เรื่องแนะนำ
Powered by
|
|
คำสั่ง
วีดีโอคลิป
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
โคกโพธิ์ (ปัตตานี) – นับเป็นเวลายาวนานร่วมศตวรรษ ที่ผู้คนในตำบลทรายขาว อยู่กันมาด้วยความรักความเข้าใจ ที่นี่เป็นชุมชนตัวอย่างที่บอกให้เห็นถึงความสมานฉันท์ของชาวบ้านในพท.ทั้งไทยพุทธ-มุสลิม ที่ไม่แปลกแยก ศาสนิกทั้งสองต่างรักใคร่กลมเกลียวและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ท่ามกลางเหตุร้ายที่ยังเกิดอยู่อย่างต่อเนื่องในพท.รอบข้าง ที่มุ่งเน้นสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นต่อผู้คนในพท.
ลักษณะเด่นของตำบลแห่งนี้นอกจากจะมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามของจังหวัดแล้ว ยังมีเสน่ห์ความหลากหลายของวัฒนธรรมระหว่างพี่น้องมุสลิมและพี่น้องชาวพุทธ ซึ่งที่ทรายขาวมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม52 เปอร์เซ็นต์และศาสนา
พุทธ 48 เปอร์เซ็นต์ และอยู่ร่วมกันมาอย่างสันติ
ความเหนียวแน่นในความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาวบ้านในชุมชน ดูจะเป็นภูมิคุ้มกันอย่างดี ไม่ให้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน
พท.รอบๆ มาสร้างความแตกแยกหรือหวาดระแวงให้กับผู้คนในชุมชนทรายขาว
ตำบลทรายขาว เป็นชุมชนใหญ่แห่งหนึ่งของอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มมีแนวเทือกเขาสันกาลาคีรีเชื่อมเขตจังหวัดยะลาปัตตานี
และสงขลา มีทรัพยากรทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำสวน ทำไร่ ทำนา และค้าขายมีหมู่บ้านในความรับผิดชอบ 6 หมู่บ้าน ประชากรทั้งหมด 1,124 ครัวเรือนนอกจากนี้ยังมีวัด 1 แห่ง และมัสยิด 4 แห่ง หนึ่งในจำนวนนั้นคือสถานที่อันเก่าแก่ได้แก่มัสยิดนัจมุดดินซึ่งเป็นมัสยิดอายุกว่า 300 ปี สร้างด้วยไม้แคซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนในชุมชนแห่งนี้ต่างเคร่งครัดและยึดมั่นในหลักยึดทางศาสนาของตนเองอย่างมั่นคง
“ดั้งเดิมคนในตำบลทรายขาวเป็นคนไทยที่มาจาก เมืองไทรบุรี ตั้งแต่สมัยก่อนรัชกาลที่ 5 ซึ่งในสมัยนั้นไทรบุรีได้ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ
มาอยู่กัน 4 – 5 ชั่วอายุคนแล้ว มีทั้งพุทธและมุสลิม เราอยู่กันมานานเหมือนญาติพี่น้องกัน” นายประเสริฐ ราสโร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาวเล่าย้อนอดีตความเป็นมาของชุมชน
หลายครอบครัวในตำบลทรายขาวส่วนใหญ่มีความเชื่อที่เป็นลักษณะของธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่บรรพบุรุษหลายชั่วอายุคนระหว่างพุทธ
และมุสลิมในชุมชน ซึ่งยังคงถือปฏิบัติอยู่
นายประเสริฐ กล่าวว่า มีความเชื่อหนึ่ง ที่หลายครอบครัวถือเป็นหลักปฏิบัติมายาวนานคือหากมุสลิมในชุมชนมีงาน คนพุทธต้องเอาข้าวเหนียวและน้ำตาลไป
ช่วยงาน ไม่อย่างนั้นจะถูกของทำให้ไม่สบาย คนพุทธในชุมชนได้ยึดถือปฏิบัติมาตลอด
“ไทยพุทธบางครัวเรือนเกิดลูกเกิดหลาน ก็จะนำไปให้ชาวมุสลิมตั้งชื่อให้เป็นชื่อมุสลิมด้วย เพราะจะได้เป็นสิริมงคล อย่างหลานของผม ทั้งสองคนก็มีชื่อมุสลิมหลานชายได้ชื่ออับดุลเลาะ หลานสาว ชื่อสะดีนา”
นายก อบต.ทรายขาว กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ครอบครัวมุสลิมบางครอบครัวที่ลูกหลานอายุครบกำหนดและพร้อม จะเข้าพิธีสุนัตตามศาสนาอิสลามจะมีการนำหลานไปบวชเณรตามศาสนาพุทธก่อน 3 วัน เพื่อบวชให้ญาติทางฝั่งไทยพุทธ ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นพ่อจนตกมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
“ในสมัยก่อนมีพระครูศรีรัตนากร หรือท่านศรีแก้ว ที่ชาวบ้านทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมนับถือ เพราะเดิมท่านเป็นมุสลิมแต่ท่านได้มาบวช ท่านเป็นศูนย์กลางรวมใจของชาวบ้าน ลูกหลานของท่านมีมากแตกแยกสาขาทั้งไทยพุทธและมุสลิม”
เขา กล่าวอีกว่า งานต่างๆในชุมชนจะเห็นความร่วมมือของชาวบ้านทั้งพุทธและมุสลิมงานพุทธไทยมุสลิมก็มาช่วยเหลือ ส่วนงานที่มัสยิดชาวไทยพุทธก็มาจะเป็นอย่างนี้มาตลอดตั้งแต่สมัยโบราณ
“แม้แต่ในเรื่องการปกครองของตำบลทรายขาว เรามีการตกลงกันอย่างเท่าเทียม อย่างเช่นตอนนี้กำนันในพื้นที่เป็นสมาชิกจากชุมชนคนพุทธ เมื่อหมดวาระก็จะให้สมาชิกจากชุมชนมุสลิมเป็นกำนันต่อ สลับกัน เราปฏิบัติอย่างนี้มาตลอดเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและไม่ให้แตกแยก”
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า จากความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขความสัมพันธ์และสามัคคีที่เกิดขึ้นในชุมชน ที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ชุมชนทรายขาวแห่งนี้ได้รับเลือกจากทางจังหวัดปัตตานีเป็นตำบลสันติสุขแห่งแรกของจังหวัด
แม้ในวันนี้ กลุ่มคนผู้ไม่หวังดีจะเข้ามาสร้างเหตุร้ายในพท.อ.โคกโพธิ์ และบางหมู่บ้านในต.ทรายขาว เพื่อสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในชุมชน แต่ความผูกพันธ์และความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนานยังเป็นเกราะป้องกันที่ดีให้กับชาวบ้านในพื้นที่.
เขา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีชาวไทยพุทธในชุมชนทรายขาวถูกยิงเสียชีวิตหลายรายแต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นนอกพื้นที่ต.ทรายขาว และยังไม่เคยมีเหตุร้ายในชุมชน ซึ่งดูเหมือนชาวบ้านในพท.จะเข้าใจดีถึงความพยายามของคนร้ายที่จะเข้ามาสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้น
“การพยายามสร้างความแตกแยกเคยมีเข้ามาจากคนภายนอกแต่โชคดีที่คนในชุมชนทรายขาวของเรา ทั้งมุสลิมและพุทธ ส่วนใหญ่เป็นคนทำมาหากิน
ไม่สนใจเรื่องอื่น จึงทำให้กลุ่มคนภายนอกที่ไม่หวังดีไม่สามารถชักจูงคนในพื้นที่ให้ไปร่วมก่อเหตุร้ายได้”
ด้านนาย หะยีดอเลาะมาน สะหลำสุหรี อิหม่ามวัย 78 ปี ประจำมัสยิดนัจมุดดิน หมู่ 4บ้านควนลังงา กล่าวถึงความสัมพันธ์ของชาวทรายขาวในอดีตว่า สมัยปู่ ย่า เมื่อก่อนชาวบ้านไทยพุทธมุสลิมที่พื้นที่แห่งนี้ เคยลงเงินร่วมซื้อช้างด้วยกันเอาไว้ทุกสัมภาระเพื่อเดินทางไปไหนมาไหน เวลามีงานก็มาร่วมกันตลอด
“อย่างสุเหร่า 300ปี เจ้าอาวาสวัดทรายขาวคนเก่าก็ช่วยสร้างเมื่อสมัยก่อนคนในตำบลทั้งคนไทยพุทธและไทยมุสลิมร่วมกัน ทำทางขึ้นถ้ำพระ เราคลุกคลีกันตลอดมาตั้งแต่อดีตแล้วคนในชุมชนแห่งนี้อยู่กันแบบพี่แบบน้องเราไม่แตกแยกกัน ความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคนจะมาให้คนเพียงไม่กี่คนมาทำให้เราแตกแยกกันคงยาก”
อิหม่าม ยังกล่าวอีกว่า คนไทยพุทธในชุมชนแห่งนี้ เมื่อเกิดลูกเกิดหลานเขาจะพาเด็กมาให้อิหม่ามผูกข้อมือให้ เพื่อที่จะไม่ให้เด็กร้อง และดื้อ เป็นความเชื่อมาตั้งแต่อดีตที่สามารถทำให้คนในชุมชนนี้อยู่ร่วมกันได้ เป็นความเชื่อที่คนในตำบลนี้ต้องปฎิบัติเพราะคนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนเขาปฎิบัติกัน
เป็นเวลานาน
นอกเหนือจากในเรื่องของความเชื่อแล้วภาษาที่คนในชุมชนทรายขาวใช้ร่วมกันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน แม้ศาสนา
จะแตกต่างกัน
เขา กล่าวอีกว่า พุทธมุสลิมในตำบลทรายขาวพูดคุยกันรู้เรื่องคนส่วนใหญ่ที่ทรายขาวทั้งพุทธและมุสลิมใช้ภาษาท้องถิ่นภาคใต้สื่อสารกันเป็นส่วนใหญ่
“เคยมีคนในชุมชนเขาพูดเล่นกันว่า อย่าเข้าไปในหมู่บ้านมุสลิมที่พูดภาษายาวีนะ เดี๋ยวไปคุยกับเขา แล้วเขาจะไม่เชื่อว่าเป็นมุสลิมเหมือนกัน เพราะพูดยาวีไม่ได้ แล้วเขาจะยิงเอา ถึงแม้เราจะนับถือศาสนาเดียวกับเขาก็ตาม แต่พูดกันคนละภาษา” อิหม่ามวัย 78 ปีรายเดิม กล่าวถึงเหตุฆ่ากันว่าตามหลักทางศาสนาอิสลามของที่กินไม่ได้ก็ฆ่าไม่ได้การฆ่าจะกระทำได้ต้องเมื่อฆ่ามาเป็นอาหาร อย่างการฆ่าวัว ฆ่าแพะ แต่การฆ่าที่
เกิดขึ้นกันทุกวันนี้ ไม่ได้ฆ่ามาเป็นอาหาร ถือเป็นบาปที่ใหญ่มาก
“ไม่รู้ไปเอาคำสอนผิดๆที่ฆ่าแล้วได้บุญมาจากไหนกัน ตามหลักศาสนาอิสลามไม่มี คนพวกนี้ทำผิดหลักศาสนามากที่เอาศาสนามาบิดเบือนทำให้คนอื่นต้องตาย”
เขา กล่าวอีกว่า เหตุที่กลุ่มคนไม่หวังดีไม่สามารถเข้ามายุยงเพื่อให้เกิดความแตกแยกในทรายขาวได้ เพราะคนทรายขาวคุยกันได้คนในชุมชนรู้จักกันหมด หากคนแปลกหน้าเข้ามาในชุมชนแล้วคิดจะทำไม่ดีชาวบ้านจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยเลย
“ คนที่นี้เป็นคนทำมาหากิน ไม่สนใจเรื่องอื่น หากเขามาไม่ดี เราก็ไม่คบ เรากดดันให้ออกไป เราเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่เพียงเท่านี้เราก็อยู่กันได้อย่างสงบสุข รวมไปถึงเด็กวัยรุ่นในชุมชนทั้งผู้นำพุทธและมุสลิมก็จะช่วยกันดูแล ให้อยู่ในกรอบของชุมชนไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดี เมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็ทำ
อะไรไม่ได้”
อิหม่ามมัสยิดบ้านควนลังงา กล่าวอีกว่า ชุมชนใดที่อยากให้บ้านของตนเองสงบให้เอาแบบการอยู่ร่วมกันของชุมชนทรายขาวไปใช้ ชุมชนทรายขาวแห่งนี้ คนดีๆที่เข้ามาอยู่ในชุมชนแล้วขยันทำมาหากินส่วนใหญ่รวยทุกคน ส่วนคนไม่ดีไม่ต้องเข้ามาชาวทรายขาวไม่ต้อนรับ
นายนิพนธ์ อินทรสกุล อำเภอโคกโพธิ์ กล่าวยอมรับว่ามีความพยายามจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นกับคนทั้ง 2 ศาสนาแต่คนในตำบลนี้เขามีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะโต๊ะอิหม่ามในตำบลแห่งนี้ จะไม่ยอมให้เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้เด็ดขาดซึ่งอิหม่ามท่านนี้เป็นบุคคลที่ชาวบ้านทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมให้ความยอมรับเป็นอยากมาก
“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในตำบลแห่งนี้ได้มีคนร้ายลอมวางเพลิงตู้โทรศัพท์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น พี่ น้องทั้ง 2 ฝ่ายได้ทำงานร่วมกันได้ ทางอำเภอก็มีชุดที่ทำความเข้าใจนำข้อเท็จจริงไปชี้แจ้งให้ผู้นำในตำบลทราบ โดยเฉพาะโต๊ะอิหม่ามเขาจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปชี้แจ้งให้ชาวบ้านทราบ ”
นายอำเภอโคกโพธิ์ กล่าวอีกว่า ทางอำเภอมีทีมพัฒนาคุณภาพชีวิตลงไปชี้แจ้งกับชาวบ้านและจะได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงจากประชาชนในพื้นที่
และในช่วงกลางเดือน มีนาคม นี้ทางตำบลทรายขาวจะจัดงานกวนอาซูรอ จะมีคนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมมาร่วมงานด้วยกันในตำบลนี้
“เวลามีเรื่องอะไรก็จะใช้มัสยิดกับวัดเป็นที่แลกเปลี่ยนกันตลอดดั่งนั้นเหตุการณ์ความไม่สงบ จึงไม่สามารถทำให้คนในชุมชนแห่งนี้หวาดระแวงกันได้”
ขอบคุณ
http://www.muslimthai.com/
|
|
ยิงแมร่งเดี่ยวแมร่งก็หมด
....
เพลง ขวานไทยใจหนึ่งเดียว
ศิลปิน คาราบาว
------------------------------------------------------
โลกนี้ที่มีมาก่อนผู้คน แต่โลกจะทนอยู่ได้นานสักเท่าใด
ถ้าเงินหมื่นแสนล้าน ถูกผลาญไป ใช้สร้างอาวุธ มายัดใส่มือคน
ขวานนี้ มีมาก่อนเราเกิด คือสิ่งประเสริฐ ที่มีบ้านเป็นของตน
จะแยกไปทำไม ไร้เหตุผล พี่น้องประชาชน จะอยู่อย่างไร
*แถบธงแดง ขาว น้ำเงิน จงโบกนำความเจริญ สู่พี่น้องผองไทย
ให้โลกรับรู้ว่าเราคือใคร ขวานเอย ขวานไทย ดวงใจเป็นหนึ่งเดียว
(เป็นหนึ่งเดียว)
ฟ้านี้มีโอกาสเป็นหนึ่ง ถ้าคนคำนึงถึงการเสียสละ
เหล่าบรรพชนพลีชีพแลกมา ต้องเสียน้ำตา เลือดเนื้อไปเท่าใด
แผ่นดินยามมีคนคอยยุแหย่ ระส่ำย่ำแย่ บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
ถึงเวลาต้องร่วมแรงร่วมใจ ตักน้ำไปดับไฟ ด้วยหัวใจยุติธรรม
( ซ้ำ * )
**ขวานที่ไม่มีด้าม นำไปใช้ คงไร้พลัง
คนไทยไม่เคยแบ่งข้าง ไทย จีน แขก ฝรั่งที่เกิดยังเมืองไทย
ใช้ร่มบรมโพธิสมภาร พระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชินีฯ ทรงห่วงใย
ลูกเอย หลานเอย ล้วนคนไทย มาสร้างฝันวันใหม่
ให้ขวานไทย ใจหนึ่งเดียว (ขวานไทย ใจหนึ่งเดียว)
(ซ้ำ * )
ขวานนี้ มีมาก่อนเราเกิด คือสิ่งประเสริฐ ที่มีบ้านเป็นของตน
จะแยกไปทำไม ไร้เหตุผล เราล้วนเป็นคน เป็นประชาชนไทย
แผ่นดินยามมีคนคอยยุแหย่ ระส่ำย่ำแย่บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
ถึงเวลาต้องร่วมแรงใจE ตักน้ำไปดับไฟ ด้วยหัวใจสามัคคี
(ซ้ำ *,**,** )
ขวานไทย ใจหนึ่งเดียว (ขวานไทยใจหนึ่งเดียว)
ขวานไทย ใจหนึ่งเดียว (ขวานไทยใจหนึ่งเดียว)
--------------------------------------------------------
ขอบคุณ วง คาราบาว
ช่วยกันเผยแพร่ครับ บอกให้โจรใต้รู้ว่าคนไทย พุทธ มุสลิม คริส ไม่ยอมให้ใครแยกประเทศไทย
พวกเขาไม่ใด้ปกป้องเพราะเป็นพุทธ
พวกเขาไม่ใด้ปกป้องเพราะเป็นมุสลิม
พวกเขาปกป้องเพราะเป็นคนไทย
...
.......................
แต่มุสลิมิดหลักศาสนากันทั้งตำบล
เจอกระทู้แนวนี้
งานเข้าอีกแล้วกุ