โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
กระทงล่าสุดโดย: thanidson


10
คะแนน
 
โดย thanidson เป็นกระทงร้อน 2 เดือนที่แล้ว
 

ว่าจะไม่ลงแล้ว ว้าแดงคะแนนน้อยเหลือเกิน ลงGod Armyตามคำเรียกร้อง

คะแนน: 10 ชอบ, 0 ไม่ชอบ

tag: การเมือง ทหาร บทความ พม่า

ประเภท: การเมือง
23 บทวิจารณ์  |  3,918 คนอ่าน
 
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
นักรบกะเหรี่ยง ที่มาของ GOD ARMY
ในประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อย กับรัฐบาลพม่า นักรบกะเหรี่ยงขึ้นชื่อว่า เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง ของรัฐบาลพม่า และขับเคี่ยวกันมายาวนานที่สุด ทั้งสองฝ่ายเริ่ม "สงครามความเกลียดชัง" กันมาตั้งแต่สมัยอังกฤษปกครองพม่า ทหารพม่าแค้นทหารกะเหรี่ยง ที่เคยทำหน้าที่นายพราน นำทางทหารอังกฤษ มาตีกองทัพพม่า พอถึงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทหารพม่าจึงแก้แค้นชาวกะเหรี่ยง ด้วยการซุ่มโจมตีชุมชนกะเหรี่ยง แถวลุ่มน้ำอิระวดี และลุ่มน้ำสาละวิน จนชาวกะเหรี่ยงเสียชีวิตจำนวนมาก พอพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ พม่าก็ชำระแค้นครั้งที่ ๒ ด้วยการสังหารคนกะเหรี่ยง ๒๐๐ คน ขณะทำพิธีในโบสถ์ ก่อนวันคริสต์มาสเพียงหนึ่งวัน เหตุการณ์ทั้งสองครั้ง สร้างความหวาดกลัว เกลียดชัง และเคียดแค้น ฝังแน่นอยู่ในหัวใจคนกะเหรี่ยง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชาวกะเหรี่ยงรวมตัวกันตั้ง องค์กรดูแลประชาชน ของตนเองขึ้นในปี ๒๔๙๐ ในนามองค์กรสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU (Karen National Union) เด็กหนุ่มจำนวนมาก ที่เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งสองครั้ง ต่างพากันสมัครเข้าเป็นทหาร เพื่อชำระหนี้แค้น หนึ่งในนั้นมีเด็กหนุ่มวัย ๑๗ ปี ซึ่งในเวลาต่อมา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของ KNU และดำรงตำแหน่ง เป็นเวลานานถึง ๒๖ ปี ทั่วโลกรู้จักขุนพลผู้นี้ในนาม นายพลโบเมียะ (อ่านบทสัมภาษณ์ใน สารคดี ฉบับที่ ๑๑๑ พฤษภาคม ๒๕๓๗)
"ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพพม่าอิสระ ฆ่าชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ในหมู่บ้านของผม ข่มขืนกระทำชำเรา ปล้นทรัพย์สิน เผาทำลายบ้านเรือน ใครก็ตามที่เป็นกะเหรี่ยง จะถูกฆ่าทิ้งหมด เรื่องนี้ทำให้ผมทนไม่ไหว จึงตัดสินใจสมัครเป็นทหาร เพื่อต่อต้านพม่า
"ผมเริ่มต้นชีวิตในกองทัพ เป็นเพียงทหารธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ผ่านสงคราม ผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง ทั้งแนวรบในป่า และในที่สุด ก็ไต่เต้าขึ้นมา จนได้เป็นผู้บัญชาการทหาร หลังจากนั้น ก็เริ่มเข้าสู่ชีวิตทางการเมือง ตอนนั้นผมอายุเพียง ๑๗ ปี หลังจากนั้น ก็เป็นทหารมาตลอดกว่า ๕๐ ปี�
ปี ๒๔๙๒ KNU ประกาศปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระ โดยต่อสู้แบ่งแยกดินแดนซีกตะวันออก ของพม่า ตลอดฝั่งน้ำเมย และลุ่มน้ำสาละวิน บริเวณชายแดนไทย - พม่า เป็นเขตปกครองตนเอง พวกเขาเรียกแผ่นดินผืนนี้ว่า กอทูเล--ดินแดนอันบริสุทธิ์ ปราศจากความชั่วร้ายทั้งมวล มีรัฐบาลแห่งชาต ิและกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติ เป็นตัวแทนทางการเมือง และการทหาร แบ่งเขตการปกครองออกเป็นเจ็ดเขต หรือเจ็ดจังหวัดตลอดแนวชายแดนไทย - พม่า ตั้งแต่รัฐคะเรนนี จรดรัฐมอญ มีมาเนอร์ปลอว์ -- ดินแดนแห่งชัยชนะ เป็นเมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่า เป็นยุทธภูมิที่ดีที่สุด ของชาวกะเหรี่ยง เป็น "ค่ายหิน" ที่พม่าพยายามทำลาย มาตลอดเวลา ๔๕ ปี
มาเนอร์ปลอว์ตั้งอยู่กลางหุบเขา มีภูเขาบอนาเล และเทือกเขาสลับซับซ้อนปกป้อง "หัวใจ" คนกะเหรี่ยงไว้ในอ้อมกอด ด้านหลังเทือกเขา ถูกขนาบด้วยแม่น้ำสองสาย คือ น้ำเมย และน้ำสาละวิน ยามฤดูหนาว มาเนอร์ปลอว์จะถูกซุกซ่อนไว้ในม่านหมอก จนศัตรูมองไม่เห็น แม้ว่าพม่าจะเคยใช้เครื่องบินรบ ปูพรมระเบิด ลงมาจากฟ้า แต่มาเนอร์ปลอว์ก็ไม่ล่มสลาย มาเนอร์ปลอว์จึงเป็น "เสี้ยนหนาม" ที่กลัดหนอง อยู่ในหัวใจทหารพม่า ยาวนานที่สุด และยังคงจะฝังลึก ลงอยู่ในหัวใจทหารพม่า อีกยาวนาน หากไม่มีคนในของกองทัพกู้ชาติกะเหรี่ยง เป็นหนอนบ่อนไส้เสียก่อน
มกราคม ๒๕๓๘ นายทหารกะเหรี่ยงนับถือพุทธในกองทัพ KNU จำนวนหนึ่ง (ในภายหลังเรียกตัวเองว่า DKBA - Democratic Karen Buddhist Army) นำทางกองทัพพม่า ฝ่ากับระเบิด ที่ซุกซ่อนอยู่ตามรายทาง บุกเข้าขยี้ "หัวใจ" คนกะเหรี่ยง นายพลโบเมียะรู้ดีว่า มาเนอร์ปลอว์กำลังล่มสลาย เขาจึงตัดสินใจเผาสิ่งก่อสร้างทุกอย่าง ให้เป็นเถ้าถ่าน เพื่อไม่ให้ศัตรูได้ใช้ประโยชน์จากเมืองหลวง ที่พวกเขาใช้เวลาก่อสร้างมายาวนานกว่า ๔๐ ปี
กล่าวกันว่า ต้นเหตุแห่งความล่มสลาย ของมาเนอร์ปลอว์ เริ่มมาจากรอยร้าวภายในใจ ระหว่างทหารระดับผู้นำ กับทหารระดับล่าง ไม่ใช่ประเด็นทางศาสนา อย่างที่หลายคนเข้าใจ เนื่องจากนายทหารระดับล่าง ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รู้สึกว่า ขณะที่พวกตนออกไปเสี่ยงชีวิต และไม่ได้รับการเอาใจใส่ นายทหารระดับสูง ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ กลับมีชีวิตสุขสบาย จากผลประโยชน์ค้าไม้กับคนไทย ทหารระดับล่างบางส่วน จึงต้องการแยกตัว ออกไปตั้งกลุ่มใหม่ และแก้แค้นระดับผู้นำ KNU ด้วยการ "จูงมือ" ทหารพม่ามา "ทุบ" มาเนอร์ปลอว์ทิ้ง เท่านั้นยังไม่พอ นายทหารกลุ่มนี้ ซึ่งเรียกกลุ่มตัวเองว่า DKBA หรือคนไทยเรียกว่า กะเหรี่ยงพุทธ ยังช่วยทหารพม่า รบราฆ่าฟันคนเชื้อชาติเดียวกัน มาจนถึงทุกวันนี้
ทหารพม่าได้ประโยชน์จากความขัดแย้งครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้คนในพื้นที่นำทาง ไปสู้รบกับศัตรูแล้ว ยังได้ "แนวหน้า" แอ่นอกรับกระสุนปืนแทนตัวเอง ปล่อยให้คนกะเหรี่ยง ฆ่าคนกะเหรี่ยงด้วยกันเอง ถ้าตายทั้งคู่ ทหารพม่าก็กำไรสองต่อ และถึงแม้ว่ากะเหรี่ยงพุทธ จะหันมาจับมือกับทหารพม่า แต่ทหารพม่า ก็ไม่เคยไว้ใจกะเหรี่ยงพุทธ แม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ ยังพร้อมจะทำลายกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ ให้ราบเป็นหน้ากลองได้ทุกเมื่อ เพราะฐานที่มั่นของกองทัพพม่า ตั้งอยู่บนภูเขา สูงกว่าฐานที่มั่นกะเหรี่ยงพุทธ ห่างกันไม่เกินระยะยิงปืนใหญ่เท่านั้น !
นับตั้งแต่ "คนใน" หันไปจับมือกับทหารพม่า นายพลโบเมียะ ต้องเจอศึกหนักหลายครั้ง เนื่องจากอดีต "คนใน" คุ้นชินกับพื้นที่กะเหรี่ยงเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ หลังจากถอยทัพสู่ฐานที่มั่นใหม่ชื่อ คอมูรา ได้ไม่กี่เดือน ทหารกะเหรี่ยงพุทธ ก็พากองทัพพม่า ตามมาถล่มด้วยอาวุธเคมี จนนายพลโบเมียะ ต้องย้ายฐานที่มั่นอีกครั้ง และเปลี่ยนแผนการรบ เป็นแบบกองโจร กระจายกองกำลังออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ ๔ ถึง ๑๑ คน อยู่ในป่าตลอดชายแดนไทย - พม่า ตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอน จนถึงกาญจนบุรี
แม้กะเหรี่ยงพุทธ จะแยกตัวออกไปแล้ว แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ระหว่างนายทหารระดับผู้นำ กับระดับล่าง ก็ยังคงอยู่ และยังไม่มีทีท่าจะหมดไป
นายทหารแนวหน้า เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตทหาร KNU ว่า
"ชีวิตทหารแนวหน้า ทั้งเสี่ยงตาย และลำบาก ตอนกลางวันต้องเคลื่อนย้าย ตอนกลางคืนต้องโจมตีข้าศึก ไม่มีโอกาสนอนหลับสบาย ได้แค่งีบช่วงสั้น ๆ ในป่า โดยผลัดกันเฝ้ายามกับเพื่อน พวกเราไม่มีเงินเดือน นอกจากส่วนแบ่งข้าวสาร พริก เกลือ หรือปลาร้าเท่านั้น"
ผู้สื่อข่าวสงครามของไทย ซึ่งเคยเดินทางไปสังเกตการณ์การสู้รบที่แนวหน้า ก็พูดถึงความยากลำบาก ของทหารแนวหน้าของ KNU ในทำนองเดียวกันว่า
"อาหารที่พวกเขากิน มีเพียงก้อนข้าวเหนียว ที่แห้งแข็ง ตามอุณหภูมิอันหนาวเย็น กับน้ำตาลแว่น ทำจากอ้อยชนิดที่ขายกันเป็นปี๊บ พวกเขามือหนึ่ง ถือก้อนข้าวเหนียว มือหนึ่งถือน้ำตาลแว่น กัดกินเคี้ยวรวมกันไป แทบทุกคำจะต้องตามด้วยน้ำ จากลำธารที่บรรจุไว้ในกระบอกไม้ไผ่ เมื่อถึงค่ำคืนหนาว นักรบกะเหรี่ยง ก็มีเพียงเสื้อเก่า ๆ ชุดเดียว กับรองเท้านักรบ ชนิดรองเท้าฟองน้ำหรือรองเท้ายางรถยนต์เท่านั้น�
อันที่จริง ความแร้นแค้นที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ นายทหาร KNU ถือเป็นเพียงเศษเสี้ยว ของความทุกข์ที่ทหารพม่า กระทำกับคนในครอบครัวของเขา พวกเขาอดทนได้เสมอ หากการอดทน จะนำไปสู่การได้แผ่นดินกะเหรี่ยงกลับคืนมา ให้พ่อแม่พี่น้องได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข แต่ถ้าการอดทน ทำไปเพื่อให้นายทหารระดับผู้นำบางคน ได้อยู่สุขสบาย พวกเขาก็พร้อม จะเดินจากไปตั้งองค์กรใหม่ ต่อสู้ตามอุดมการณ์ของตนเอง หรือเข้าร่วมกับองค์กรอื่น ที่มีอุดมการณ์มั่นคงกว่า แม้ว่าองค์กรนั้น อาจมีผู้นำที่ดู "งมงาย" ในสายตาใครหลายคนก็ตาม
เดือนมีนาคม ปี ๒๕๔๐ ลูเทอร์และจอห์นนี ฮะตู แฝดเหมือนวัยเก้าขวบ แสดงท่าทางแปลก ๆ ขึ้นระหว่างการจู่โจมของทหารพม่า เด็กทั้งสองไม่หวาดกลัวทหารพม่า เหมือนเด็กอื่น ๆ แถมยังเริ่มพูดจา "เหมือนผู้ใหญ" กับชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ ทา ฮะเทน ว่า พวกเขามีนิมิต มีเสียงบอกให้พวกเขา บอกชาวกะเหรี่ยง ให้เลิกทำตัวเหลวไหลเสียที เพราะนั่นเป็นเหตุแห่งความสิ้นหวัง ที่เกิดขึ้นขณะนี้ พวกเขาขอให้ ทา ฮะเทน ไปหาคนเจ็ดคน เครื่องแบบเจ็ดชุด และอาวุธเจ็ดอย่าง เพื่อที่จะตอบโต้ทหารพม่า ตอนแรก ทา ฮะเทน ไม่กล้าทำตาม แต่เมื่อทหารพม่าจู่โจมหนัก และไม่มีทางเลือก จึงลองทำตามคำสั่งประหลาด ของเด็กแฝด ผลปรากฏว่ากองกำลังหน่วยเจ็ดคน ก็ประสบความสำเร็จ ทหารพม่าถูกตีล่าถอยไป แถมยังยึดได้กระสุน และอาวุธอีกจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้น ชื่อของเด็กแฝดสองคน พร้อมหน่วยรบชื่อ เคอเซโด ก็โด่งดังไปทั่ว
ในความหมายของชาวกะเหรี่ยง เคอเซโด แปลว่า ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ และบนแผ่นดินกะเหรี่ยง ก็มีชื่อภูเขาเคอเซโด ตั้งอยู่ด้านตะวันตกใกล้แม่น้ำเทนาสเซริม เป็นผู้เขาที่ชาวบ้านเชื่อว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่ เด็กแฝด และนายทหารเคอเซโดเชื่อว่า พระเจ้าได้ให้พลังแก่เด็กแฝด เพื่อช่วยชาวกะเหรี่ยงต่อสู้กับศัตรู พวกเขาจึงเป็นเสมือน "กองทัพพระเจ้า" หรือ God's Army
หลังจากตำนานเล่าขานแพร่สะพัดออกไป พร้อมกับชื่อเสียงการรบชนะ ครั้งแล้วครั้งเล่า นายทหาร KNU จำนวนหนึ่ง ที่เชื่อมั่นในอุดมการณ์การสู้รบของเด็กแฝด จึงแยกตัวออกมาจากองค์กรเดิม โดยนายทหารเหล่านี้ ไม่ได้แสดงตัวเป็นศัตรู KNU เหมือนเมื่อครั้งกะเหรี่ยงพุทธ แยกตัวออกมา และกองทัพพระเจ้า ของเด็กแฝดก็ยังคงได้รับความช่วยเหลือ ด้านเสบียงอาหารจาก KNU อยู่เสมอ
สเว พะยา นายทหารผู้ช่ำชอง ละทิ้งกองพลทหารราบที่ ๔ ของ KNU มาเข้าร่วมกับเด็กแฝด ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับบัญชาเคอเซโด รับคำสั่งโดยตรง จากสองผู้นำเด็กแฝด กล่าวถึงความเชื่อของตนว่า
"พระเจ้าได้ให้พลัง แก่พี่น้องฝาแฝดคู่นี้ เพื่อช่วยชาวกะเหรี่ยงต่อสู้กับศัตรู และเพื่อสร้างเสริมกำลังใจแก่พวกเรา ในหนึ่งปี เราสู้กับพม่าราว ๗๐ ครั้ง และเราชนะเกือบทุกครั้ง�
อดีตนายทหาร KNU ผู้นี้กล่าวถึงทหารในกองกองทัพพระเจ้าว่า เป็นนักรบที่ดุดัน เสริมด้วยความกล้าหาญสูง และระเบียบวินัยจัด พวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎ จากพระคัมภีร์ใหม่ที่ว่า ห้ามกินเนื้อหมู ไข่ และแอลกอฮอล์ ห้ามพูดปด สบถ ขโมย และประพฤติผิดในกาม และจะต้องสวดมนต์วันละสามครั้ง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไร
ประมาณกันว่ากองทัพเด็กแฝด มีกองกำลังติดอาวุธไม่เกิน ๒๐๐ คน ก่อนหน้าเหตุการณ์ ยึดโรงพยาบาลราชบุรี พวกเขามีฐานที่มั่นอยู่ที่กามาปลอ ห่างจากชายแดนไทย ด้านอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ประมาณ ๑ กิโลเมตร แต่หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทหารพม่าได้โจมตี ฐานที่มั่นของพวกเขา อย่างหนักจนต้องถอยทัพเข้าไปอยู่ที่ "ภูเขาศักดิ์สิทธิ์" ที่ภูเขาแห่งนี้ มีกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มย่อย อีกไม่น้อยกว่าสามกลุ่ม บางกลุ่มแยกตัวจาก KNU บางกลุ่มตั้งขึ้น จากความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คล้ายกองทัพเด็กแฝด คือกลุ่มเด็กลิ้นดำ ซึ่งนำโดยเด็กชายวัย ๑๓ ปีมีปานดำบนลิ้น กำลังพลไม่มากนัก ทั้งหมดนี้ ต่างอาศัยภูเขาเคอเซโด เป็นที่หลบภัยหลังจากถูกโจมตีจากกองทัพพม่า
ปัจจุบันกองกำลังกะเหรี่ยงมีไม่น้อยกว่าห้ากลุ่ม กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็น KNU และกลุ่มที่สร้างความเจ็บช้ำ ให้ชาวกะเหรี่ยงมากที่สุด คือกะเหรี่ยงพุทธ หรือ DKBA เพราะยังคงตามโจมตี ทั้งกองกำลังทหาร และชาวบ้านกะเหรี่ยงผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่หลายฝ่าย กำลังจับตามองก็คือ หาก KNU ยังคงไม่แก้ไขปัญหาเน่าเฟะ ในองค์กรให้เรียบร้อยในเร็ววัน โอกาสที่ KNU จะแตกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ก็คงมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ล่าสุด หลังจากเกิดเหตุการณ์ ยึดโรงพยาบาลราชบุรีไม่กี่วัน ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน KNU เมื่อนายพลโบเมียะ ถูกลดตำแหน่งจากผู้นำสูงสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานถึง ๒๖ ปี เหลือเพียงผู้นำทางด้านทหาร โดยนายซอบาติน ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ หลายฝ่าย กำลังจับตามอง KNU ว่าจะมีการสะสางปัญหา ภายในที่เรื้อรังมานานหลายสิบปีหรือไม่ จะเปลี่ยนแนวทาง จากการสู้รบ สู่การเจรจาหยุดยิงหรือเปล่า หรือเป็นแค่การสลับตัว สลับตำแหน่ง ส่วนในทางปฏิบัติ ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เพราะอำนาจใน KNU ยังไหลเวียนอยู่ในมือผู้นำรุ่นเก่าเหมือนเดิม
ในปัจจุบันแล้ว KNU เป็นกลุ่มที่รับเงินสนับสนุนจาก ภายนอก ไม่ว่าจะเป็น NGO หรือ องค์กรต่างๆค่อนข้างมากและมีการแวะเวียนเข้ามาของชาวต่างชาติบ่อยๆ ทำให้KNU ค่อนขางมีความเป็นอยู่ที่ดี กว่ากลุ่มอื่นๆ รวมทั้งรายได้จากการคุ้มกันสัมปทานไม้และเหมืองแร่ขนาดเล็กซึ่งมีกระจัดกระจายมากมาย อีกทั้งที่ตั้งยังมีเทือกเขาล้อบรอบยากต่อการเข้าตีจึงทำให้ ไม่ถูกรุกรานจากทหารพม่าบ่อยครั้งนั้นจะมีก็เพียงแต่การรุกรานข้ามอาณาเขตของกลุ่มอื่นๆเท่านั้นเอง ทหารรัฐบาลพม่าจึงได้ใช้วิธีการลอบเข้าไปฝังกับระเบิดและทุ่นระเบิดบุคคลตามจุดต่างๆที่ชาวบ้านกระเหรี่ยงออกหาเก็บของป่าและไปทำไร่ ซึ่งสามารถสร้างความสูญเสียได้อย่างมาก
เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

เครื่องหมายและธงกองกำลังกระเหรี่ยงกู้ชาติ
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

ชัยภูมิที่ตั้งที่ล้อมรอบไปด้วยภูผา อีกด้านก็ติดลำน้ำใหญ่ ยากต่อการรุกรานและเข้าต
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

ทหารKNU กำลังเก็บกู้ระเบิดแบบMM-1 ที่ผลิตในพม่า
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

สาธิตการเก็บกู้กับระเบิดแบบ MM-2
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

กับระเบิดบางส่วนที่เก็บกู้ได้ก่อนนำไปทำลายทิ้ง
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

กองกำลังปลดปล่อยกะเหรี่ยงแห่งชาติ ในวันรำลึกถึงการปฏิวัติประจำปีพ.ศ. ๒๕๓๗ ก่อนฐานที่มั่นแห่งนี้จะถูกตีแตกเพียงปีเดียว
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

นายพลโบเม๊ยะ อดีตผู้นำกะเหรี่ยงอิสระผู้ล่วงลับ ภาพถ่ายปี พ.ศ. ๒๕๓๗
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

ผู้นำกะเหรี่ยงในช่วงเริ่มแรกภายหลังถอนกำลังสู่กอทูเล แถวหน้านั่งจากซ้าย ซอว์บา เต็น (ยังมีชีวิต) นายพลโบเม๊ยะ (เสียชีวิตแล้ว) นายพลโช่ย ซาย (อดีตผบ.กองพลน้อยที่ ๖ ตรงข้ามบ้านเปิ้งเคิ้ง อ.อุ้มผาง จ.ตาก เสียชีวิตแล้ว) มาน บา ซาน (เสียชีวิตแล้ว) อีกสองคนแถวหน้าไม่รู้จัก ส่วนคนยืนแถวหลังรู้จักคนยืนกลางเพียงคนเดียวคือนายพล หม่อง หม่องอดีตเสนาธิการเสียชีวิตแล้วเช่นกัน
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

1
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

กองกำลังปลดปล่อยกะเหรี่ยงแห่งชาติ ณ วันนี้ ต้องเผชิญกับปัญหากับกลุ่มที่แยกตัวออกไป ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังที่ใช้ชื่อใหม่ว่า "กองทัพกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย" (Democratic Karen Buddhist Army - DKBA) กลุ่ม "God's Army" (ปัจจุบันยุติบทบาทโดยสิ้นเชิง) กลุ่ม "Karen's Peace Army และล่าสุดผ.บ.กองพลน้อยที่ ๗ ได้เจรจาหยุดยิงกับกองทัพพม่าโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากส่วนกลาง เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

คู่แฝดลูเธอร์และจอห์นนี่ ฮะทู
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

ตอนโต
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย thanidson เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ผมหารูปเด็กลิ้นดำไม่ได้ครับหาได้แต่แฝด ตอนนี้มอบตัวแล้ว แต่เด็กลิ้นดำตายแล้วเนื่องจากสูบบุหรี่จัด
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ขนตูดปั่นเด๊ธร๊อค เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
No Problem Is Problem
น่าเอาไปสู้กะโจรใต้
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย nonkcc101 เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ป.ล. รูปนี้แฟนผมเองนะครับ
ขอบคุนครับ

คะแนนแรกเอาไปเลย
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Voicesit เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
รับสมัครช่างเทคนิกควบคุมงานก่อสร้าง วุธการศึกษา ป ว ช หรือ ป ว ส ก่อสร้างประสบการ2ปีขึ่นไป เงินเดือน8000ถึง10000ไม่รวม OT เเละที่พัก สถานที่ทำงาน อาคารย่านบางนา สนใจติดต่อ 0813033700.

เจ๋งหะกะเหรียง
มีAK-47ด้วย 55
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
I am a Christian..i love Jesus..i love my lord...
โจรใต้ต้องถอย แบบนี้กองโจรของแท้
    คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย sarapow เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ถือว่าพวกเค้ากล้าหาญมากคับที่กล้าสู้

แต่มันน่าโมโหตรงที่มายึดโรงพยาบาลนี่แหละ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย dearz เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
alone
สูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ.......
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Denk เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
วันนี้คุณยิ้มแล้วรึยัง

คนที่เกิดมากับสงครามแบบนี้.....เขาจะรู้ไหมเนี่ยว่ายังมีโลกที่สงบสุขไม่ต้องยิงกันฆ่ากันด้วย(ไม่นับไทยแล้วนะคับเพราะไม่มีวี่แววว่าจะยุติเรื่องภาคใต้ได้)