โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
กระทงล่าสุดโดย: thanidson


7
คะแนน
 
โดย thanidson เป็นกระทงร้อน 3 เดือนที่แล้ว
 

เขาเคยโดนยิงจนเกือบตาย แต่ก็ยังขอลงไปปฏิบัติหน้าที่ในใต้อีก น่าชื่นชมมาก

คะแนน: 7 ชอบ, 0 ไม่ชอบ

tag: การเมือง ก่อการร้าย ทหาร บทความ โจรใต้ ไทย ไฟใต้

ประเภท: การเมือง

คลับ: รักชาติ

3 บทวิจารณ์  |  3,248 คนอ่าน
 
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

โดย นาวาเอกวิพันธุ์ ชมะโชติ

ท่ามกลางไฟใต้ที่ลุกโชนเหนือพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนมานานนับปี

เจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนหนึ่ง ทั้งที่เป็นทหารตำรวจและฝ่ายปกครอง ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทเสียสละ ไม่หวาดหวั่นต่ออันตรายที่ล้อมรอบเรียงรายอยู่ในทุกตารางนิ้ว

เจ้าหน้าที่หลายคนที่โชคร้ายตกเป็นเหยื่อจึงไม่มีโอกาสได้สัมผัสด้วยตนเองถึง 'เกียรติยศ' และพระมหากรุณาธิคุณอันสูงส่ง ที่พระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งทรงรับรู้ถึงความเป็นไปที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ผู้สละชีวิตเป็นชาติพลี

บางคนเท่านั้นที่โชคดีเหลือล้นและสามารถเฉียดผ่าน 'ความตาย' มาได้อย่างน่าอัศจรรย์

หนึ่งในจำนวนนั้นมีนายทหารนาวิกโยธินแห่งกองทัพเรือที่ชื่อ เรือเอกประทีป อนุมณี รวมอยู่ด้วย

อดีตผู้บังคับกองร้อยทหารราบของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ผู้นี้ เป็นเจ้าของ 'เหรียญกล้าหาญ' จากการปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้ายที่ บ้านดูซงญอ จังหวัดนราธิวาส

ปัจจุบันเขาอยู่ในวัย 38 ปี มียศเป็น 'นาวาโท' และเลือกที่จะกลับไปทำงานในพื้นที่อันตรายอีกครั้งทั้งที่ดินแดนแห่งนั้นเกือบจะคร่าชีวิตของเขาไปแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน

ตำบลดูซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543 ….

อดีตนักเรียนนายเรือรุ่น 87 เรือเอกประทีป อนุมณี และทหารนาวิกฯ ในบังคับบัญชาของเขา ซึ่งปฏิบัติภารกิจร่วมกับทหารพราน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกลาดตระเวนพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

โดยไม่รู้ว่าปรปักษ์กองกำลังกลุ่มก่อการร้าย 'พูโลใหม่' ภายใต้การนำของ 'สะรี ตะโล มีญอ' ซึ่งแตกหนีมาจากการโจมตีกวาดล้างในคืนวันก่อน ได้ 'ซุ่มเงียบ' รอคอยการเข้ามาของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ

ซึ่งไม่กี่อึดใจ ทั่วบริเวณอันสงบเงียบ กลับบังเกิดเสียงกัมปนาทกึกก้องราวกับฟ้าผ่า พร้อมๆ กับเสียงแผดระรัวอื้ออึงของห่ากระสุน

เรือเอกประทีปถูกระดมยิงเข้าใส่ก่อนโดยไม่ทันรู้ตัว แต่เหล่าทหารนาวิกโยธินซึ่งเป็น 'กำลังหลัก' ในการเข้าตี สนับสนุนด้วยทหารพรานและเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รวนเรเสียขบวน

เสียงร้องตะโกนแข่งกับเสียงปืนดังกึกก้องไปทั่ว สิ่งสุดท้ายที่เรือเอกประทีปเห็นและจำได้ระหว่างการปะทะที่ตำบลดูซงญอในวันนั้น คือทหารนาวิกโยธินทั้งหมดได้ติดตามผู้บังคับกองร้อยเข้ายิงประจัญบานกับฝ่ายตรงข้ามในระยะประชิด

แล้วสิ่งที่ทุกคนเห็นในบัดดล คือร่างของเรือเอกประทีปหมุนคว้างลงไปกระแทกพื้น ปืนกระเด็นหลุดจากมือก่อนที่ทุกอย่างในความรู้สึกของเรือเอกประทีปจะดับวูบลง

เรือเอกประทีปไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ไม่กี่อึดใจจากนั้นการปะทะจบสิ้นลงพร้อมด้วย 'ชัยชนะ' ของทหารนาวิกโยธินที่มีเขาเป็นผู้นำ และโจรก่อการร้ายกลุ่มนายสะรี ตาโละ มีญอ ถูกกระสุนเสียชีวิตบริเวณพื้นที่สู้รบจำนวน 4 ศพ และยังหายเข้าไปตายในป่าอีก 2 ศพ

ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเรือเอกประทีปถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลยะลาในสภาพไม่ได้สติ อาการสาหัสจนต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่ก็ไม่มีความหมาย เมื่อคณะแพทย์ที่หาดใหญ่บอกว่าต้องส่งเข้ากรุงเทพฯ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพราะมีเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า

เรือเอกประทีปได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์

เขายังคงสลบไสลไม่ได้สติและอยู่ในสภาพ 'เจ้าชายนิทรา' ต่อไปอีกเดือนเศษก่อนจะลืมตาขึ้นมาเป็นครั้งแรกในวันที่ 16 มีนาคม 2543

พิษสงของกระสุนพุ่งเข้าใส่ศีรษะทำให้เรือเอกประทีปกะโหลกแตกและสูญเสีย 'สมองซีกขวา' ไปบางส่วน

ผลที่ตามมาคือร่างกายซีกซ้ายของเขาอ่อนแรง การพูดและการเคลื่อนไหวช้าลง หูด้านขวาและบริเวณขมับยังคงมีร่องรอยจากบาดแผลปรากฏให้เห็นอย่างถนัดจนถึงปัจจุบัน

เรือเอกประทีปต้องต่อสู้อย่างยาวนาน กินเวลาเกือบ 8 เดือน อีกทั้งยังต้องใช้กำลังกายกำลังใจอย่างยิ่งยวด ที่จะทำให้ตนเองกลับสู่สภาพที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บให้มากที่สุด

วันที่พบกัน..ที่หอประชุมสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง วีรบุรุษจากตำบลดูซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับการเลื่อนยศเป็น 'นาวาตรี' มาแล้วเกือบสองปี และเพิ่งเสร็จจากการเข้ารับประกาศนียบัตรในพิธีจบการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือสดๆ ร้อนๆ

ในฐานะศิษย์เก่า 'สามสมอ' นาวาตรีประทีปได้เปิดเผยแง่มุมชีวิตที่หลายคนอาจไม่นึกฝัน...

วัยเด็กของนาวาตรีประทีป เป็นชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เช่นเดียวกับเด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น

'พ่อ' หัวหน้าครอบครัวถูกเจ้าหน้าที่ของทางการ 'อุ้ม' หายไปจากบ้านด้วยข้อหาเป็น 'แนวร่วม' ของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

'พ่อของผมถูกเจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบสวน ทำให้แม่กับผมและพี่น้องตกใจกลัวกันมาก เราคิดว่าคงจะไม่ได้เห็นหน้าพ่ออีก แต่โชคดีที่พ่อได้กลับมา แต่ก็มีบาดแผลทำให้พ่อมีปัญหาทางด้านสายตามาจนทุกวันนี้'

'พ่อปลอบพวกเราว่าไม่ต้องกลัว ถ้ามีใครมาสอบถามก็ให้พูดไปตามความจริง ถ้าถูกถามว่าบ้านนี้ขายข้าวสารให้ ผกค.หรือเปล่า ก็ให้ตอบว่าเราขายให้กับทุกคนที่มาขอซื้อ เพราะถือว่าทุกคนเป็นคนไทย พ่อของผมยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ทำแต่ความดี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่จะช่วยเหลือผู้อื่น'

'ผมจำได้ว่ามีชาวบ้านหลายครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างเจ้าหน้าที่กับ ผกค. เขตงานบ้านเขาแก้ว ทำให้ต้องอพยพหนีเพื่อความปลอดภัย พ่อของผมก็จัดที่พักให้ใกล้กับยุ้งข้าวของเราพร้อมทั้งเลี้ยงข้าวปลาอาหารด้วยความเต็มใจ'

'ผมเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2512 บ้านอยู่ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พ่อชื่อกฤษณ์ แม่ชื่อหนูขาว มีพี่น้องทั้งหมด 9 คน เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเล็ก 4 คน ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลความเจริญ ผมเติบโตมายุคของการต่อสู้ระหว่างกองกำลังติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับกำลังทหาร ตำรวจ ของฝ่ายรัฐบาลเป็นไปอย่างรุนแรง'

ในยุคนั้นดินแดนด้ามขวาน พัทลุง ตรัง และสตูล ถือได้ว่าเป็น 'เขตอิทธิพล' ของผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะแถบเทือกเขาบรรทัด กลายเป็น 'ตำนาน' แห่งการต่อสู้รบพุ่งระหว่างคนไทยด้วยกัน

เมื่ออายุได้ 10 ขวบ เด็กชายก็ต้องลิ้มรสความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย ช่วงปี 2519 ถึง 2521 ขณะกำลังศึกษาอยู่ในชั้นประถมของโรงเรียนบ้านสวนโหนด

ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยกกำลังเข้าปิดล้อมโจมตีฐานปฏิบัติการของทหารรัฐบาล ทำให้ทุกคนที่อยู่ในฐานถูกสังหารทั้งหมด ต่อมาเจ้าหน้าที่ของทางการยกกำลังเข้าโจมตีฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายในเขตงานบ้านเขาแก้ว อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2523

การสู้รบครั้งนั้นถือเป็น 'ศึกใหญ่' เพราะทางการต้องการกวาดล้างปราบปรามผู้ก่อการร้ายในเขตอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ขั้นเด็ดขาด

อีกทั้งถือเป็นวัน 'เสียงปืนแตก' จึงเลือกเอา วันที่ 7 สิงหาคม เป็นวันดี-เดย์ บรรยากาศในหมู่บ้านเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและหวาดกลัว

เมื่อเด็กชายจบการศึกษาชั้น ป.6 พ่อพาไปสมัครสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดพัทลุง เพื่อเรียนต่อในชั้น ม.1 ในวันแนะนำตัวเด็กชายจำได้ไม่ลืม

'ครูประจำชั้นให้ผมออกไปแนะนำตัว ผมบอกกับทุกคนว่าผมมาจากโรงเรียนบ้านสวนโหนด ตำบลตะแพน อำเภอควนขนุน ครูของผมได้ถามต่อหน้าเพื่อนๆ ร่วมชั้น ว่า 'เธอเป็นลูกคอมมิวนิสต์หรือ' ตั้งแต่นั้นมา ผมจึงได้รับสมญาจากเพื่อนๆ ว่า 'ไอ้ลูกคอมมิวนิสต์'

กว่าจะปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่และเรียนหนังสือได้ดีขึ้นก็หลังจากเปิดเทอมที่สองไปแล้ว

ปี 2529 หนุ่มน้อยประทีปสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารได้ เขาเล่าว่าเข้าไปอยู่เตรียมทหารใหม่ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น นอกจากการพูดสำเนียงทองแดงแบบคนใต้ และความจริงใจที่มีให้กับเพื่อนใหม่

2 ปีต่อมา นักเรียนเตรียมทหารประทีป ก้าวขึ้นเป็นนักเรียนนายเรือ ที่เขาเลือกก็เพราะทหารนาวิกโยธินได้สวมชุดพราง สวมรองเท้าคอมแบต ถือปืนเข้าปะทะกับข้าศึก ดูเป็นชายชาติทหารมาก

หลังเข้ารับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 'ว่าที่เรือตรี' ประทีป ได้รับการบรรจุรับราชการครั้งแรกที่กรมนาวิกโยธิน ก่อนย้ายไปบรรจุในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยปืนเล็กที่หนึ่ง กองพันทหารราบที่ 8 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายกรมหลวงสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา

แล้วนาวิกโยธินหนุ่มก็มีโอกาสออกปฏิบัติราชการสนามครั้งแรก ในฐานะกำลังพลของหน่วยนาวิกโยธินเฉพาะกิจภาคใต้ ทำหน้าที่รองผู้บังคับกองร้อย ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในบ้านสามัคคี ตำบลสุวารี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

'ตอนได้ยินชื่อบ้านสามัคคี ตำบลสุวารี ผมจินตนาการว่าคงจะเป็นหมู่บ้านที่น่าอยู่และมีธรรมชาติสวยงาม เพราะสุวารีแปลว่าสายน้ำ ชาวบ้านแถวนั้นคงจะมีความรักสามัคคีเหมือนชื่อหมู่บ้าน แต่เมื่อไปถึงมันกลับผิดไปจากที่ผมคิดไว้อย่างสิ้นเชิง บรรยากาศของที่นั่นเหมือนกับสมัยที่เป็นนักเรียนนายเรือและเดินทางไปฝึกภาคที่อินโดนีเซียหรือโซมาเลีย เพราะเต็มไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศฟุ้งกระจาย ตำรวจตระเวนชายแดนถือปืนเอชเค เดินรักษาความสงบไปมา เหมือนอยู่ในภาวะสงคราม'

'ชื่อหมู่บ้านสองข้างทาง มันแปลกแปร่งหู เช่น บ้านตะโล๊ะหะลอ บ้านจะกั๊ว และอื่นๆ อีกมากจนจำแทบไม่ไหว'

ที่บ้านสามัคคี กองร้อยนาวิกโยธิน ตั้งฐานบังคับการสร้างด้วยไม้ไผ่หลังคามุงจาก มีอยู่ด้วยกัน 6-7 หลัง

เมื่อนาวิกโยธินหนุ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่นาน เรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น และแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของฝ่ายตรงข้ามอย่างชัดเจน

กล่าวคือในวันรุ่งขึ้นกลุ่มโจรพูโลของนายฮาลียะได้ทิ้งใบปลิวข่มขู่ในหมู่บ้านให้ทางการคืนอาวุธและสิ่งของที่ยึดไป มิฉะนั้นจะฆ่านายอำเภอและเผาโรงเรียนเป็นการตอบโต้

ทางฝ่ายปกครองเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายจึงยอมทำตามคำขู่ โดยไม่แจ้งให้ฝ่ายทหารรู้ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเสียความรู้สึกอย่างมาก จนแม่ทัพภาคที่ 4 ต้องเข้ามาทำความเข้าใจด้วยตนเองในเวลาต่อมา

(ภายหลังนายฮาลียะหัวหน้ากลุ่มปะทะกับทหารและถูกยิงเสียชีวิตในที่สุด)

'นี่อาจจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ใช้อธิบายได้ว่าเหตุใดสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงยากที่จะสงบลงโดยเร็ว'

สำหรับเรือตรีประทีปนั้นปะทะกับฝ่ายตรงข้ามเป็นครั้งแรกเมื่อต้นปี 2541

'ภารกิจของเราในครั้งนั้นคือการซุ่มโจมตีโจรก่อการร้ายขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งมีนายมะ สุไหงบาตู เป็นหัวหน้า เมื่อการปะทะสิ้นสุดลงผลคือพบศพของโจรก่อการร้ายนอนตายพร้อมอาวุธ 2 ศพ'

เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในสมรภูมิจริงของนายทหารหนุ่มจาก 'สามสมอ' ก่อนที่เขาจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเรือเอกประทีปต้องรับผิดชอบ คืองานพัฒนา และงานปราบปราม มีการส่งชุดปฏิบัติการเล็กๆ ชุดละ 8 ถึง 10 คน ออกไปลาดตระเวนตามแผนหรือตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าพื้นที่เป้าหมายนั้นจะอยู่ในป่าลึก บนภูเขา หรืออยู่ในหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงก็ตาม รวมทั้งการลาดตระเวน 'หาข่าว'

ส่วนชีวิตครอบครัวของนาวาตรีประทีป ก็ไม่ได้แตกต่างจากครอบครัวของทหารทั่วไปมากนัก กล่าวคือผู้เป็นสามีต้องออกปฏิบัติราชการสนาม ทิ้งให้ภรรยาและลูกอยู่ในแนวหลัง

การปะทะกับโจรก่อการร้ายที่ผ่านมา แม้นาวาตรีประทีปจะรอดตายราวปาฏิหาริย์ แต่ก็ต้องพักรักษาตัวอยู่นาน และทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

จนในที่สุด ด้วยกำลังใจจากภรรยาและครอบครัว รวมทั้งพ่อและแม่ ทำให้นายทหารนักรบผู้เฉียดความตายผู้นี้สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้เกือบเหมือนเดิมทุกประการ

ผลจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความกล้าหาญ เสียสละตนเองเป็นแบบฉบับของผู้นำ ทำให้นาวาตรีประทีปได้รับการปูนบำเหน็จ 4 ขั้น เลื่อนเงินเดือน 5 ขั้น และได้รับเงินเพื่อการสู้รบ (พสร.) เป็นค่าตอบแทน เช่นเดียวกับผู้ปฏิบัติราชการสนามชายแดน

แต่เหนืออื่นใดและถือเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับเขาคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน 'เหรียญกล้าหาญ' ให้แก่เรือเอกประทีป นายทหารนาวิกโยธินแห่งราชนาวีไทย

ก่อนหน้าจะได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ เรือเอกประทีปได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการดีเด่นของ ศอบต. ในปี 2543 และเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานประกาศเกียรติบัตรพร้อมโล่รางวัล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นอกจากนี้ ยังได้รับการคัดเลือกเป็น 'คนดีศรีสงขลา' โดยมูลนิธิพลเอกเปรมฯ ได้รับเข็มเกียรติคุณจากประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

รวมทั้งได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รับพระราชทาน 'สร้อยคอทองคำ' พร้อมพระเลี่ยมทองจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

เป็นเรื่องที่เรือเอกประทีปภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างหาที่เปรียบมิได้

แม้นาวาตรีประทีปจะวางแผนอนาคตว่าจะรับราชการต่อไปเรื่อยๆ แต่เขาได้พยายามหาความรู้เพิ่มเติม โดยสมัครเรียนปริญญาโทที่สงขลา และสำเร็จการศึกษาอย่างที่ต้องการในที่สุด

ปัจจุบันเจ้าของเหรียญกล้าหาญแห่งดูซงญอ มียศเป็น 'นาวาโท' และกลับไปปฏิบัติราชการสนามในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายข่าว หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ด้วยความหวังว่าสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นจะบรรเทาเบาบางและยุติลงได้ในที่สุด แม้ต้องใช้เวลาอีกนานก็ตาม

ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงว่า ทหารนาวิกโยธินแห่งราชนาวีไทย จะต้องปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจทุกภาคส่วนต่อไป

โดยมีชีวิตเป็นเดิมพันในการปกปักรักษาผืนปฐพีไทย

 

 

ขอบคุณwww.matichon.co.th เหมือนเดิมขอคะแนนด้วยนะ ถ้าผลตอบรับดีจะเอาประวัติของวีรบุรุษทหารกล้ามาโพลสอีก

เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย klm เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
สุดยอดเรยคับ ยังไงเลือดรักชาติของเราก็ข้นกว่าเลือดโจรใต้แหละคับ เอาอิกๆๆๆๆ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย suntaclaus เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
พวกโจร เหรีย ไปลงนรกซะ จะแยกดินแดนทำ
เชียร์อะไร
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย nonkcc101 เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
ป.ล. รูปนี้แฟนผมเองนะครับ
สู้มันๆ

ไอ้พวกโจรใต้มันขี้ขลาดจะตาย

โคตรพ่อโคตรแม่มันก้อไม่ได้ช่วยรบกู้เอกราช

แม่งยังมาแบ่งไปอีก
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้
สมาชิกออนไลน์ล่าสุด

teqila เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
look1 เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
Sunnyboy เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
ช่วงนี้กําลังบ้าดูการ์ตูน
oatrb118 เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
alits... เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
BuH เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
leanback เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
กูเล่นเพลงไทย
REDSTARARMY เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
ชอบเล่นหูหูหูหู
tachike เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
tomd2b เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
อยากได้ดาวจังเลย จะมีใครใจดีให้เรามั้ยหน๋อ


 
  Shout