เรื่องแนะนำ
Powered by
|
|
คำสั่ง
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ตอนนั้นชาวพุทธบางท่านได้ไปพบเอกสารของคริสต์จากองค์กรที่เรียกว่า สำนักราชเลขาธิการเพื่อปฏิบัติต่อคนที่มิใช่ชาวคริสต์ (Secretariat for non - christians) เป็นเอกสารลับ ซึ่งเขาใช้สำหรับสื่อกัน ระหว่างพวกบิชอพคาทอลิกที่ทำงานอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในเอกสารนี้มีนโยบายใหม่ของคาทอลิก ที่จะปฏิบัติต่อศาสนาอื่น ๆ ทำให้รู้ว่าเวลานี้ทางคาทอลิกได้เปลี่ยนนโยบาย เพราะก่อนหน้านี้พวกบาทหลวงเวลาเผยแพร่ศาสนา จะใช้วิธีพูดจารุนแรง คำว่าโจมตี ก็ได้เปลี่ยนแปลงในทางที่เข้ามาเป็นมิตร
เอกสารลับดังกล่าวนี้สืบเนื่องมาจาก การประชุมมหาสมัชชาวาติกัน ครั้งที่ ๒ (Vatican Council 2) ที่ประชุมกันเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๒ - ๑๙๖๕ (พ.ศ. ๒๕๐๕ - ๒๕๐๘) แต่เรามาพบหลังจากนั้นนานจึงรู้ว่าเขาเปลี่ยนนโยบาย เข้ามาสัมพันธ์กับชาวพุทธอย่างดี แม่แต่ที่กรมการศาสนา ก็ถึงกับตั้งเป็นหน่วยงาน เรียกว่า ศูนย์ศาสนสัมพันธ์ แปลมาจากคำว่า Dialogue เพื่อให้ทางคริสต์ทางพุทธอะไรต่าง ๆ ได้มาประสาน และมีความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ในเมืองไทยศาสนาคริสต์เข้ามาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราวสามร้อยปีมาแล้ว จนถึงปัจจุบันมีคนไปเป็นคริสต์อยู่เพียง แสนกว่าคนถือว่าไม่ได้ผลเลย จึงต้องหันมาใช้วิธี dialogue ให้มีการวิสาสะกันใช้วิธีผสมกลมกลืน (Assimilalion) ในเอกสารที่เป็น Bulletin มีบอกหมดว่าประเทศไทยเวลานี้มีสถานการณ์อย่างไร องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก พุทธสมาคม ทำงานได้ผลหรือไม่ พระสงฆ์เป็นอย่างไร ชาวไทยเป็นอย่างไร เขาควรจะปฏิบัติอย่างไรจึงจะให้ผลดี เริ่มตั้งแต่ในแง่คำสอนทางศาสนา ก็ให้คนเก่าของคริสต์ไปเรียนหลักธรรมของพระพุทธศาสนา แล้วเอามาใช้ในคริสตศาสนา ตลอดจนพิธีกรรมต่าง ๆ ก็นำมาใช้เช่นชาวคริสต์ทอดผ้าป่า พยายามใช้วิธีบวชแบบพุทธ มีการขานนาคมีคู่สวด อันไหนได้ผลก็ทำต่อ อันไหนไม่ได้ผลก็เลิกไป นอกจากนั้นยังนำเอาแบบแผนทางสถาปัตยกรรมไปใช้ โดยออกแบบให้คล้ายแบบไทยและเป็นแบบพุทธ มีการนำเอาโต๊ะหมู่บูชาไปใช้
บาทหลวงคริสต์เอานิพพานเป็นอัตตา เพื่อให้พุทธศาสนากลายเป็นคำบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้า
นอกจากภาคปฎิบัติแล้ว เราก็พบในแง่คำสอน เขาวางวิธีเอาหลักธรรมของพระพุทธศาสนาไปอธิบายแบบคริสต์ เป็นการครอบคือ เอาพุทธไปไว้ข้างใน แล้วเอาคริสต์เป็นใหญ่คลุมไว้ทั้งหมด ให้พระพุทธเจ้าเป็นคนที่พระเจ้าส่งมา บอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นประกาศก ที่พระผู้เป็นเจ้าส่งมา เพื่อเตรียมชาวตะวันออกไว้ต้อนรับพระเยซู
อนัตตาเขาบอกว่าคริสต์ก็มี สรุปได้ความว่า พระพุทธเจ้าสอนไปได้ถึงแค่อนัตตา คือสอนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จบแค่นั้น ต้องอาศัยรอพระเยซูมาสอนอัตตาอีกทีหนึ่ง ตำแหน่งสูงสุดทางศาสนาพุทธ(พระสังฆราช) ก็ถูกนำไปใช้ ในทางตำแหน่งที่รองๆลงไปทางคริสตศาสนา
................นอกจากภาคปฎิบัติแล้ว เราก็พบในแง่คำสอน เขาวางวิธีเอาหลักธรรมของพระพุทธศาสนาไปอธิบายแบบคริสต์ เป็นการครอบคือ เอาพุทธไปไว้ข้างใน แล้วเอาคริสต์เป็นใหญ่คลุมไว้ทั้งหมด ..........ฯลฯ......
ศาสนาคริสต์จะรู้สึกเช่นไร ถ้าต่อไป เราจะเรียก เณรน้อย ของทางศาสนาพุทธ ว่า "ท่านพระคาร์ดินัน" (พระ)
หรือ เรียก เจ้าอาวาสว่า "ท่านสันตปาปา วัด...ดอน.."
หรือ เรียก เด็กวัด ว่า "โป๊ป..มาช่วยถือปิ่นโตหน่อยนะ" เป็นต้น
ทางศาสนาคริต์ก็คง ต้องคิดได้ว่า ไม่เป็นไร ใช่ไหมครับ เพราะใช้พระสงฆ์ พระสังฆราช ธรรมะ วัด บวช สามเณร ฯลฯ เช่นกัน
เข้าดูที่เวปไซเหล่านี้ครับมันคือหลักฐานภัยเงียบของชาวพุทธ
http://www.catholic.or.th/
http://www.angelfire.com/wi/catholicthai/saints.html
เข้าดูที่ หัวข้อ "มรณสักขี" และ "ธรรมสักขี"
http://www.catholic.or.th/archive/archbkk/phone/
http://www.catholic.or.th/archive/archbkk/church/
http://www.catholic.or.th/events/news/news07/v.html
http://www.catholic.or.th/default.html
มีหัวข้อสายด่วนพระสงฆ์ มีธรรมะ วัด มีสังฆราช
http://www.catholic.or.th/cgi-bin/index.pl?board=pray&action=display&num=1150772687
มีหัวข้อ "ขอเชิญร่วมแสดงความยินดีกับพระสังฆราชใหม่"
หากชาวคริสดูแล้วช่วยอธิบายทีเพราะอะไร ผมไม่เจตนายุยงเพียงแต่สงสัย
|
|
เรื่องใหม่ๆ (คะแนนไม่ถึง 3)
|
ถูกของคุณ boi9999 ครับ เราไม่ควรกล่าวว่าใครครับ
ต้องใช้หนึ่งในบารมีทั้ง สิบทัศครับ
"อุเบกขาบารมี"
เราไม่ควร
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก