.ศ.1753 นับเป็นการตั้งสยามนิกายขึ้นเป็นครั้งแรกในลังกา และรุ่งเรืองสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ในปี ค.ศ.1797 อังกฤษได้เข้ามาปกครองเมืองชายฝั่งทะเล และจับพระเจ้าศรีวิกรมราชสิงเห (Sri Wickramarajasinghe) ได้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1815 ส่งผลให้ระบอบกษัตริย์ในลังกาสิ้นสุดลง การเปลี่ยนนโยบายของอังกฤษเพื่อเอาใจบาทหลวงชาวคริสต์ในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์บนความสูญเสียของพุทธศาสนา ทำให้ชาวพุทธทั่วประเทศรวมตัวกันเพื่อต่อต้าน ทุกวันนี้ชาวพุทธศรีลังกายังคงรู้สึกถึงภัยคุกคามของต่างชาติในการทำลายศาสนาประจำชาติของตน ชาวศรีลังกาจึงรู้สึกหวงแหนและพยายามอย่างยิ่งในการรักษาเอกลักษณ์ทางศาสนาของตนไว้ ลังกาอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษจนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยได้รับเอกราชในปี ค.ศ.1948 รวมทั้งหมดแล้วอังกฤษปกครองศรีลังกาอยู่นานถึง 150 ปี
ความรุ่งเรืองและความเสื่อมของพุทธศาสนาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสถียรภาพทางการเมือง และการอุปถัมภ์ค้ำจุนจากพระเจ้าแผ่นดิน พุทธศาสนาและคณะสงฆ์ในลังกาถูกคุกคามจนสูญหายไปถึงสามครั้ง เนื่องจากการแย่งชิงอำนาจภายในและการรุกรานจากภายนอก ในระยะเวลากว่า 300 ปีที่ลังกาถูกปกครองโดยชนชาติยุโรป 3 ชาติ มีความพยายามหลายครั้งที่จะทำลายพุทธศาสนาและเปลี่ยนคนพื้นเมืองให้ไปนับถือศาสนาคริสต์ เหตุการณ์เหล่านี้ รวมทั้งความรู้สึกภูมิใจและหวงแหนในมรดกวัฒนธรรมของตน เป็นแรงผลักดันให้ชาวศรีลังกาส่วนใหญ่รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องปกป้องศาสนาของตนอย่างกระตือรือร้น
ขอบคุณ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=34908&catid=39
|
|
|
ดาราฮอลลีวู้ดเข้าพิธีประกาศตนเป็นชาวพุทธลอนดอน - ดาราฮอลลีวู้ด ออร์ลันโด้ บลูม อายุ ๒๗ ปี นักแสดงผู้รับบท เป็น "แลกูลัส" ในภาพยนตร์เรื่องเดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ได้ประกาศตน เป็นพุทธศาสนิกชน แล้ว โดยได้เข้าร่วมพิธีทางพุทธศาสนากับ พุทธมามกะอื่นๆ อีก ๖๐ คน ที่โซกา กัคไก ศูนย์พุทธศาสนิกชนนิกายนิชิเรน ระหว่างประเทศ ประชาชนชาวพุทธ ผู้ที่พบเห็นออร์ลันโด้แล้วได้กล่าวตรงกันว่า "เขาดูมีความสุข มากจริงๆ รู้สึกสบายและค่อนข้างจะตื่นเต้นทีเดียว" ออร์ลันโด้ บลูม เปิดเผยว่า ได้ใช้เวลาในการสำรวมจิต เพื่อย้อนมองส่องตน ว่าตนเองได้กระทำสิ่งใด ที่ผิดพลาด ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเตือนตนเอง ในการปฏิบัติตนเอง ในชีวิตประจำวัน คัมภีร์ของพุทธศาสนานิกายนิชิเรน ที่ได้รับเป็นสิ่ง ที่นำความภูมิใจมาให้ มันจะถูกเก็บในศาลเจ้าทำด้วยไม้ที่มีเทียนล้อม โดยรอบ และสวดภาษาญี่ปุ่นศักดิ์สิทธิ์ นำเมียวเรนเคียว วันละ 2 ครั้ง แล้วเขาต้องยังอ่านและท่องพระสูตรดอกบัว ๒ บท อีกด้วย ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งเล่าว่า ออร์ลันโด้ บลูม รับคัมภีร์ซึ่งเป็นตัวอักษรจีนและสันสกฤตบนกระดาษม้วน ในวันนั้นเขาใส่กางเกงยีน เสื้อถักสีอูฐและเสื้อเชิ้ต โดยตัวเองได้คัมภีร์ม้วนนี้จากประธานในพิธี โดยได้จับมือกับ ประธานเหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งท่าทาง ของเขา ดูสงบมาก เมื่อได้รับคัมภีร์ครบทั้งหมดทุกๆ คนแล้ว ทุกคนต่างปรบมือแสดงความยินดี หลังจาก ที่เราทุกคนได้ดื่มชา ด้วยกัน หลังจากนั้นออร์ลันโด้ได้ไปที่ร้านของขวัญ คนกำลังเข้าแถวเยอะมาก เพื่อรับหนังสือ ที่ออร์ลันโด้เขียน และถ่ายรูปกับเขา เขารู้สึกเป็นกันเอง และไม่ถือเนื้อถือตัวเลย หลังจากได้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาพุทธนิกายนิชิเรน โชชิว เพื่อรับศีลฟังคําสวด ณ โซกะ โกกิเอะ สถานที่ตั้งปฏิบัติธรรมชื่อดังแห่ง เกาะอังกฤษ ในการทําพิธีเมื่อไม่นานมานี้ร่วมกับผู้มีศรัทธารวม ๖๐ คน ในการนําสวดตามพระคัมภีร์บูชา โงะฮอนโซ ที่บันทึกไว้เป็นภาษาสันสกฤต ซึ่งมี ริกกี้ เบย์เนส ผู้นําสาขานิกาย ในอังกฤษเป็นผู้รับทราบการเข้ามา และเป็นอีกหนึ่งคนดังที่นับถือพุทธศาสนาครั้งนี้ แหล่งข่าวผู้อยู่ร่วมการทําพิธีเล่าถึงพระเอกคนดังกับทาง เดลี มิร์เรอร์ ว่า "เขาดูมีความสุขมาก และมีอาการตื่นเต้น นิดหน่อย เขาเข้าไปจับมือกับริกกี้เหมือนกับทุกๆ คนในพิธี และร่วมสวดมนต์ตามกัน" หลังจากเสร็จพิธีกรรมต่างๆ พระเอกคนดังจึงลงชื่อเพื่อยืนยันการเข้าเป็นพุทธศาสนิกชน ซึ่งก่อนหน้านี้ ออร์ลันโด้ บลูม ไม่เคยมีทีท่าหรือปริปาก เอ่ยถึงเรื่องที่เขามีศรัทธาเลื่อมใสในศาสนาพุทธ มีเพียงสร้อยลูกประคําซึ่งออร์ลันโด้มักพกติดตัวเท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มมีใจเป็นพุทธแล้ว สำหรับ ออร์ลันโด้ เป็นนักแสดงบทชาวเอลฟ์ชื่อ แลกูลัส ในภาพยนตร์เรื่องเดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง ทั้ง 3 ภาค แม้ว่าแลกูลัส จะไม่เคยกล่าวในที่สาธารณชน เกี่ยวกับความศรัทธาทางศาสนาของเขา แต่เราจะสามารถรู้ได้จากการที่เขานับลูกประคำอยู่เสมอๆ
ประเทศไทยก็เกือบ
ว่างๆ ไปหาเรื่อง บาทหลวงถ่อย
ที่ทุบทำลายพระธาตุ
ที่ศรีลังกา าให้ดูกันหน่อยนะครับ
สมัยนั้น มันไม่กล้ากับรัสเซียหรอก
ทําให้"เรา"เเละ ศาสนาพุทธ อยู่ถึงปัจจุบัน
ขอแสดงความคิดเห็นว่า โชคดีที่เกิดเป็นคนไทย
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก