เรื่องแนะนำ
Powered by
|
|
คำสั่ง
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
สื่อนอกฉาวลงบทความโจมตีวัดพระบาทน้ำพุอ้างวัดจัดทัวร์โชว์ชะตากรรมคนตาย-ผู้ป่วยเอดส์ใกล้สิ้นลม หวังเรียกเงินบริจาค "พระอลงกต" โต้บทวิจารณ์ เงินบริจาคผู้ป่วยเอดส์โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ยันผู้ป่วยทุกคนได้รับการดูแลอย่างดี ชี้หลักศาสนาต่างกัน ต่างมุมมอง ปัดตอบโต้หวั่นกระทบศรัทธาคนทั้งประเทศ
กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยเอดส์และเด็กกำพร้าของวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นอย่างมาก เมื่อสื่อต่างประเทศตีแผ่บทความของ นายแอนดรูว์ มาร์เชลล์ ชื่อ "ฤาวัดพระพุทธจะเดินซ้ำรอยวัดแห่งความวิบัติ" ลงในไทม์สออนไลน์ จากเดอะ ซันเดย์ ไทม์ส ซึ่งบทความดังกล่าวได้วิพากษ์วิจารณ์และโจมตีวัดพระบาทน้ำพุอย่างรุนแรง โดยอ้างถึงประสบการณ์ร่วมเดินทางทัวร์วัดพระบาทน้ำพุ ที่มุ่งเน้นรับเงินบริจาคจากนักท่องเที่ยวด้วยการใช้ชะตากรรมของผู้ป่วยเอดส์ที่ใกล้สิ้นลมมาเป็นตัวกระตุ้นความสงสารและเห็นใจ เพื่อให้ได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก
นอกจากนี้บทความของนายแอนดรูว์ยังวิจารณ์โจมตีถึงการบริหารจัดการของวัดพระบาทน้ำพุ ในทำนองว่า อยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่า ล้มเหลว สภาพความเป็นอยู่น่าสลดหดหู่ อีกทั้งการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ในเรื่องการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายไมเคิล บาสซาโน่ บาทหลวงอาสาสมัครที่ทำงานอยู่ในวัดพระบาทน้ำพุ เป็นเวลากว่า 2 ปี อีกทั้งบทความดังกล่าวยังตั้งคำถามเกี่ยวกับเงินที่รับบริจาคจำนวนมหาศาลว่า ใครเป็นผู้ดูแลเงินในส่วนนี้กันแน่
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 เมษายน พระครูอุดมประชาทร หรือพระอลงกต ติกขปัญโญ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ กล่าวชี้แจงถึงบทความดังกล่าวในทุกประเด็นว่า เรื่องยอดเงินบริจาคของวัดที่กล่าวอ้างว่า วัดไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขนั้น ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เพราะวัดมีข้อมูล เอกสารเกี่ยวกับรายได้ของวัดที่สามารถตรวจสอบได้ทุกๆ เรื่อง ทั้งในบัญชีและวารสารที่ทางวัดแจกให้สาธารณชนรับทราบ ทั้งนี้ หากมีใครสงสัยสามารถยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการมาที่วัดได้
พระอลงกตชี้แจงถึงยอดเงินบริจาคแต่ละเดือนว่า รายได้จากการบริจาคในแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 4-5 ล้านบาท ทำให้วัดมีสถานการณ์การเงินที่มั่นคงและมีเงินทุนสำรองแล้ว โดยค่าใช้จ่ายของวัดส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารการกิน การดูแลให้การศึกษาเด็กกำพร้า ส่วนคนที่ดูแลกิจการโรคเอดส์เป็นเรื่องของมูลนิธิธรรมรัตน์ ซึ่งมีประธานคณะกรรมการดูแลอย่างเป็นระบบ
ส่วนที่มีการกล่าวอ้างในบทความว่าวัดสร้างศูนย์กีฬา มูลค่า 1.6 ล้านบาท และสลักทางปฏิบัติธรรมขึ้นเขามีข้อเท็จริงอย่างไร พระอลงกตกล่าวว่า การสร้างศูนย์กีฬาดังกล่าวเพื่อให้เด็กกำพร้าได้มีศูนย์ฝึกกีฬา ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเอาเงินวัดไปใช้ แต่เป็นการสนับสนุนจากบริษัท ฮอนด้า ที่ให้งบประมาณในการจัดสร้างจำนวน 16 ล้านบาท ส่วนทางขึ้นเขานั้นใช้งบมากกว่า 8 ล้าน ก็มีเจ้าภาพสร้างบันไดเป็นขั้นๆ ขึ้นไป ซึ่งแต่ละเรื่องวัดจะทำวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจนทุกอย่าง
เมื่อถามว่าบทความของสื่อนอกที่อ้างถึง นายไมเคิล บาสซาโน่ บาทหลวงที่ทำงานกับวัดประมาณ 2 ปี โดยออกมาวิจารณ์การบริหารจัดการของวัดอย่างไร้ประสิทธิภาพ มีข้อเท็จจริงอย่างไร พระอลงกตชี้แจงว่า บาทหลวงคนดังกล่าวเป็นอาสาสมัครที่เข้ามาทำงานในวัดโดยไม่ขอรับค่าตอบแทนใดๆ ก่อนหน้านี้ที่วัดมีอาสาสมัครต่างชาติไม่มาก ส่วนใหญ่จะทำงานลักษณะสั้นๆ ประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์ก็กลับไป แต่ที่ทำงานระยะยาวคือบาทหลวงคนนี้ ทำงานราว 2 ปี แต่เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน บาทหลวงคนดังกล่าวได้ออกจากวัดไป จากนั้นก็ไม่มีโอกาสพบกัน กระทั่งมีบทความดังกล่าวออกมา แต่ก่อนหน้านี้ก็พูดคุยกันดี จึงไม่ทราบว่าบาทหลวงคนดังกล่าวมีความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่คนใดหรือไม่
ส่วนบทความของบาทหลวงที่โจมตีว่าวัดนำร่างของผู้ป่วยมาสตัฟฟ์ เป็นการประจานคนตายนั้น พระอลงกตกล่าวว่า จุดสตัฟฟ์ร่างผู้ป่วยเอดส์ เรียกว่า พิพิธภัณฑ์ชีวิต ซึ่งวัตถุประสงค์ที่วัดจัดทำขึ้นนั้น เพราะต้องการให้ปุถุชนเข้ามาศึกษาและเข้าใจถึงสัจธรรม ให้เห็นความไม่เที่ยงของสังขาร อีกทั้งเรื่องนี้ยังเป็นความประสงค์ของผู้ป่วยทุกคน ที่ตั้งใจว่าจะอุทิศศพให้วัดเพื่อการศึกษา ส่วนเรื่องเตาเผาศพที่สื่อนอกอ้างว่า นำกระดูกผู้ตายมาสลักไว้รอบๆ เพื่อความสวยงามนั้น ขอชี้แจงว่า เตาเผาศพของวัดมีด้วยกัน 8 เตา ส่วนที่มีการแกะสลักเป็นประติมากรรมนั้น เป็นการนำเศษกระดูกเล็กน้อยที่ได้จากการเผามาหล่อรวมกับเรซิ่น โดยทำเป็นรูปผู้ป่วยที่อุ้มลูก ซึ่งกระดูกดังกล่าวส่วนใหญ่จะไม่มีญาติมารับ วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เป็นการศึกษาเช่นกัน
"อาตมามองว่าเป็นเรื่องศาสนา ประเพณีต่างกัน ต่างชาติอาจมองว่าเป็นการประจานผู้ป่วย แต่ทางวัดมองในเรื่องของสัจธรรม ทั้งที่เมื่อเจอกันทีไรบาทหลวงไมเคิลก็บอกว่าดีครับทุกครั้ง ส่วนคนป่วยที่เขาอ้างว่าเราดูแลรักษาไม่ทั่วถึงนั้น อาตมายืนยันว่า ผู้ป่วยทุกคนอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจะให้ยาผู้ป่วยเต็มกำลังและเป็นยาฟรี ผู้ป่วยทุกคนที่กินยาก็แข็งแรงขึ้น ส่วนการรักษาผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการตรวจจากหมอตามวัดนัดหมายทุกครั้ง โดยทางวัดจะจัดรถรับ-ส่งให้แก่ผู้ป่วย" เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าบทความอ้างว่าทางวัดให้ผู้ป่วยบางคนอาศัยในกรงเหล็กห้องน้ำ พระอลงกตกล่าวว่า มีผู้ป่วยบางคนที่ต้องมัดมือเท้าไว้ เพราะมีอาการคลุ้มคลั่ง สติฟั่นเฟือน กรีดข้อมือตาย ดังนั้น วัดจึงต้องหาทางป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยทำร้ายตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นการไม่เข้าใจ ทำให้มองว่าวัดทารุณผู้ป่วย เรื่องนี้ยอมรับว่า ในมุมมองของสื่อนอก วัดทำอะไรก็ผิดหมด เพราะวัดไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชนที่เก็บค่ารักษาแพงๆ ไม่มีเวชภัณฑ์ เครื่องมือที่ทันสมัย และเรื่องที่บุคคลหนึ่งที่ต่างศาสนามาฝังตัวกับเรานานๆ โดยไม่ต้องการค่าตอบแทน ทางวัดก็ตั้งคำถามไว้แต่แรกแล้วว่าต้องการอะไร ซึ่งบาทหลวงที่เข้ามา 2 ปีก็พูดจาดีมาก ไม่เคยบอกให้วัดปรับปรุงอะไร
"ที่ผ่านมายอมรับว่า วัดเคยให้อาสาสมัครต่างชาติเขียนบทความในแง่ลบออกไปจากวัด เป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อเกิดปัญหา ทางมูลนิธิก็ประชุมร่วมกันเพื่อหาทางป้องกัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เสียหายทั้งศาสนาและพระเสียหาย ดังนั้น จึงต้องป้องกันให้ไม่เขาสามารถทำให้ศาสนากระทบกระเทือน บาทหลวงอาจมองว่า เงินทั้งหมดต้องเอาไปให้เอดส์ ขณะที่ต้องดูแลเด็กกำพร้า คนชรา และสุนัขอีก เรื่องแบบนี้ถ้าเราอ่อนไหวและเปราะบาง ก็จะทำให้ศรัทธาของคนทั้งประเทศเสีย จึงอย่าไปโต้ตอบ เพราะจะกลายเป็นเรื่องศาสนา เราทำงานมา 16 ปี คนเห็นทางโทรทัศน์ บาทหลวงมาอยู่กับเรา 2 ปี แต่มาตัดสินเราแบบนี้ ก็แล้วแต่ประชาชนที่จะเชื่อใคร" พระอลงกตกล่าว
ด้านนายชนินทร์เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ในวัดพระบาทน้ำพุ ให้สัมภาษณ์ตอบโต้บทความดังกล่าวทางช่อง 11 ว่า ไม่ทราบว่าสื่อนอกมีเจตนาอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวในวัดพระบาทน้ำพุมีจำนวนมาก ทำให้การดูแลของเจ้าหน้าที่อาจขาดตกบกพร่องไปบ้าง แต่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่และอาสามัครทุกคนให้การดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ ไม่เคยทอดทิ้ง หรือไม่ใสใจตามที่บทความกล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบทความจากสื่อต่างประเทศที่ลงว่า เจ้าหน้าที่วัดพระบาทน้ำพุทารุณผู้ป่วยที่มีอาการคลุ้มคลั่ง มัดมือ มัดเท้า และจับขังใส่กรงนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
"เรื่องนี้เราขอชี้แจงว่า ทางวัดได้สร้างห้องไว้ให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก หรือมีอาการคลุ้มคลั่งพักรักษาตัวโดยเฉพาะ เมื่อเขาหายคลุ้มคลั่ง เราก็นำเขากลับไปพักรักษาตัวตามปกติ ส่วนเรื่องมัดมือมัดเท้ามีความจำเป็นเพราะผู้ป่วยบางคนคลุ้มคลั่งถึงขนาดจะฆ่าตัวตาย ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องทำอย่างนี้ แต่เราก็มีป้ายข้อความชี้แจงไว้ที่ห้อง ซึ่งตรงนี้ฝรั่งอาจไม่เข้าใจ มองว่าเราทารุณผู้ป่วย แต่เขาก็ควรตรวจสอบก่อน ผมยืนยันว่า ที่ผ่านมาวัดพระบาทน้ำพุทำทุกอย่างเพื่อผู้ป่วยทุกคน และทำดีที่สุดแล้ว" นายชนินทร์กล่าว
นายจารุพงษ์พลเดช ผู้ว่าฯ ลพบุรี กล่าวว่า บทความของสื่อต่างชาติที่เขียนโจมตีวัดพระบาทน้ำพุ สร้างความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่สามารถดำเนินการใดๆ ในเรื่องนี้ได้เท่าที่ควร ดังนั้น ต้องขอเวลาตรวจสอบข้อมูลก่อน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ลพบุรี เป็นเวลา 6 เดือน ได้เข้าไปที่วัดพระบาทน้ำพุหลายครั้ง พบว่าไม่มีปัญหาอะไร การดูแลผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่มีผู้ป่วยคนใดออกมาร้องเรียนถึงปัญหาต่างๆ ทั้งนี้ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดคงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว เพราะถือว่าบทความที่สื่อต่างชาติเผยแพร่ออกไปนั้น ทำให้วัดและจังหวัดเสียหาย จึงต้องทำความกระจ่างออกมาสู่สาธารณชน เพราะหากไม่ชัดเจนก็จะเกิดข้อครหาไม่สิ้นสุด
วันเดียวกันนายวิชัย ชัยถาวร ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ซึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของวัดพระบาทน้ำพุ กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาโดยสื่อต่างชาติ โจมตีเจ้าอาวาสและวัดพระบาทน้ำพุเกิดขึ้นเพียงด้านเดียว ไม่มีการสอบถามจากทางวัด ยืนยันว่าทุกอย่างที่เป็นกิจการของวัด สามารถตรวจสอบและอธิบายได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินบริจาค การจัดซื้อจัดสร้างต่างๆ ส่วนเรื่องที่ละเอียดอ่อน คือ พิพิธภัณฑ์ที่นำร่างของผู้เสียชีวิตมาแสดงให้ดูนั้น แนวความคิด ก็คือ การใช้รูปแบบเดียวกันกับครูใหญ่ ที่นำร่างของผู้เสียชีวิตไปแล้วมาเป็นวิทยาทานเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ที่มุ่งเน้นให้ทุกคนตระหนักถึงโรคเอดส์ ซึ่งเรื่องนี้ในสังคมไทยรับกันได้ เข้าใจถึงจุดประสงค์ แต่คนต่างชาติอาจมองเรื่องนี้แบบอ่อนไหว
ขณะที่พญ.ประนอม คำเที่ยง แพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อเอดส์ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุกินยาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการดูแลจากสาธารณสุขจังหวัดมาตลอด อีกทั้งผู้ป่วยทุกคนจะมีบัตร 30 บาทรักษาทุกโรคอยู่แล้ว ทำให้ทางวัดไม่ได้เป็นผู้ออกเงินในส่วนของค่ายาและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการรักษาโรค"เรื่องยารักษาโรคเอดส์ การตรวจเลือด และอื่นๆ ทางสาธารณสุขจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านค่าใช้จ่ายทั้งหมด เนื่องจากสาธารณสุขได้รับงบประมาณมาจากกระทรวงในการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยหนัก ทีมแพทย์จะนำผู้ป่วยเอดส์มารักษาตัวที่โรงพยาบาลทั้งสิ้น ดังนั้น ขอยืนยันได้เลยว่า ผู้ป่วยเอดส์ทุกคนที่อยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ จะได้รับการดูแลอย่างดีจากกระทรวงสาธารณสุขและสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี" พญ.ประนอมกล่าว
ที่มาจาก http://webboard.mthai.com/52/2008-04-23/377367.html ------>
ที่มาจากคมชัดลึก
|
|
|
ขอบคุณครับที่ให้ความกระจ่าง อย่างที่หลวงพ่อกล่าวไว้ นิ่งเฉยก็คือยอมรับ ต้องทำให้ชัดเจนไม่งั้นข้อครหาจะไม่สิ้นสุด ยังไงก็ขอให้หลวงพ่อ อลงกต อย่าได้ท้อแท้นะครับ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป
สื่อต่างประเทศก่อชุ่ยเหลือเกิน มันคงคิดว่าถ้่่าเป็นข่าวฉาวโฉ่ คงได้เงินเยอะสิท่า
กูสงสัยจริงๆ ถ้าคนไทยเป็นคริสต์ ไปหมดแล้วมันจะได้อะไรฟ่ะ จะเจริญเป็นเกาหลีเหรอ...กูว่าไม่
ก่อนจะตัดสินใคร
รีบออกมาขอโทษเลยนะ..................
*-*
ถามว่าในสังคมตอนนี้ หายากไม๊ที่คนเป็นเอดส์จะอยู่ร่วมกับคนปกติ ถึงอยู่ร่วมกันได้แต่ก็ต้องใช้ของแยกกันตลอด แล้วตัวผู้ป่วยเค้ารู้สึกยังไง รู้สึกโดนรังเกียจ อย่างนี้ไปอยู่ที่นั่นดีกว่า
แล้วเค้าเสียตังอยู่ซะที่ไหน อยู่ฟรีกินฟรี มีคนดูแล แล้ววัดจะเอาเงินที่ไหนไม่ใช่มูลนิธิ ฝรั่งแมร่งตกข่าวตกยุค เค้ารับบริจาคกันปาวๆ ทางวัดเค้าก็ต้องหาวิธีเพื่อที่จะให้ดูแลผู่ป่วยพวกนี้ได้ทั่วถึง
จะให้ไปนอนอยู่ข้างถนนหรือยังไง? เค้าให้ไปศึกษา ใครเคยไปจะเห็นมีผู้ป่วยที่ตายไปแล้วเค้ายังอุทิศร่างกายของเค้าไว้ให้คนที่มีชีวิตได้ศึกษา
ได้รู้ถึงผลร้าย ว่า"รักสนุก จะทุกข์สงัด"
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก