บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ในช่วงปี1960s-1970s นั้นจีนมีปัญหาขัดแย้งกับโซเวียตในขณะนั้นจนทางโซเวียตตัดความช่วยเหลือทางทหารทั้งหมดกับจีน อย่างไรกด็ตามจีนได้พัฒนาอาวุธโดยลอกแบบและปรับปรุงอาวุธจากแหล่งต่างๆทั้งของโซเวียตเองและทางตะวันตก
ตัวอย่างหนึ่งคือ บ.ขับไล่แบบ F-7 ที่จีนสร้างขึ้นเองนั้นเป็นการลอกแบบ บ.MiG-21 แบบผิดกฏหมาย แต่จนถึงปัจจุบันจีนก็ยังสามารถผลิต บ.F-7 ให้แก่กองทัพหลายๆประเทศได้เช่น อิหร่าน พม่า บังคลาเทศ เป็นต้น
แต่ในกรณีของ J-11 หรือ Su-27SK นั้นเป็น บ.ที่จีนได้ซื้อสิทธิบัตรการผลิตจาก Sukhoi อย่างเป็นทางการในช่วงปี 1995-1996 โดยประกอยชิ้นส่วนที่ Shenyang Aircraft Corporation
โดย บ.J-11B รุ่นที่จีนพัฒนาขึ้นหลังจากที่สายการผลิต บ.J-11 รุ่นแรกยุติลงไปนั้นมีความแตกต่างจาก บ.Su-27SK ของรัสเซียตรงที่ เครื่องยนตร์ ระบบAvionic Radar ห้องนักบินGlass Cockpit และ ระบบอาวุธที่ติดตั้งนั้นเป็นของที่จีนพัฒนาเองทั้งหมด
ซึ่งขณะที่ บ.Su-27SK/J-11 รุ่นแรกนั้นเป็น บ.ขับไล่ครองอากาศที่มีขีดความสามารถในการโจมตีภาคพื้นดินต่ำ แต่J-11B นั้นเป็น บ.ขับไล่อเนกประสงค์ที่มีความทันสมัยสูง
โดย J-11B นั้นสามารถติดอาวุธจีนได้หลายแบบตั้งแต่อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้PL-8 อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศพิสัยกลางPL-12 ระเบิดนำวิถีLaserที่จียพัฒนาเอง อาวุธปล่อยอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือผิวน้ำ C-802 เป็นต้น
ในประเทศไทยเรา ที่ต้องเลือกซื้ออาวุธจีนมาใช้ ก็ต้องดูภูมิหลัง ว่าเราไม่มีเงินแต่เราขาดแคลน อาวุธจีนมีความยืดหยุ่นในบางชนิด กรณีเรือ มีความยืดหยุ่นและเหมาะกับ "เศรษฐกิจพอเพียง" แบบเราตรงที่เราสามารถเลือกเครื่องยนต์ดีๆ เลือกระบบควบคุมและอาวุธดีๆจากทั่วโลกมาใส่ได้ เรือเป็นเพียงโครงสร้างซึ่งถ้าให้ดี เราต้องขยับไปถึงขั้นสร้างเองในประเทศ ในช่วงยุทธการบ้านร่มเกล้า ลาวใด้รับการสนับสนุนทั้งคิวบา เวียดนาม โซเวียด ไทยตอนนั้นไม่มีกระสุนปืนใหญ่พอ ขอซื้อกระสุนปืนใหญ่สหรัฐแต่ไอ้กันบอก กูไม่ขายจีนก็แสดงบทมหามิตรทันทีส่งปืนใหญ่120มม.ให้พร้อมกระสุนเพียบ
อาวุธจีนมีหลายอย่างที่เรามองดูว่าไม่ดี เช่น รถถัง ที่ทุกวันนี้สังเกตุว่าเราเกือบจะไม่เห็นหน้ารถถัง และรถเกาะจีน เลยในกองทัพไทย
เครื่องบิน ผมเองไม่เชื่อถือเครื่องบินจีน แต่เชื่อไหมว่าไม่นานเราก็ต้องชื้อเครื่องบินจากจีน เพราะบริษัทโบอิงค์ และแอร์บัส มีแผนย้ายฐานมาสร้างในจีนเพิ่มขึ้น เพราะจีนสั่งซื้อเครื่องบินสองค่ายรวมหลายร้อยเครื่องในปีนี้ แน่นอนว่าต่อไป อนาคต จีนเมื่อเข้าสู่ WTO เครื่องบินเหล่านี้อาจจะส่งขายมาเมืองไทย และเอเชียภูมิภาคนี้
ระบบต่อสู้อากาศยานของจีน เหมาะมากสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะประเภทยิงแล้วทิ้ง เพราะมีราคาถูก ระบบจรวดแบบนี้พลยิงจะต้องมั่นซ้อมยิงบ่อยๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ ถ้าเราต้องใช้อาวุธยิงทิ้งแบบนี้จากอเมริกาหรือยุโรปนั้น มันแพงอาจจะซื้อมาแล้วเก็บเข้าตู้เย็น กันบูด กันเน่า ซ้อมยิงแห้งทั้งปี พอเอาออกมายิงจริงเมื่อจำเป็น ยิงกันไม่ถูกไม่ดีเพราะราคาแพงไม่กล้าเอามายิง แต่จรวดจีน ฐานหนึ่งมีมากกว่า ๕ นัด เครื่องบินข้าศึกเข้ามาเราก็ยิงถล่มกันเข้าไป ตายแน่ครับ
โดยส่วนตัวของผม ผมเองก็ไม่ชอบอาวุธจากจีน...แต่คงต้องเปิดใจกว้าง เพราะก็มีบ้างที่ของดีเหมาะกับ "เศรษฐกิจพอเพียง" แบบของไทย
แถม
มะกันโยนทิ้ง เอ็ม16 อ้างล้มเหลวทั้งเวียดนามและอิรัก
เกือบ 40 ปี ที่ปืน M-16 เป็นอาวุธประจำกายของทหารทั้งกองทัพสหรัฐอเมริกา และในกองทัพพันธมิตรทั่วโลก แต่ถึงขณะนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังเร่งพิจารณาถอดถอน ปืน M-16 ออกจากการเป็นอาวุธคู่กายของทหารมะกันแล้ว ด้วยสาเหตุจากความล้มเหลวในการสู้รบ สมรภูมิล่าสุดในอิรักบ่งชี้ว่า การรบประชิดตัวโดยใช้ ปืน M-16 นั้นเกิดปัญหาไร้ประสิทธิภาพหลายประการด้วยกัน
ปืน M-16 รุ่นล่าสุดที่ประจำการใช้งานในอิรักวันนี้คือ M-16 A2 ซึ่งใช้กระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตร มีขนาดความยาวจากปลายลำกล้องถึงพานท้าย ทั้งสิ้น เกือบ 40 นิ้วนั้น เมื่อต้องพกพาในรถลาดตระเวณอย่างรถฮัมวี่ หรือรถลาดตระเวณอื่น ๆ แล้วเกิดการประทะ หรือโดนซุ่มโจมตีในระยะใกล้ จะเกิดการสูญเสียและเกิดความผิดพลาดได้ง่าย
หลังจากการประจัญบานล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2546 ที่ผ่านมา พบว่า M-16 ที่มีความยาวเกือบ 40 นิ้วนี่ เทอะทะ และ หันเหปรับทิศทางการยิงสู้ฝ่ายโจมตีไม่ทันท่วงที ทำให้ทหารต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
นายพลบริก มาร์ติน ผู้บัญชาการกองทัพภาคที่1 ประจำกรุงแบกแดด ได้ให้ความเห็นต่อสำนักข่าวเอพีว่า
" ขนาดของปืนนั้นใหญ่ไป ไม่เหมาะต่อการเคลื่อนตัวเข้า และออกยานยนต์ จากประสบการณ์ของผมพบว่า กองทัพควรจะปรับปรุง ทบทวนประสิทธิภาพของมัน อย่างถี่ถ้วนได้แล้ว "
นอกจากนี้มีรายงานว่า ปืน M-16 ยังมีปัญหาบ่อยครั้งในการใช้งาน เช่น มีการขัดลำกล้อง กลไกติดขัด ซึ่งเกิดขึ้นง่ายในการรบครั้งนี้ในอิรัก ซึ่งเป็นพิ้นที่ ที่มีสมรภูมิแบบฝุ่นทราย
ขณะนี้กองทัพสหรัฐได้พยายามแจกจ่ายปืน M-4 คาร์บิ้น เพื่อแก้ปัญหาและทดแทนปืน M-16 ดังกล่าวแล้วเป็นการชั่วคราว
อนึ่ง ปืน M-4 คาร์บิ้น นั้น มีขนาดลำตัวที่สั้น และกระชับ สะดวกต่อการพกพามากกว่า การเปลี่ยนและบรรจุกระสุนทำได้ง่าย อีกทั้งไกปืนมีลักษณะที่ดีกว่า M-16 ที่ยากต่อการควบคุมการยิงและเกิดอุบัติเหตุปืนลั่นได้ง่ายเกินไป
แต่ทั้งนี้ ปืน M-4 คาร์บิ้น นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับทหารหน่วยที่ต้องประจัญบาน แต่มันกลับถูกออกแบบสำหรับพลขับ หน่วยแพทย์ หน่วยลำเลียง และหน่วยสัมภาระอื่น ๆ ที่เป็นฝ่ายสนับสนุน ซึ่งต่อมาปืนชนิดนี้ได้ถูกจัดให้เป็นอาวุธประจำกายของบรรดา หน่วยพิทักษ์อุทยาน หรือ หน่วยป้องกันภัยอื่น ๆ ในเขตที่ไม่ใช่สมรภูมิรบ ทั้งนี้ด้วยความที่มันมีขนาดสั้น และ ง่ายต่อการพกพามากว่าอาวุธประจำกายในระดับเดียวกัน
นายพลเคิร์ต ฟุลเลอร์ ผู้บัญชาการหน่วยรบประจัญบานประจำอิรักกล่าวว่า
" จากการศึกษาและวิจัยแสดงให้เห็นว่า การรบในอิรักส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตเมือง และ 95 เปอร์เซ็นต์นั้น เป็นการประทะกันในระยะใกล้ ๆ รัศมีการยิงต่ำกว่า 300 ฟุต ซึ่งเป็นระยะที่ปืน ขนาดความยาว 30 นิ้ว อย่าง M-40 คาร์บิ้น มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ยอดเยี่ยม "
อย่างไรก็ตาม ขนาดลำกล้องที่สั้นของ M-4 คาร์บิ้น นั้นทำให้กระสุนที่อยู่ในระดับต่ำลงไปของรังเพลิง มีระยะหวังผลการยิง ลดความแม่นยำลง แถมยังมีปัญหาความร้อนสะสมเมื่อใช้ยิงแบบต่อเนื่อง หรือยิงเป็นชุด (ยช.)
ด้วยเหตุข้างต้น ปืน M-4 คาร์บิ้น จึงยังไม่ใช่อาวุธที่จะมาทดแทนปืน M-16 โดยตรงในขณะนี้
สำหรับอาวุธปืนชนิดใหม่ที่คาดว่าจะมาแทน M-16 คือ อาวุธปืนที่มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า โอไอซีดับบลิว ( OICW ) ซึ่งยังไม่ปรากฎรายงานว่า กองทัพสหรัฐ จะนำอาวุธปืนชนิดใหม่นี้มาประจำการเมื่อใด
ในขณะที่นายทหารระดับบัญชาการในอิรักของกองทัพสหรัฐ ต่างคาดหวังกันว่า อาวุธที่จะเปลี่ยนแทน M-16 นั้น น่าจะถูกส่งมาแจกจ่ายให้หน่วยรบประจัญบาน ให้ทหารราบของตน ได้ใช้งานไวที่สุด เพื่อทดแทน ปืน M-16 และ M-4 ที่กำลังมีปัญหาอย่างยิ่งในขณะนี้
อนึ่ง ปืน M-16 A2 รุ่นปัจจุบันล่าสุดนั้น เป็นปืนที่มีพัฒนาการที่ทิ้งห่าง แตกต่างไปจาก ปืนM-16 รุ่นดั้งเดิม ที่ถูกนำมาใช้ในการทำสงครามเวียดนามอย่างลิบลับ ซึ่งในครั้งนั้น บรรดานายทหารในกองทัพสหรัฐต่างออกมาวิจารณ์กันว่า M-16 ในรุ่นนั้นเปราะบาง ไม่ทนทาน ไม่มีพลังอำนาจการยิง ระยะหวังผลต่ำมาก มีความน่าเชื่อถือแม่นยำระดับกลาง ๆ แค่นั้น
ในตอนนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธของกองทัพสหรัฐได้ให้คำแนะนำว่า ทหารอเมริกันควรเลิกใช้อาวุธปืน M-16s แล้วหันมาติดอาวุธประจำกายด้วยปืน คาลาช์นิคอฟ รุ่น AK-47 แทน ซึ่งปืน AK-47นั้นเป็นปืนที่ทหารเวียดกงใช้ยิงต่อสู่กับทหารอเมริกันในขณะนั้นนั่นเอง
แม้นว่า ปืน M-16 รุ่น A1 ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในยุคต้น ของทศวรรษที่ 80 ซึ่งขณะนั้นถือว่าเป็นอาวุธปืนรุ่นใหม่ ทันสมัยที่สุดในโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธบางคน ออกมาระบุว่า ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของ ปืนM-16 A1 เทียบไม่ติดกับคุณภาพของปืน AK-47 ซึ่งถือเป็นเสมือนปืน"ญาติผู้น้อง " เลยแม้นแต่น้อย
OICW ที่ยังไม่เกิดซักที
J-10 ของจีน
J-10 เป็นเครื่องบินที่จีนได้รับเทคโนโลยีมาจากเครื่อง Lavi ของอิสราเอล ซึ่งเครื่อง Lavi นั้นโดนสหรัฐกดดันจนทำให้ต้องยกเลิกโครงการไป อิสราเอลจึงขายเทคโนโลยีให้จีนไปแทน
-10 นั้นเป็นเครื่องบินแบบพหุบทบาท (Multi Role) ทำได้ทั้งขับไล่ โจมตี ลาดตระเวนแนว ๆ เดียวกับ F-16 จีนไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของระบบเดินอากาศ (Avionic) ออกมา เราจึงได้แต่คาดเดาเอาเท่านั้นว่ามันเจ๋งแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่นเรด้าห์ ซึ่งมี่การระบุไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าใช้เรด้าห์รุ่น ELM-2021 จากอิสราเอล แต่อีกที่หนึ่งบอกว่าใช้KLJ-3 (ประสิทธิภาพคล้าย AN/AGP-66/68 รุ่นแรก ๆ ของสหรัฐ) ซึ่งจีนผลิตเอง ทำให้การประเมินประสิทธิภาพของยังคลุมเครืออยู่ แต่เชื่อกันว่าประสิทธิภาพนั้นน่าจะเทียบได้กับ F-16 C/D Block แรก ๆ เลยทีเดียว
สำหรับเครื่องยนต์นั้นจีนเลือกใช้เครื่อง AL-31FN จากรัสเซีย ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่ใช้กับเครื่อง Su-27/Su-30 MKK ในอนาคตจีนอาจจะติดตั้งเครื่องยนต์ WS-10A (Taihang) ซึ่งจีนพัฒนาเองก็ได้
Cockpit ของ J-10 นั้นดูยังไม่ค่อยน่าประทับใจนักในแง่ของเทคโนโลยีและความทันสมัย ดูจากรูปที่หลุดออกมาทางอินเตอร์เน็ตจะเห็นได้ว่ามีจอแสดงผล liquid crystal multifunction displays (MFD) แสดงผลได้สีเดียวอยู่ 3 จอ ซึ่งดูแล้วยังไม่หรูเท่า FC-1 ด้วยซ้ำและดูแล้วไม่มีเทคโนโลยีอะไรที่แปลกใหม่และทันสมัยนัก อย่างไรก็ตาม J-10 ก็มีจอภาพตรงหน้านักบิน (HUD) และระบบความคุมการบินแบบ Fly-by-wire ซึ่งควบคุมการบินด้วยคอมพิวเตอร์ มีฝาครอบห้องนักบินเป็นฝาโดม 2 ชิ้น ซึ่งแตกต่างจากเครื่องบินรุ่นก่อน ๆ ของจีน ทำให้ทัศนวิศัยดีขึ้นมาก
FC-1 ที่ทางจีนอ้างว่าทัดเทียมF16 A/Bของสหรัฐ
สเตลที่จีนใด้รับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีของรัสเซีย
ของจีนนี่สุดยอดแล้วจะบอกให้
แบบว่าสุดๆอ่ะ
ชอบๆ ถ้าเอามาให้จริงๆนะ
คนใช้มันไม่โง่อ่ะนะ
ตอ่ให้ใช้แบบใบพัดยังสู้ได้เลย
ช่วงยุทธการบ้านร่มเกล้า ลาวใด้รับการสนับสนุนทั้งคิวบา เวียดนาม โซเวียด ไทยตอนนั้นไมมีกนะสุนป์นใหญ่พอ ขอซื้อสหรัฐแต่ไอ้กันบอก กูไม่ขายจีนก็แสดงบทมหามิตรทันทีส่งปืนใหญ่120มม.ให้พร้อมกระสุนเพียบ
นี่แหละมหามิตรที่แท้จริง
ไปซื้อของไอกันของมะกันมันดีจริงก็เถอะใช้ไปก็เกิดความเสียดายจากนั่นก็เอาไปหมัก ไปดองเป็นสิบๆปีคุณพี่เชียงใหม่จะคิดว่ากะไรใช้ของจีนรีบๆใช้ของมันราคาถูก เเม้มันจะเน่า กาก ก็จริงเถอะถูกของคุณพี่ เเต่ เราไม่ต้องเสียเงินงบดุลที่เเพงของกระทรวงกลาโหม ไอผมทำไมไม่รู้คิดว่าผมไม่ฉลาดนักหรอคุณพี่
^
^
^
^
^
^
^ กรุณาช่วยตอบ น้อง ห ก ด ด้วยเพื่อให้ความกระจ่าง
มิงนึกว่าเทคโนโลยีของไอ้กันมันเจ๋งเหรอถ้าเจ๋งจริงทำไมไม่ชนะเวียตนามว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
มันอยู่ที่ต้นทุนในการผลิตและการเก็งกำไร
ของมาจากไหนมันพังหมดและ
ไม่เคยเห็นซื้อ เครื่องบิน มาแล้วใช้ตลอดชีวิต ซักลำ
มันไม่มีคุณภาพหรอก ทำไงได้คนต้องทำมาหาแดก
คุณboi9999ทำผมเหนื่อยอีกแล้ว555
เอาปืนกับเครื่องบินรวมกระทงเดียว
แบ่งตอนก็ดีนะจ๊ะ