โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
2 คะแนน
 
โดย บอยห้วยไคร้ เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
ความรักไม่ได้สร้างไดในวันเดียว
 
ชกกัน 20 เมษายน 2551
คะแนน: 3 ชอบ, 1 ไม่ชอบ

tag: คลิป ชกกัน ตำรวจ ตีกัน ต่อยกัน สังคม เถื่อน โรงพัก โหด

ประเภท: สังคมศาสนา
11 บทวิจารณ์  |  17,072 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
วีดีโอคลิป
URL  
Embed  
เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย JARUS เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
555
555
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย midday_love เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
Something never change
ชกกันทำไมอ่ะ ใครรู้บอกหน่อย
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Otemus เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
คนไทยแม่งยอมกันไม่เคยจะได้อะ...
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย konnarak เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
ถึงผมไม่หล่อแต่ผมบ้าพลังคับ
ยังงี่ต้องจับ ดวนปืนกัน
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย เด็กชายโอ๋ เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
มองโลกในแง่ดีสักนิด.. แล้วทุก ๆ อย่างมันจะดีขึ้นเอง..

รายละเอียด... ตามนี้เลยครับผม... แค่ขับรถปาดหน้ากันสิงห์หนุ่ม-เสือเฒ่า เปิดศึกดวลปืน-มีดกลางถนน ทั้งฟันทั้งยิงใส่กันก่อนที่ตร.จะมาห้ามทัพแล้วพาไปโรงพัก ต่างฝ่ายอ้างถูกขับปาดหน้าแล้วชูนิ้วกลางให้ก่อน หนุ่มที่ขับเบนซ์ยอมรับลงมือตบคู่กรณีที่ขับวอลโว่ก่อน แต่ก็ถูกฝ่ายเสือเฒ่าซึ่งเป็นอดีตทหารเรือใช้มีดไล่ฟันจนบาดเจ็บ จนต้องชักปืนออกมาขู่แล้วยิงขึ้นฟ้า เผยหลังมาถึงโรงพักชุลมุนอีกรอบเมื่อลูกชายของอดีตทหารเรือมาถึงอ้างเป็นตร. ไล่ชกหน้าคู่กรณีจนแตกได้รับบาดเจ็บ ตร.จับดำเนินคดีทั้งหมด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 เม.ย. ร.ต.อ. ทนงค์ โศภิษฐิกุล ร้อยเวรสน.บางพลัด รับแจ้งมีอุบัติเหตุมีรถชนกันและเจ้าของรถก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด และปืน บริเวณทางลงอุโมงค์แยกบางพลัด หน้าซอยจรัญสนิทวงศ์ 66/2 แขวงและเขตบางพลัด กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อนถึงทางลงอุโมงค์แยกบางพลัด ฝั่งมุ่งหน้าไปสะพานกรุงธนบุรี พบรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 9ง- 9260 กทม. รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น อี220 ทะเบียน วข-7575 กทม. จอดขวางอยู่กลางถนน และพบคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายคือนายสุรพงษ์ สถิตย์พร อายุ 74 ปี อดีตนายทหารเรือ อยู่บ้านเลขที่ 47/47 หมู่ 1 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เจ้าของรถวอลโว่ และนายสหพัฒน์ อัตตาธรรมกุล อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 99/7 หมู่ 4 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นเจ้าของรถเบนซ์ โดยนายสุรพงษ์ มีรอยฟกช้ำที่บริเวณใบหน้า เสื้อด้านหลังมีรอยฉีกขาด ส่วนนางราตรี สถิตย์พร อายุ 64 ปี ภรรยา ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ฝ่ายนายสหพัฒน์ มีบาดแผลที่บริเวณนิ้วกลางด้านขวาจากรอยมีดบาด โดยมีจ.ส.ต.ทรงวุฒิ เพ็ญภักดิ์กุล ผบ.หมู่งานจราจร คอยห้ามทัพอยู่ พร้อมมอบของกลางคืออาวุธปืนขนาด.32 ของนายสหพัฒน์ และมีดพกเดินป่าลงยันต์ยาวประมาณ 20 ซ.ม. ของนายสุรพงษ์ ให้กับพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่คุมตัวทั้ง 2 ฝ่ายกลับมาสอบสวนที่โรงพัก นายสุรพงษ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากบางกรวยมุ่งหน้าไปย่านพรานนก ระหว่างที่ขับรถอยู่เลนกลางถึงบริเวณหน้าวัดเทพากร รถเบนซ์คู่กรณีที่อยู่เลนซ้ายขับปาดเข้ามาจะแซง ตนจึงรีบเร่งเครื่องขึ้นหน้าไป ปรากฏว่ารถเบนซ์ไม่พอใจขับจี้และบีบแตรไล่ พร้อมชูนิ้วกลางเป็นคำด่า จนมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงรถติด นายสหพัฒน์ ลงจากรถเดินเข้ามาหาจึงลดกระจกเพื่อจะถามว่ามีเรื่องอะไร แต่ยังไม่ทันได้พูดก็ถูกนายสหพัฒน์ ตบที่หน้า 2 ครั้งแล้วเดินกลับไป ทำให้โมโหคว้ามีดในรถเดินตามออกไป แต่ปรากฏว่านายสหพัฒน์ ชักปืนออกมาและยิงใส่ 2 นัด ก่อนเกิดชุลมุนกันจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ตำรวจจะมาระงับเหตุ ด้านนายสหพัฒน์ กลับให้การไปอีกแบบว่า ถูกนายสุรพงษ์ ขับรถจากเลนขวาปาดหน้าในระยะกระชั้นชิดจนต้องเหยียบเบรก และด้วยความไม่พอใจจึงพยายามแซงขึ้นหน้า แต่คู่กรณีก็ไม่ยอมทั้งยังยกนิ้วกลางด่าอีก จนเมื่อรถติดอยู่กลางถนน จึงเดินลงไปหาและถามว่าให้นิ้วกลางทำไม แต่นายสุรพงษ์ กลับตอบว่าแล้วมึงจะทำไม จึงบันดาลโทสะตบเข้าที่ใบหน้าไป 1 ครั้ง และเดินกลับไปที่รถแต่นายสุรพงษ์ ถือมีดมาไล่ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ จึงหยิบปืนพกในรถออกมาขู่ แต่นายสุรพงษ์ ก็ไม่ฟังจึงยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด และเกิดเหตุชุลมุนกันขึ้น ตนพยายามแย่งมีดทำให้ปืนหล่น หลังจากนั้นภรรยา ของนายสุรพงษ์ หยิบปืนออกมาทำท่าจะยิงใส่ โดยนายสุรพงษ์ บอกให้ยิงเลย ตนจึงต้องเข้าแย่งปืนมาจากผู้หญิง จนชุลมุนกันอีก กระทั่งตำรวจมาระงับเหตุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายอยู่บนโรงพัก มีนายอนุสิทธิ์ สถิตย์พร อายุ 47 ปี อ้างว่าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตรายการสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และว่าที่ร.ต.สุรศักดิ์ สถิตย์พร อายุ 44 ปี อาสาสมัครตำรวจบ้าน สน.หนองแขม บุตรชายของนายสุรพงษ์ ตามมาและเข้าไปต่อว่านายสหพัฒน์ และมีการผลักอกชกต่อยกันเล็กน้อย พร้อมประกาศว่า"กูตำรวจเหมือนกัน หากมึงไปแถวหนองแขมมึงเสร็จแน่" หลังตำรวจเข้าแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกันแล้ว กลับเกิดเหตุชุลมุนซ้ำขึ้นอีกเมื่อนายอนุสิทธิ์ ฉวยจังหวะที่ทุกคนกำลังเผลอ ปรี่เข้าไปชกหน้านายสหพัฒน์ 2 ครั้งจนคิ้วแตก เลือดอาบใบหน้า ทำให้กลุ่มผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องช่วยกันห้ามปรามและระงับเหตุการณ์ด้วยความชุลมุน ร.ต.อ.ทนงค์ กล่าวว่าเบื้องต้นได้แจ้งข้อหานายสหพัฒน์ว่า พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาพยายามฆ่าต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง และแจ้งข้อหาแก่นายสุรพงษ์ว่า พกพาอาวุธมีดโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนบุตรชายทั้ง 2 คน ของนายสุรพงษ์แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และจะนำตัวส่งศาลจังหวัดตลิ่งชันในวันที่ 21 เม.ย. เพื่อดำเนินคดีต่อไป ที่มา khaosod.co.th
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย GOOBIG เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
โฮย แย่เว้ย ดูหน้าฝ่ายพ่อคนที่ชกแล้วก็ไม่ใช่เล่น ส่วนไอ้หนุ่มนั้นก็นะ ไม่รู้จะเชื่อใครแต่พอไอ้หนุ่มโดนชกเลยรู้สึกว่า บ้านฝ่ายที่ชกนั้นท่าจะนักเลงทั้งหมด เลยจะเชื่อไอ้หนุ่มและ เพราะมีปืนแต่ไม่ยิงคนยิงขึ้นฟ้าแสดงว่ามันไม่ได้เลวขนาดฆ่าคนได้แต่ถ้าปืนอยู่ฝ่ายชกมีสิทธิ์ยิง จบ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย noter เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
ปลุกสำนึก ปลดปล่อย และปลุกใจ

เจ๋งวะ ชอบ คนบางกรวยเหมือนกันคับ ต้องอย่างงี้คับผม ใจต้องแรง
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย elouis เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆
ดีครับนักเลงจะได้ตาย ห้า ไปให้หมด ดีๆๆๆกรูชอบ น่ายิงกระบาลไอ้แก่แล้วเฉาะกระบาลไอ้หนุ่มจะได้ตาย ห้า กันให้หมด
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Revoltman เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
อืม น่าจะยิงขึ้นฟ้า ถ้ายิงเข้าคนจริงๆ ป่านนี้ตายไปแล้วคับ เท่าที่ฟังดูแล้วฝ่ายที่ขับรถเบนซ์ ดูมีเหตุผลมากกว่า ยังไงก็ดี รอดูผลจะดีกว่าคับ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ter_n_on_board เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
ลงใต้เลยมั้ย
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย อาจารย์เกมส์ เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
รีบช่วยกับอนุรักษ์ป่าเถอะครับ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปกว่านี้
โอ้...นี่หรือเมืองพุทธ -*-
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้
บทวิจารณ์ล่าสุด

bigfish2 @ 1 นาทีที่แล้ว
Take care
กระทง: รูป มาดูกัน
บทวิจารณ์: โอย..อ่อนเลยเรา 555 ผมนึกแล้วว่าต้องเจอ เอท1 555   แต่ของผม(หรือเปล่าไม่รู้)ก็ไม่แพ้นะ โดนใจผมเลย
zaxtole @ 1 นาทีที่แล้ว
เราสามารถหลอกบางคนได้ทุกเวลา หรือหลอกทุกคนได้บางเวลา แต่เราไม่สามรถหลอกทุกคนได้ทุกเวลา
กระทง: คลิป กบแฟดประหลาดมี 3หัว 6ขา
บทวิจารณ์: 2ตัวใหญ่ข้างบนกำลังพยายามแย่งกันผสมพันธุ์กับกบตัวเล็กข้างล่างครับ
เอิร์น @ 1 นาทีที่แล้ว
รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน้อย รักปัดน