โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
4 คะแนน
 
โดย cloecho เป็นกระทงร้อน 6 เดือนที่แล้ว
เราอยู่ในยุคที่โชคดี แต่ก็นับว่าสุดอันตราย
 
สำหรับบทความนี้ได้นำคำพยากรณ์ของโหรโสรัจจะสำหรับปี 2551 มาดังนี้

อภิมหาวิปโยค - วัฒนะชัย ยะนินทร Positioning Magazine มกราคม 2551
คะแนน: 5 ชอบ, 1 ไม่ชอบ

tag: การเมือง ทำนาย บทความ พยากรณ์ หมอดู อนาคต โหร โหราศาสตร์

ประเภท: การเมือง
7 บทวิจารณ์  |  2,751 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ชะตาฟ้าบอกว่า... โสรัจจะ นวลอยู่ นักโหราศาสตร์ วิเคราะห์ชะตาเมืองไทย 2551 ถือเป็น ปีชวด ที่ล้วนเป็นปริศนา ยังถูกครอบงำไปด้วยบาปเคราะห์จตุโกณกากบาททุกจุด และจะรุนแรงมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งความอาเพศ มีลางร้ายที่จะเกิดมหัตภัยตามมาตลอดทั้งปี

ปีแห่งอาเพศ

“หากปีที่แล้วเรียกดวงเมืองว่า มหาวิปโยค ปี 2551 ต้องเรียกว่า อภิมหาวิปโยค เพราะสัญญาณร้ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วมาถึงปีนี้ ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม หรือถ้าจะบอกว่า ปีที่แล้วเผาหลอก แต่ปีนี้เผาจริง ย่อมไม่ผิดนัก”

โสรัจจะ นวลอยู่ วิเคราะห์ เมื่อตรวจดวงประเทศไทย ตามวันตั้งเสาหลักเมืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน 22325 ชะตาดวงเมือง บอกว่า ลัคนาประเทศยังสืบต่อมาถึงลางร้ายอย่างไม่สิ้นสุด ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ทางคับขันในความรุนแรงหลายๆ ด้าน เช่น มีโอกาสเกิดการนองเลือด, ประกาศกฎอัยการศึก, สงครามกลางเมือง บุคคลในเครื่องแบบผู้ถืออาวุธที่ไม่อยู่ในศีลธรรม ยังเข้ามามีบทบาทในรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ซ้ำร้ายที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ ช่วงเดือนมกราคม หรือเริ่มต้นปีใหม่ เดือนใหม่ มีลางร้ายบอกเหตุว่า กรุงเทพฯ จะถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าใต้ดิน จะถูกลอบวางระเบิดลุกท่วมเป็นไฟ มีคนล้มตายจำนวนมาก ขอให้ผู้สัญจรไปมาและผู้เกี่ยวข้องต้องคอยระวังภัยเป็นพิเศษ

ลางร้ายแห่งการก่อวินาศกรรมยังครอบงำเมืองไทยไปตลอดทั้งปี ให้จับตาเดือนมิถุนายน สนามบินสุวรรณภูมิจะถูกวินาศกรรม และเหตุการณ์วางระเบิดในสถานที่สำคัญๆ เช่น สถานทูต จุดใจกลางสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดขึ้น

เชื้อโรคกลายพันธุ์ อย่างไข้หวัดนก ยังเป็นมหันตภัยร้ายที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะจะเข้ามาทำลายล้างชีวิตมนุษย์และสัตว์ โดยจะอันตรายสุดถึงขึ้นระบาดจากคนสู่คน เป็นที่สยดสยองในวงการแพทย์ และจะไม่สามารถควบคุมด้วยยาหรือวิธีทางการแพทย์ได้

การเมืองร้อนระอุ

นักโหราศาสตร์ผู้นี้วิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองอีกว่า ผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่รัฐบาลชุดใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ไม่สามารถจะช่วยนำพาประเทศไทยพ้นบ่วงกรรมได้

โดยเฉพาะเดือนเมษายน ราวปลายเดือน ผู้มีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองจะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ จะเกิดความปั่นป่วนทางการเมือง เกิดความแตกแยก บุคคลในเครื่องแบบยังมีอิทธิพล ทำให้เกิดจลาจล รัฐประหารครั้งใหญ่ มีโอกาสเกิดการนองเลือด ผู้คนล้มตายเป็นเบือ

ที่สำคัญ รัฐบาลชุดใหม่จะมีโอกาสอยู่ไม่ครบเทอม ด้วยเหตุการณ์บาดหมาง และการแตกแยก ชิงดีชิงเด่นกันอย่างไม่รู้จบสิ้น

ผลจากสถานการณ์การเมือง จะส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำไปตลอดทั้งปี นักเล่นหุ้นจะต้องน้ำตาตก เพราะหุ้นดำดิ่งเกินเยียวยา ขณะที่ภาวะน้ำมันและเศรษฐกิจโลกซวนเซ เป็นผลให้แรงงานไทยในบริษัทใหญ่ๆ ยังถูกลอยแพอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาภาคใต้ ยังเป็นปัญหาใหญ่สุดที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตก อิทธิพลจากดาวเสาร์จะทำให้สถานการณ์ภาคใต้เป็นปีแห่งการก่อร้ายและการก่อวินาศกรรมทั้งปี มีการเคลื่อนไหวของผู้คนที่ไม่สามารถควบคุมได้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เหตุการณ์ภาคใต้ยังคุกรุ่นรุนแรงบานปลายขยายวงกว้าง ฆ่ารายวันผู้บริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยมต่อไป มีระเบิดพลีชีพ มีการเผาโรงเรียน หน่วยงานราชการหลายแห่งจะถูกเผาทำลาย ไฟลุกท่วมไปทั่วโลก ประเทศไทยจะถูกล่าวขวัญในทางที่น่าสะพรึงกลัวไปทั่วโลก

ตะลึง ! หิมะตกในเมืองไทย

โสรัจจะฟันธงอย่างฮือฮาอีกว่า ที่น่าแปลกมหัศจรรย์ในเมืองไทยต้องจับตาดู คือ ปลายปี 2551 จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่คนไทยและทั่วโลกต้องตกตะลึงคือ “หิมะตก” ในเมืองไทยทั่วภาคเหนือ และอีสานบางส่วน

“หิมะตก บางคนอาจไม่เชื่อ แต่ปรากฏการณ์นี้ต้องรอพิสูจน์กัน เพราะชะตาเมืองได้บอกไว้ชัดว่าจะเกิดก้อนน้ำแข็งตกจากฟากฟ้า”

ปรากฏการณ์นี้ ในทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นลางร้ายอย่างมาก หรือเรียกว่า อาเพศ เป็นภัยร้ายทั้งทางธรรมชาติ บุคคล การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม ประเพณี มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน

ราวกลางปี เกาะภูเก็ต กระบี่ พังงา จะถูกคลื่นสึนามิขนาดกำแพงยักษ์ถล่มหนักกว่าครั้งแรก ทำให้มีคนตายจำนวนมาก รวมทั้งทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย ถูกกวาดลงทะเลจนหมดสิ้น เกาะหลายแห่งกลายเป็นเกาะร้างและหายไปจากแผนที่

ปลายปี ภัยพิบัติมหาวิปโยคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ภัยจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองไทย ทำให้เกิดรอยเลื่อนใต้ทะเลทางแถบทะเลอันดามันเป็นทางยาว ทำให้เกิดคลื่นยักษ์เข้าถล่มชายฝั่งทะเล และมีดินแดนบางส่วนถูกกระหน่ำและจมลงทะเล ตั้งแต่จังหวัดระนองลงมา มีการสูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมาก

โลกเข้าสู่ยุคเข็ญ

ในดวงของโลก การโคจรของดาวอังคารซึ่งเปรียบเหมือนเป็น “ดาวสีเลือด” มีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก นอกจากจะมีโอกาสเกิดสงครามครั้งใหญ่แล้ว ยังอาจเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นภัยจาก “ภาวะโลกร้อน”

ราวปลายปี ต้องพึงระวัง น้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็วสุดยับยั้ง ทำให้น้ำในทะเลและมหาสมุทรสูงขึ้นมาก ผืนดินบริเวณที่ลุ่มต่ำของโลกจะเกิดน้ำท่วมใหญ่จมหายลงไปทะเล

ประเทศต่างๆ ในโลกจะเข้าสู่ยุคเข็ญ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลาง เริ่มเปิดฉากสงครามล้างเผ่าพันธุ์ เป็นสงครามปรมาณู

อาณาบริเวณที่เกิดจุดฆาตของโลก หรือจุดอันตราย คือ สหรัฐ อังกฤษ อิสราเอล กลุ่มประเทศปาเลสไตน์ ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อินโดนีเซีย จีน และรัสเซีย ส่วนประเทศไทย จะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามด้วย

ด้านเศรษฐกิจ ถือว่าตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกก็ว่าได้ ทั่วโลกเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า โดยภาวะน้ำมันแพง จะเพิ่มราคาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เป็นปีถือเป็นแห่งความล้มละลายของเศรษฐกิจ ไม่อาจฟื้นคืนมาได้ อาจเรียกว่า “เศรษฐกิจเลือด” ซึ่งคนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ต้องระมัดระวังภัย และใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท

โสรัจจะวิเคราะห์ทิ้งท้ายว่า ดวงเมืองไทยจะฟื้นอีกทีต้องอีก 3 ปีข้างหน้า ถึงจะทำให้ประเทศมีแสงสว่างที่ดี และหายใจได้คล่องตัวทุกธุรกิจรวมทั้งสถานการณ์การเมือง ดังนั้นคนไทยต้องอดทนกันต่อไป

จับตาลางร้ายเหตุการณ์สำคัญในปี 2551

มกราคม
-รถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ ถูกลอบวางระเบิด
-ภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ชาวต่างชาติเสียชีวิตจำนวนมาก
-คนงานในบริษัทใหญ่โตของประเทศ, ข้าราชการ ถูกปลดออกจากงานจากปัญหาเศรษฐกิจ
-เด็กๆ จะมีอันตรายจากอุบัติเหตุเสียชีวิตจำนวนมาก
-เกิดโรคระบาดร้ายแรงทั่วประเทศ

กุมภาพันธ์
-กรุงเทพฯ จะถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ สถานทูตถูกทำลาย มีการตายหมู่จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก และรถยนต์
- วงการสงฆ์มัวหมองอย่างหนัก มีนักบวชอลัชชีจอมขมังเวทย์, เข้าทรง โผล่โฉมหน้าขึ้นมากมาย
- ตลาดหุ้นเจอกับภาวะคับขัน ตกเป็นท้องร่วง
- อเมริกา และยุโรป จะพบกับความหนาวเย็นอย่างรุนแรง ในรอบ 100 ปี

มีนาคม
-เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกาะสุมาตรา และมีผลกระทบถึงไทยอย่างรุนแรง
-ภาคใต้ร้อนเป็นไฟ ถูกก่อวินาศกรรมอย่างรุนแรง
-เกิดไฟไหม้ใหญ่หลายจังหวัด

เมษายน
-มีการวางระเบิดชนิดร้ายแรงกว่าที่เคยมีมาใน 3 จังหวัดภาคใต้
-เกิดแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ
-รัฐบาลสู่ยุคปั่นป่วน มีการก่อหวอด เกิดความวุ่นวายโกลาหล อาจถึงขั้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลครั้งใหญ่
-การเดินทางทางน้ำต้องระวังเป็นพิเศษ เรือโดยสารล่ม ตายหมู่

พฤษภาคม
-ภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมสุดโหดเหี้ยม
-ดวงเมืองสุดวิปโยค การเมืองเกิดการผ่าตัด ปฏิรูป ปฏิวัติตัวเองครั้งใหญ่ที่สุด
-นายกรัฐมนตรีจักเป็นอันตราย คนสำคัญจะล่วงลับ
-หุ้นจะตกอย่างรุนแรง ธนาคารขนาดใหญ่ล้ม
-โรงงานจะปิดตัว ปลดคนงานจำนวนมาก
-ปลายเดือนจะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ หลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี
-เกิดภัยพิบัติทางทะเลอย่างรุนแรงครั้งยิ่งใหญ่ มีคลื่นยักษ์สูงเสียดฟ้าถล่มชายฝั่งอันดามัน เป็นผลจากแผ่นดินไหวในเกาะสุมาตรา

มิถุนายน
-สนามบินสุวรรณภูมิถูกก่อวินาศกรรม
-บุคคลสำคัญของแผ่นดินจักเจ็บไข้ได้ป่วย และอาการรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง อาจถึงขั้นสูญเสียชีวิต
-ตึกที่สูงสุดทรุดตัวลงและพังทลาย มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก
-อุบัติเหตุใหญ่ๆ เกิดขึ้นตลอดทั้งเดือน มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ และทางเรือ
-ภาคใต้เกิดจลาจลใหญ่ มีการสูญเสียชีวิตมากมาย
-ไข้หวัดนกกลับมาระบาดหนัก ทำให้ผู้คนล้มตาย จะติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้

กรกฎาคม
-บ้านเมืองจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ นักวิชาการจะมีบทบาทเข้ามาบริหารบ้านเมือง
-บุคคลในเครื่องแบบจะมีบทบาทคึกคักขึ้น
-เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในประเทศไทย บริเวณภาคเหนือ มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก
-ชายแดนไทย จะมีการขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน เขมรและพม่าอย่างรุนแรง
-ปลายเดือน เรือโดยสารล่ม ตายหมู่
-จะสูญเสียบุคคลสำคัญของโลก

สิงหาคม
-กรุงเทพฯ ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ สูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมาก
-หุ้นตก เศรษฐกิจล้มเหลว
-ภาคใต้เกิดวาตภัยร้ายแรง
-ในวงการเมือง บุคคลในเครื่องแบบจะมีปัญหาขัดแย้งกันรุนแรง

กันยายน
-ปัญหาภาคใต้ ทำให้ทั่วโลกตะลึง เกิดการจลาจลนองเลือด
-ดีเปรสชั่นถล่มภาคเหนือ น้ำป่าไหลาบ่าลงมาถึงกรุงเทพฯ เขื่อนเล็กและใหญ่พัง เกิดน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัด
-สถานการณ์โลกกำลังตกอยู่ในสภาพวิปริต มีโอกาสเกิดสงครามครั้งใหญ่ เศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก อียิปต์ อาหรับ และอิสราเอล รวมทั้งตะวันออกกลาง มีโอกาสเกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์
-หุ้นตกอย่างวินาศสันตะโร

ตุลาคม
-ระวังอุบัติเหตุทางเครื่องบิน เดือนนี้จะเกิดขึ้นบ่อย
-ภาคใต้ป่วนหนัก ปัญหาขอแบ่งแยกดินแดนเพื่อปกครองตนเองปะทุหนัก
-น้ำท่วมหนักไปทั่วประเทศ
-จับตาประเทศญี่ปุ่น เกิดภัยเศรษฐกิจคุกคามอย่างหนัก

พฤศจิกายน
-จะเกิดอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของประเทศ
-กรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมใหญ่
-สถานการณ์บ้านเมืองสู่ยุคมืด เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง นำไปสู่การพิพาทไม่สิ้นสุด
-ทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะสงคราม ระหว่างสหรัฐฯ กับตะวันออกกลาง
-เกิดภาวะน้ำทะเลสูงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤต น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้เกิดน้ำทะเลท่วมเกาะจมหายไป รวมทั้งเกาะเล็ก เกาะน้อยในประเทศไทย

ธันวาคม
-ดินฟ้าอากาศวิปริต อาเพศไปทั่ว อากาศจะหนาวจัดที่สุดในรอบร้อยปี เกิด “หิมะตกในเมืองไทย” เป็นครั้งแรกให้ทั่วโลกตะลึง
-เป็นเดือนหฤโหด วิปโยคสุดๆ หุ้นตกอย่างรุนแรง การเมืองไทยเต็มไปด้วยความผันผวน
-วิกฤตเศรษฐกิจไทยเข้าขั้นรุนแรง ข้าวยากหมากแพง
-วิกฤตภาคใต้รุนแรง ลุกลามถึงกรุงเทพฯ มีผู้คนล้มตาย
-สถานการณ์โลกน่าเป็นห่วง สหรัฐอเมริกาเกิดกลียุค พิษภัยจากสงคราม ผู้คนชาวอเมริกันตายเป็นใบไม้ร่วง ปัญหาจีนและไต้หวันวิกฤตหนัก

ตรวจสอบคำทำนายปี 2550 ที่แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ

โสรัจจะ นวลอยู่ เป็นนักโหราศาสตร์อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่มักหยิบยกคำนายด้านลบ หรือในแง่ร้ายๆ มานำเสนอ ซึ่งหลายๆ คนที่อ่านคำทำนายของเขามักจะเกิดอาการหวาดผวาในสิ่งที่เขาทำนาย เขาพูดเสมอว่า การคาดการณ์ถึงสิ่งร้ายนั้นๆ เป็นการทำให้ทุกคนเกิดความระมัดระวังตัวมากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่งนิตยสาร POSITIONING ได้ให้นักโหราศาสตร์คนนี้ทำนายดวงเมืองหรือพยากรณ์มาตั้งแต่ปี 2550 โดยแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า หลายเหตุการณ์ แม่นยำอย่างไม่มีใครคาดคิด

8 เหตุการณ์ที่แม่นยำ ในปี 2550

1. กรุงเทพฯ ถูกวินาศกรรมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเหตุการณ์วางระเบิดในจุดต่างๆ รอบกรุงเทพฯ ซึ่งโสรัจจะได้ทำนายว่าจะเกิดในช่วงต้นปี 2550 ซึ่งในคืนวันที่ 31 ธ.ค. ก่อนขึ้นปีใหม่ ก็เกิดการระเบิดขึ้นที่อนุสาวรีย์ และเหตุการณ์วางระเบิดก็เกิดขึ้นหลายๆ จุดในกรุงเทพฯ ที่สร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วประเทศ

2. บุคคลสำคัญของประเทศจะเจ็บป่วย จะสูญเสียบุคคลสำคัญ ซึ่งโสรัจจะได้ทำนายไว้อย่างแม่นำ ซึ่งปรากฏมีบุคคลสำคัญของแผ่นดิน ประชวร และวงการพระสงฆ์ไทยต้องสูญเสีย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2550

3. ประเทศพม่าเริ่มเข้าสู่ยุคมืด เกิดจลาจลนองเลือด เป็นคำนายที่โสรัจจะชี้ว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปีช่วงกลางปี 2550 ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นจริงๆ มีเหตุการณ์จลาจลในพม่าเมื่อวันที่ 26 มิถุนยาน 2550 มีคนถูกจับล้มตายเป็นจำนวนมาก

4. เครื่องบินตก ไฟลุกท่วม คนตายเป็นเบือ ซึ่งเหตุการณ์เครื่องบินวันทูโกไถลออกนอกรันเวย์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2550 เป็นเหตุการณ์อุบัติภัยที่ทำนายไว้อย่างแม่นยำ ว่าจะเกิดอุบัติภัยนี้ในประเทศไทย

5. แผ่นดินไหวสุดระทึก เป็นอีกคำนายที่โสรัจจะชี้ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน และกระทบถึงประเทศไทยอย่างรุนแรง ซึ่งตลอดทั้งปี 2550 พบว่า เหตุการณ์แผ่นดินเกิดขึ้นนับสิบครั้งในประเทศอินโดนีเซีย ลาว พม่า และสั่นสะเทือนมาถึงประเทศไทย

6. โรงงานปิดตัว คนงานถูกลอยแพ เป็นคำนายที่ไม่น่าเชื่อว่า ในปี 2550 ได้เกิดเหตุการณ์นี้จริง โดยเฉพาะโรงงานไทยศิลป์อาคเนย์ ผู้ผลิตชุดกีฬาไนกี้ และอาดิดาส สั่งปิดโรงงาน ลอยแพคนงานถึง 4 พันคน และอีกไม่กี่วันต่อมาหลายโรงงานก็ทยอยปิดตัวลง มีแรงงานนับหมื่นคนตกงาน

7. เศรษฐกิจล้ม หุ้นร่วง เป็นอีกคำนายที่ตรงกับเหตุการณ์ในปี 2550 ด้วยพิษของค่าเงินบาททำให้เศรษฐกิจล้มทั้งยืน หุ้นร่วงอย่างน่าใจหาย

8. ภาคใต้สุดหฤโหด เป็นคำทำนายที่โสรัจจะเน้นหนักว่า ภาคใต้ยังเกิดการลอบฆ่ารายวันของผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งปี 2550 ถือเป็นปีสุดหฤโหดของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการลอบวางระเบิดและลอบฆ่าผู้บริสุทธิ์ตายเป็นจำนวนมาก


--------------------------------------------------------------------------------


"จะมีการปฏิรูปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะต่างจากครั้งที่แล้ว จะวุ่นวายหนัก อาจจะมีการปะทะเสียเลือดเนื้อ ส่วนจะมากจะน้อยไม่รู้ ต้องดูก่อน แต่ในภาพที่เห็นช่วงต้นปี เห็นว่าจะตายเป็นเบือ..”
“อำนาจเต็มอยู่ที่นายกฯ สมัคร อย่างน้อยเป็นนายกฯ ก็มีอำนาจยุบสภาได้ และทำได้ก่อนที่จะเกิดเหตุ ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุมีทางเดียวคือยุบสภา ซึ่งโอกาสเป็นไปได้สูง...”

“ก็เป็นไปได้ที่จะมีการปฏิรูปอีกครั้งแล้วทหารขึ้นมาปกครอง อาจเป็นพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ได้ แต่ตอนนี้บารมีท่านยังไม่ถึง คือผมจะดูเรื่องบุญและกรรมเสริมกัน ผมเคยบอกว่าท่านอยู่ในเก้าอี้ ผบ.ทบ.ไม่ครบ 3 ปีอาจจะเป็นการพลิกขึ้นหรือย้ายออก ยังแกว่งอยู่ ยังมีบุญค้ำอยู่ ซึ่งไม่เกินปี 2552 ตอนนี้บุญขึ้นมาแล้วแต่ท่านยังไม่ต่อบุญ”

“ขณะนี้ยังมีปัจจัยในการต่อบุญได้อยู่ อิทธิฤทธิ์แพ้บุญ แต่บุญแพ้กรรม กรรมคือตัวกำหนด กรรมจะหมดหรือจะคลายไปต่อเมื่อมีการอโหสิกรรม บ้านเมืองก็เช่นเดียวกัน ผมคงช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่คงไม่ได้ทั้งหมด..”



อาจารย์วารินทร์ ทำนายไว้เมื่อ 4 เมษายน 2551



วันนี้ (7 เม.ย.) นายลักษณ์ เรขานิเทศ เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ เปิดแถลงข่าวในหัวข้อ “ปฏิวัตินองเลือด วิกฤติชะตาเมืองกับทางออกของประเทศไทย” โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่มีปัญหา เนื่องจากยกร่างขึ้นในช่วงที่ดาวพฤหัสฯ ซึ่งเป็นดาวของนักปราชญ์ทำมุมในภพมรณะกับดวงเมือง ส่งผลให้เป็นรัฐธรรมนูญมีปัญหาต่อรัฐบาลชุดปัจุบันและชุดต่อไป ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเกิดขึ้นก่อนเดือนสิงหาคม มิฉะนั้นจะเกิดความขัดแย้งทางความคิดถึงขั้นนองลือดในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

“การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่มีปัญหาความแตกแยกทางการเมือง ส่วนการแก้ไขจะเสนอแก้ในประเด็นใดก็ได้ แต่เห็นว่าควรใช้ประเด็นที่ไม่ใช่เรื่องการเมืองเป็นประเด็นนำ ซี่งผมขอเสนอให้แก้ไขในประเด็นให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ” นายลักษณ์กล่าว

นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้เกิดมติร่วมกัน ขอแนะนำให้ประชาชนที่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนำธงเหลืองไปติดที่หน้าบ้านหรือรถยนต์ส่วนตัว เพื่อให้เป็นมติร่วมกัน ส่วนดวงของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในช่วงนี้ นายสมัครจะมีเคราะห์ต้องป่วย อึดอัด และกดดัน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 17 มษายน จึงขอแนะนำให้นายกรัฐมนตรีอดทนและพูดให้น้อยที่สุด

สำหรับอนาคตของรัฐบาลนั้น นายลักษณ์ กล่าวว่า อนาคตของรัฐบาลจะต้องรอดูว่า ในช่วงเดือนสิงหาคมมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่ หากแก้ไขได้ รัฐบาลจะอยู่ต่อไปได้ โดยตนได้เคยทำนายไว้แล้วว่านายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่อนาคตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับรัฐบาลชุดนี้หากบริหารประเทศอยู่ได้ถึง 2 ปีถือว่าเก่งแล้ว

นายลักษณ์ ยังกล่าวถึงดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ดวง พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในราศีกันย์ ซึ่งเป็นอริกับดวงเมือง และประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว ขอให้อดีตนายกรัฐมนตรีทำอย่างที่พูด พ.ต.ท.ทักษิณ โชคดีที่มีโอกาสกลับมาเมืองไทยเพื่อมาแก้ไข จึงขอให้เป็นไปตามกระบวนการ หาก พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ได้ขอให้ยึดมั่นจงรักภักดีและอย่าได้เดินเกมการเมืองอะไร ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ มาทำงานการเมืองอีกจะวุ่นวายไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะการล้วงลูกข้างหลัง การเปลี่ยนแปลงโยกย้ายข้าราชการทหารในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไปอยู่เบื้องหลัง ล้วงลูกจะกลายเป็นอีกชนวนหนึ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายและนำไปสู่เรื่องร้ายที่ไม่มีใครคิด

“คุณสมัครน่าสงสารเพราะหัวเดียวกระเทียมลีบ คุณสมัครไม่ได้ล้วงลูกกองทัพ ไม่เชื่อไปถาม พล.อ.อนุพงษ์ (เผ่าจินดา) ได้เลย เพราะผมดูดวงคุณสมัคร วันนี้คุณสมัครไม่ได้จ่ายเงินเข้าใจไหม คุณสมัครเป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่ได้ควักตังค์ในกระเป๋ามาแจกให้ ส.ส.แต่ทำงานด้วยความสามารถ จึงไม่มีกำลังไปสั่งใคร คุณสมัครน่าสงสาร ที่งานต้องทำและต้องคอยปราม ส.ส.ในพรรคอีก เรื่องนี้น่าเป็นห่วง ถ้าคุณทักษิณมายุ่งกับการเมืองต่อจากนี้ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง จะมีปัญหาถึงขั้นไม่มีแผ่นดินจะอยู่ จึงขอให้คุณทักษิณไปทำงานสาธารณะจะดีกว่า” นายลักษณ์กล่าว

ส่วนที่มีผู้ทำนายว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก จะเป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังมีการปฏิวัติรัฐประหารนั้น นายลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากชี้นำให้เกิดอะไรในใจของทหาร ทั้งนี้ ทหารมีหน้าที่ต้องอยู่ในกรอบวินัย แต่ถ้าถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ในอดีตมีความเป็นไปได้ และเคยมีนายทหารขึ้นมาบริหารประเทศหลังเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย เพราะคนที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ไม่ได้ แต่ขณะนี้ดาวราหูอยู่ในราศีมังกร หมายความว่าโลกไปข้างหน้าแล้ว ถ้าวันพรุ่งนี้ทหารขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย บ้านเมืองจะเสียหาย ขอฟันธง


หมอลักษณ์ ทำนายเมื่อ 7 เมษายน 2551


--------------------------------------------------------------------------------


“นายกสมาคมโหรฯ” ระบุ “แม้ว”เลือกกลับไทยช่วงก.พ.ฤกษ์ไม่ดี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ กลุ่มต่างๆจะเคลื่อนไหว ชี้ ดวงยังตก สิ่งที่เคยทำไว้จะทำให้อยู่ไม่เป็นสุขไปอีกไม่ต่ำกว่า2ปี ทำนาย เดือนส.ค.นี้ บ้านเมืองจะสูญเสียครั้งใหญ่ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เหตุเพราะประชาชนอึดอัดจนต้องระเบิด และจะสูญเสียบุคคลสำคัญ พร้อมฟันธง “รัฐบาลหมัก”อยู่ไม่ถึง 5ก.พ.52แน่

วันนี้( 1 มี.ค.) นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ เปิดเผยคำนายดวงเมืองโดยระบุว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก และคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเดือนก.พ.นี้นั้น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คนรักทักษิณ และรวมไปถึงกลุ่มอื่นๆ ด้วย

นายภิญโญ ระบุด้วยว่า ในช่วงเดือนเม.ย.นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากโดยเฉพาะในวันที่ 28 เม.ย.51 กองทัพจะเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ประชาชนจะเริ่มอึดอัดกับรัฐบาลชุดนี้ และจะถึงจุดแตกหักในวันที่ 1ส.ค.51 ขณะที่เดือนส.ค.จะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นหลายเรื่อง และในเดือนเม.ย.51 จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่

“ความรุนแรงที่ควรจะระมัดระวัง อีกชุดคือประมาณวันที่ 1 ส.ค.51 ตามหลักทางโหราศาสตร์ จะเกิดคราสขึ้น เป็นสุริยะคราสเต็มดวงในวันดังกล่าว เกิดขึ้นตรงราศีกรกฎ ตรงระยะ 15องศาเศษๆ แล้วก็จะพาดผ่านดาวจันทร์ ดาวจันทร์ในดวงเมือง ซึ่งอยู่ตรงราศีนั้นในระยะ 16 องศา พระจันทร์นี้หมายถึงประชาชน ประชาชนจะเกิดความอึดอัด กดดัน จนกระทั้งต้องระเบิดอะไรออกมา สุริยะคราสที่เกิดพาดผ่านดาวจันทร์ก็หมายถึงประชาชน เราก็พยากรณ์ได้สองอย่างคือ เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เกิดจากการกระทำของมนุษย์เอง หรือเกิดจากภัยธรรมชาติก็ได้” นายภิญโญ ระบุ

นายกสมาคมโหรฯ ระบุด้วยว่า ส่วนในปี2552 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะอาจมีการยุบสภา และรัฐบาลชุดนายสมัคร สุนทรเวช จะอยู่ไม่ถึงวันที่ 5ก.พ.2552

นอกจากนี้ นายภิญโญ ยังทำนายดวงพ.ต.ทักษิณ ว่า อยู่ในช่วงไม่ดี จากผลของดาวพระเสาร์ทับดวงเกิด สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไว้จะส่งผลให้เขาเกิดความทุกข์ไปอย่างน้อยอีกสองปี


ทำนายไว้เมื่อ 1 มี.ค. 51



--------------------------------------------------------------------------------

หรืออีกหลายๆท่าน ดังตัวอย่างด้านล่าง..

1. หมอนิด กิจจา ทวีกุลกิจ
ภายในปี ๒๕๕๐ จะไม่มีการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งจะมีขึ้นได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม หรือ อย่างช้าไม่เกินเดือนเมษายน ๒๕๕๑

และไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ หรือ ๒๕๕๑ ก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้เป็น นายกรัฐมนตรี คนต่อไปอย่างแน่นอน โดยมี พรรคชาติไทย ของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

.........
2.โสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดัง (27 ต.ค. 50) นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์
คำทำนายดวงชะตา ระบุว่า มีโอกาสเป็นถึงนายกฯ เข้ามามีอำนาจสูงสุด ใจร้อน รวดเร็ว 2 ปีแรกในการทำงานเหนื่อยมาก ใช้เวลา 1 ปีในการทำงาน เศรษฐกิจจะทะยาน เพราะนำพาประเทศรุ่งเรือง เป็นดาวที่ทำให้ประเทศหลุดพ้นจากความย่ำแย่ ดวงถึงรัฐบุรุษได้ ประเทศฟื้น มาแรง และเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้แน่ หลังเลือกตั้ง 50 ดวงจะขึ้นมาก 2 ช่วง (4 - 8 ปี) และปีที่ 9 ต้องอุปถัมภ์ช่วยลูกทีม อายุยืนกว่า 100 ปี สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

...............
3.นายบุญเลิศ ไพรินทร์ โหร สว.
โหรการเมืองระบุดวง "มาร์ค" อภิสิทธิ์ แรงในวันเลือกตั้ง มีสิทธิถึงฝั่งฝัน ส่วน "สมัคร" หากลักขณาอยู่ในช่วงราศีมังกร ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ถึงได้เป็นนายกฯ
โหรการเมืองผู้นี้ ยังกล่าวถึงดวงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยว่า ดีมาก โดยเฉพาะในวันที่ 23 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งตั้งแต่เช้าถึงเย็น เนื่องจากดาวจันทร์อยู่ในราศีพฤษภเป็นมหาอุด ให้คุณด้านประชาชน ความนิยมของประชาชนสูงมากในวันนั้น ส่วนดวงของ พล.อ.เชษฐา ก็ดีมาก มีอยู่ในลักขณาราศีเมษเช่นเดียวกับดวงของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ก็ดีมาก อย่างน้อยต้องได้เป็น ส.ส.แน่นอน

"ส่วนดวงของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผมไม่ทราบเวลาเกิดแน่นอน แต่ถ้าลักขณาคุณสมัครอยู่ราศีมังกร ชาติหน้าบ่ายๆ ถึงจะได้เป็น เว้นอยู่ราศีอื่นที่ไม่ใช่ราศีมังกร ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นนายกฯ” นายบุญเลิศ กล่าว

...........................
4.นายกรหริศ บัวสรวง โหรด้านโหราศาสตร์ประยุกต์และกรรมการบริหารสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ
ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.เป็นต้นไป ดาวพฤหัสบดีย้ายมาเข้าศุภะในทางโหราศาสตร์ ถือเป็นดวงเมืองของประเทศ
ขณะที่ดาวพฤหัสบดีคือผู้มีคุณธรรม มีการศึกษา ฉะนั้น ผู้ที่จะก้าวเข้ามาเป็นแคน-ดิเดตมีลักษณะเป็นผู้มีความรู้ ชาติตระ***ลดี ไม่มีความด่างพร้อย มีคุณธรรม จริยธรรม ใครมีคุณสมบัตินี้มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีสูง และดูเหมือนว่าหัวหน้าพรรคการเมืองปัจจุบันมีแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคุณสมบัตินี้
หากให้ชี้ชัดลงไปถ้ามีการจัดตั้งรัฐบาลในเดือนมกราคม 2551 นายอภิสิทธิ์ มีโอกาสสูงทีเดียว เพราะดวงชะตาจะต้องเข้ามารับงานหนัก แต่จะรับภาระอยู่ 2 ปีกว่า ก็ต้องเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ขณะที่ดาวราหูจะอยู่ถึงเดือนมีนาคม หลังเดือนมีนาคม ปัญหาที่อึมครึมจะชัดเจนขึ้น ส่วนดาวมฤตยูที่เป็นดาวประจำภาคใต้ จะส่งผลให้ความรุนแรงลดน้อยลงหลังเดือนมีนาคม แต่จะสงบจริงๆในอีก 3 ปีข้างหน้า
นายกรหริศกล่าวอีกว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน มีดวงไก่รองบ่อนตลอดเวลา เคยเข้าร่วมรัฐบาลก็เป็นแค่รองนายกฯ ไม่มีทางเป็นนายกรัฐมนตรี หากย้อนไปดูประวัติศาสตร์การเมือง คนรุ่นเดียวกันเคยเป็นนายกรัฐมนตรีหมดแล้ว จุดสำคัญคือโหงวเฮ้งใบหน้าไม่ดี ความสว่าง แสงบนใบหน้าหมองหม่น ผิดกับตอนเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่โหงวเฮ้งสดใสกว่า

..................
5.อาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ แห่งวิหารหลวงปู่เกวาลันหมู่บ้านสุขิโต โหรชื่อดังที่ได้รับสมญานามว่า "โหร คมช." ได้เข้าฌานทำสมาธิตรวจสอบดวงชะตาและความเป็นไปของบ้านเมืองในช่วงหลังการเลือกตั้ง
โหรวารินทร์ โดยมีการระบุว่า "สมัคร" แห้วนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เหตุบารมีไม่ถึง พร้อมระบุ "อภิสิทธิ์" จะได้นั่งแทน เพียงแต่จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน
แม้ผลการเลือกตั้งที่ออกมาพรรคพลังประชาชนจะได้จำนวนที่นั่ง ส.ส.เป็นอันดับหนึ่ง แต่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนก็จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด เนื่องจากยังมีวิบากกรรมบางอย่างและบารมีไม่ถึง

โดยหากนายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรีก็จะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ทั้งนี้ผู้ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตามก็จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นานเช่นกัน

ขณะเดียวกัน โหรชื่อดังยังบอกว่าในช่วงปี 2551 นั้น ประเทศไทยจะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายไม่รู้จบสิ้นและมีเหตุความรุนแรงโดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นที่มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งของคนสองฝ่าย

........................
6.นางนงลักษณ์ ศุภผล อุปนายกโหราศาสตร์นานาชาติ
นางนงลักษณ์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์มีความเป็นผู้นำแต่ต้องคุมบริวารให้ได้ เนื่องจากบริวารอยู่สูงกว่าทำให้ถูกกดดันอยู่ตลอด ดูจากลักษณะการเซ็นพบว่าจะเกิดภาวะต่อรองจากบริวารค่อนข้างสูง แม้ว่าจะมีบริวารให้การสนับสนุนจำนวนมากก็ตาม ดังนั้นจะต้องไม่ให้พลังกับบริวารมากเกินไปจะได้สามารถควบคุมการต่อรองที่เข้ามาได้ แต่เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ จะหลุดรอดทุกปัญหา เพราะลายเซ็น อ.อ่างตัวแรก ไม่ติดกับตัวอื่นทำให้เอาตัวรอดได้ ลายเซ็นยังบอกว่านายอภิสิทธิ์ เป็นบุคคลที่ตัดสินใจเด็ดขาด แต่ในแง่ของการทำงานจะต้องยืดหยุ่นด้วย เป็นบุคคลที่วางกรอบการทำงานและเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จะทำอะไรก็สามารถเตรียมข้อมูลไว้ได้ครบถ้วน และเมื่อเวลาตอบโต้ใครก็จะใช้ความสุภาพแต่ก็จะผสมความดุดันด้วยเช่นกัน

"นายอภิสิทธิ์มีโอกาสได้เป็นนายกฯ แต่จะต้องพบกับภารกิจที่หนัก จะต้องเหนื่อยกับการทำงานอย่างมาก หากจะเปลี่ยนลายเซ็นในตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้เนื่องจากมีผลไปแล้ว" นางนงลักษณ์กล่าว

........................
7.นายพิศิษฐ จิรวาณิชไพศาล อุปนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ
ผู้ซึ่งเคยดูดวงนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ จะได้เป็นนายกฯกล่าวว่า เวลานี้นายอภิสิทธิ์ก็ยังมีโอกาส ตามดวงถ้าเทียบดวงของนายสมัครจะเป็นเเบบ 'ดีชั่วครู่ชั่วยาม' หรือเป็นเเบบ 'ไฟไหม้ฟาง' ยังเเรงอยู่เเต่เเป๊บๆ ก็จบ คนอาจจะสนับสนุนก็เป็นพักๆ ถ้าเกิดนายสมัครรวบรวมเสียงได้ก่อนวันที่ 19 มกราคม 2550 มองว่า น่าจะมีการเปลี่ยนเเปลงอีก

'คุณสมัครต้องรวมให้ได้ไม่เกินวันที่ 19 มกราคม ถ้ารวมไม่ได้โอกาสอาจจะเสียไป ไม่ได้เป็นนายกฯ เเต่ดวงของคุณอภิสิทธิ์นั้น ผมยังยืนยันตอนที่ได้
เรื่องแนะนำ: