|
|
|
กระทงร้อน
เรื่องแนะนำ
Powered by
|
เรื่องแนะนำ:
|
เรื่องเด็ดๆ
|
"วันหนึ่งมีโอกาสพบพระอาจารย์รัตน์ แห่งวัดดอยเกิ้ง จ.แม่ฮ่องสอน ที่ไปสอนกรรมฐานในอเมริกา สอนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ผมมีโอกาสได้ร่วมปฏิบัติธรรมในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทำให้ได้อยู่กับตัวเอง ค้นหาตัวเองจนพบว่า แม้มีเงินทองมากมาย มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ไม่เคยมีอิสระทางใจเลย ชีวิตแต่ละวันมีแต่การแข่งขัน วิตกกังวลกับธุรกิจ เพราะความคิดที่ว่าชีวิตที่มั่นคงต้องมีธุรกิจใหญ่โต เนื่องจากเชื่อว่าคือหนทางเดียวที่จะมุ่งสู่ความมั่นคงมั่งคั่ง" "พ่อครูบัญชา" บอกว่า ตอนนั้นปี 2533 ตัดสินใจขายธุรกิจที่มีอยู่ในอเมริกา ย้ายครอบครัวกลับมาอยู่บ้านเกิด หนีความวุ่นวายของสังคมไปอยู่ที่บ้านแหลมทอง ต.โนนก่อ อ.สิริธร จ.อุบลราชธานี หันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำเกษตรปลอดสารพิษแบบไร่นาสวนผสม พร้อมกับเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม "ปี 2540 ที่ฟองสบู่แตก มีปัญหาแรงงานคืนถิ่น แต่ไม่มีงานรองรับ บางครอบครัวไม่มีที่ทำกิน จึงปรึกษากับชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้านแก้ปัญหา โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ขึ้นในหมู่บ้าน ชื่อศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อย ฝึกปฏิบัติธรรมตั้งแต่เด็ก ให้คนชุมชนเข้ามาศึกษา พัฒนาจิตใจ เพื่อนำไปสู่การอยู่ร่วมกันแบบพอเพียง"
"พ่อครูบัญชา" กล่าวว่า ภายในศูนย์การเรียนรู้ชุมชนพลาญข่อย ประกอบด้วย ศูนย์ปากท้อง เป็นเรื่องเศรษฐกิจของชาวบ้านที่เน้นการทำมาหากิน ทำมาหาทาน (ให้) ไม่ใช่การทำมาค้าขายเชิงธุรกิจ ต่อมาจึงจัดตั้งศูนย์จิตใจ และศูนย์สมอง "แต่ละศูนย์จะมีความต่างกัน ศูนย์จิตใจสอนการปฏิบัติธรรมแก่ชาวบ้านและญาติธรรมที่แวะเวียนเข้ามา ศูนย์สมองเกิดจากการมองเห็นปัญหาพ่อแม่ทิ้งลูกไว้ตามลำพังเมื่อออกไปทำงาน จึงได้สร้างศูนย์เด็กเล็กโดยใช้เงินส่วนตัว ต่อมามีผู้ปฏิบัติธรรมร่วมกันบริจาคทรัพย์ช่วย หลังจากนั้นได้รับงบประมาณจากภาครัฐ จัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลสงเคราะห์ สอนถึงชั้น ป.6 ดูแลเด็กนักเรียน 15 หมู่บ้าน กว่า 500 คน เป็นเด็กไทยและลูกคนลาวที่เกิดในไทยแต่ไม่ได้สัญชาติจำนวนหนึ่ง ต่อมาขยายโรงเรียนไปที่หมู่บ้านใกล้เคียงอีกแห่ง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน" "พ่อครูบัญชา" กล่าวว่า ศูนย์ปากท้อง เกิดจากความต้องการสร้างงานในพื้นที่ มีหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มแปรรูปผลไม้พื้นเมือง กลุ่มอิฐบล็อค กลุ่มพลังงานธรรมชาติ ถ่านหอม ถ่านย่างบาบีคิว ซึ่งเกิดจากการดึงเอาศักยภาพของชาวบ้าน วัตถุดิบในท้องถิ่นมาเป็นตัวกำหนด และใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการของญาติธรรมคนเมืองช่วยด้านการตลาด โดยศูนย์นี้มุ่งมั่นจะสร้างคนสร้างอาชีพเพื่อการดำรงชีวิต ไม่ใช่เพื่อธุรกิจ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น จนเป็นแบบอย่างของหมู่บ้านที่อยู่กันแบบเอื้ออาทร เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทั่วไป "พ่อครูบัญชา" ให้ข้อคิดว่า ทำไมคนเราจึงยากจน เพราะคนเรามี "หนี้" มีหนี้เพราะมี "ความอยาก" จึงไม่มีความพอ คนรวยไม่มีเวลา เป็นคนจนชีวิต แต่เราเป็นเศรษฐี เวลา 24 ชั่วโมงเป็นของเรา หากรู้ว่าชีวิตคืออะไรคนจนก็มีความสุขได้ คนบ้านนอกน่าอิจฉา ไปป่ามีอาหารกิน แต่ตอนนี้ "วัตถุนิยม" ครอบงำ นิยมทุน สร้างแต่ทุน เราต้องสร้าง "ชีวิตนิยม" คือต้องเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง ไม่เห็น "ทุน" สำคัญกว่า "ชีวิต" เราต้องทำเพื่อความสุขของครอบครัว คือ ทำงานเพื่อความสุข "เมื่อกลับมาใหม่ๆ มีชาวบ้านมาขอความช่วยเหลือ กู้ยืมเงิน เราก็ให้ยืม แต่ปรากฏว่า ร้อยละ 80 ไม่มีเงินคืนให้ ไม่มีดอกเบี้ย แสดงว่าเงินไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หรือเขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่เงินทำให้เขาเดือดร้อน การแก้ไขคนจนต้องให้ปัญญา ศูนย์ปากท้อง ศูนย์จิตใจ ศูนย์สมองจึงเกิดขึ้น" "พ่อครูบัญชา" ทิ้งท้ายว่า เป้าหมายหลักของการพัฒนาไม่ได้เปลี่ยนคนจนให้เป็นคนรวย แต่ทำอย่างไรก็ได้ให้คนมีความสุขต่างหาก!!!
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก