เรื่องแนะนำ
Powered by
|
ภาพประกอบ
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จดำรงสิริราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๙ จนถึงปัจจุบัน ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ในทุกด้านด้วยตั้งพระราชปณิธานมั่นว่า จะทรงอุทิศพระองค์เพื่อบำเพ็ญพระราชกรณียกิจที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นของพสกนิกร และประเทศชาติเป็นสำคัญ พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติจึงครอบคลุมไปทั่วทุกภูมิภาค ทรงเยี่ยมราษฎรทุกจังหวัด-ทุกภาคทั่วประเทศและเสด็จฯ เยือนต่างประเทศเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ในฐานะองค์พระประมุขของชาติ ส่วนในด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นที่ทราบกันดีว่าพระองค์ทรงเป็นนักดนตรี จิตรกร นักถ่ายภาพ นักคิดนักประดิษฐ์ นักกีฬาเรือใบ นักประชาสัมพันธ์ นักสังคมสังเคราะห์ นักการทูตและสถาปนิก
พระองค์สนพระราชหฤทัยด้านศิลปะเป็นพิเศษ ได้ทรงงานทางทัศนศิลป์ไว้หลายประเภท งานศิลปะฝีพระหัตถ์กล่าวได้โดยสังเขป คือ
ในด้านศิลปะการเขียนภาพ (จิตรกรรม) ทรงเริ่มสนพระราชหฤทัยเขียนภาพโดยการฝึกเขียนเอง ทรงซื้อตำรามาศึกษาค้นคว้า (ประมาณพุทธศักราช ๒๔๘๐ - ๒๔๘๘) เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ก็เริ่มทรงเขียนภาพตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๒ ถึงพุทธศักราช ๒๕๑๐ มีผลงานด้านจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ถึง ๑๐๗ ภาพ ปลายพู่กันของแต่ละภาพทรงใช้พระนามย่อว่า "ภ.อ."
การถ่ายรูป การเล่นกล้องถ่ายภาพยนตร์ และการถ่ายภาพสไลด์ ก็เป็นงานอดิเรกที่โปรดมาก พระองค์สนพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อครั้งดำรงพระฐานันดรศักดิ์เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ตามเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชนิวัติประเทศไทยคราวใดก็จะเห็นพระองค์ทรงสะพายกล้องถ่ายรูปบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ทุกแห่งที่ได้เสด็จฯ ไป เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ก็ทรงฉายพระรูปสมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และบันทึกภาพประชาชน ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในระหว่างทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ
งานช่างและการดนตรีเป็นศิลปะที่โปรดมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โปรดการสร้างหุ่นจำลองเรือรบ เรือใบ ประดิษฐ์ของเล่นเมื่อครั้งเสด็จฯ นิวัติกรุงเทพฯ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ทรงจำลองเรือรบหลวงศรีอยุธยา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๗ พระองค์สนพระราชหฤทัยกีฬาเรือใบ ทรงต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง โดยมีอู่ต่อเรือและสระทดลองเล่นเรือภายในสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทรงต่อเรือใบประเภทโอเค หรือใบประเภทม็อธ และเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ ทรงใช้เรือที่ต่อเองในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ เมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐ ทรงเป็นผู้ชนะเลิศกีฬาเรือใบประเภทโอเค ในครั้งนั้นและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทอง
ในด้านศิลปะงานช่างประติมากรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยและทรงงานศิลปะฝีพระหัตถ์ด้านนี้ระหว่างพุทธศักราช ๒๕๐๘ - ๒๕๑๐ โดยมีนายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นที่ปรึกษาและถวายงาน ผลงานด้านประติมากรรมคือ พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รูปปั้นหญิงนั่งคุกเข่า พระพุทธนวราชบพิตร และพระพิมพ์ส่วนพระองค์
ส่วนการพระราชนิพนธ์เพลงและทรงดนตรีนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเป็นพิเศษตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงพระฐานันดรศักดิ์เป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ขณะทรงศึกษาอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงศึกษาวิชาดนตรีจากหนังสือ ทรงฝึกเครื่องดนตรี และทรงมีพระอาจารย์ถวายคำแนะนำ โปรดเครื่องดนตรีประเภทเป่า เช่น แซกโซโฟน คลาริเน็ต ทรัมเป็ต ทรงฝึกตามแบบฉบับการศึกษาดนตรีอย่างแท้จริง คือฝึกตามโน้ตบรรเลงแบบคลาสสิค ทรงโปรดดนตรีแจ๊ส ภายหลังเมื่อขึ้นครองราชย์แล้วทรงเปียโนเพิ่มขึ้นเพื่อทรงใช้ประกอบการพระราชนิพนธ์เพลง ทรงเชิญนักดนตรีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมบรรเลงและแต่งเพลงสมัครเล่น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๗ ได้มีการอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ไปบรรเลง ณ คอนเสริต์ฮออล์ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย รัฐบาลออสเตรียได้ส่งกระจายเสียงเพลงและเสนอข่าวทั่วประเทศ ในครั้งนี้รัฐบาลออสเตรีย ได้ถวายพระเกียรติให้ทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา
ผลงานศิลปะฝีพระหัตถ์ทั้ง ๕ สาขาที่กล่าวมาโดยสังเขปนี้ มีเป็นจำนวนมากและทรงคุณค่ายิ่ง ทรงเป็นศิลปินโดยแท้ มิได้เพียงสมัครเล่น พระราชอัจฉริยภาพดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ชัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนาทูลเกล้าฯ ถวายพระเกียรติให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์เป็นอันดับที่ ๒๑ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๗ มหาวิทยาลัยศิลปากรทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจิตรกรรม พุทธศักราช ๒๕๐๘ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาว่าทรงเป็น "อัครศิลปิน" เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๙ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ดนตรี) เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๐
|
|
|
หลานตา
ตามปกติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระอัยกาธิราชจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเยี่ยมพระเจ้าหลานเธออยู่มิได้ขาด คราวใดที่เสด็จฯ มาเห็น “หลานตา” กำลังน่ารัก จะทรงบันทึกภาพพระอิริยาบถที่น่าเอ็นดูไว้เสมอ
เกี่ยวกับฟิล์มที่ทรงใช้ ก็พอดีกับช่วงนั้นเป็นเวลาที่ตลาดฟิล์มยุคใหม่ผลิตฟิล์มไวแสงได้มากตั้งแต่ ๘๐๐–๑,๐๐๐ ISO จึงทรงทดลองใช้ก่อนนักถ่ายภาพทั่วไปในครั้งนั้น ทรงถ่ายภาพอย่างมั่นพระราชหฤทัย โดยมิต้องทรงใช้แสงสว่างพิเศษใดๆ มาช่วย ทรงบันทึกพระอิริยาบถน่ารักต่างๆ ของพระเจ้าหลานเธอเป็นภาพตามธรรมชาติมีชีวิตและล้วนแต่เป็นศิลปะ...."หลานตาน่ารัก”
พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครึ่งพระองค์ ทรงปั้นด้วยดินน้ำมัน ความสูง ๑๒ นิ้ว ต่อมาได้มีพระบรมราชานุญาตให้ทำแม่พิมพ์หล่อเป็นปูนปลาสเตอร์
เงาพิศวง
ดูที่พื้นน้ำและเงานั้น จะเห็นพริ้วพรายกระเพื่อมไหวเป็นลายริ้วอย่างน่าประหลาด เงา...เงาบนผิวน้ำแน่ ๆ แต่แปลกตากว่าที่เคยเห็น ทำไมจึงมีเงาซ้อนเงา แสงซ้อนแสงรวมอยู่ด้วยกัน น่าพิศวงแท้ ๆ นี่คือศิลปะของเงาสวยอันเป็นความสวยพิเศษของภาพนี้
คราวที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่ทรงพระดำเนินขึ้นจากบ่อสรงน้ำ เวลานั้นอากาศแจ่มแจ้ง แสงแดดกำลังส่องจ้า ทอดพระเนตรเห็นเงาของพระองค์เองกับเงาของต้นไม้ทอดลงไปในผิวน้ำ พริ้วน้ำกำลังเต้นระริกด้วยแรงลม ทำให้เกิดลวดลายผสมประสานกันอย่างประหลาด เพราะในแสงสว่างยังมีแสงซ้อนกันเป็นริ้ว ๆ ในเงาก็ยังมีเงาเป็นลวดลายสีหนักสีเบาสลับกัน
ด้วยความสนพระราชหฤทัย จึงทรงถ่ายภาพไว้ทันที แต่ตรงที่ทรงยืนอยู่นั้นทรงถ่ายภาพไม่ถนัดนัก ถึงกระนั้นด้วยพระราชอุตสาหะอย่างแรงกล้า จึงทรงใช้พระหัตถ์ซ้ายจับต้นปาล์มไว้ส่วนพระหัตถ์ขวาทรงจับกล้องถ่ายภาพและทรงลั่นชัตเตอร์ได้ อย่างแน่พระทัย...."ศิลป์เงาสวย” อันล้ำค่าจึงได้ปรากฎขึ้น
หลวงปู่ยังอยู่กับเรา
๑๖ มกราคม ๒๕๒๕ เสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการหลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ เวลาที่มีพระราชปฏิสันถารอยู่กับหลวงปู่อยู่นั้น มักทรงเตรียมกล้องถ่ายภาพกับไฟแฟลชพร้อมไว้เสมอ พอทรงเห็นหลวงปู่ทำท่าทีได้เหมาะดี จะทรงถ่ายภาพไว้โดยมิต้องทรงนิมนต์หลวงปู่ให้รู้ตัว
การถ่ายภาพผู้ใดโดยมิต้องบอกให้ผู้ถูกถ่ายเตรียมตัวหรือจัดท่าทางไว้ก่อนนั้น เรียกกันว่า การถ่ายภาพทีเผลอ (Candid Photography) การถ่ายภาพแบบนี้ทรงถนัดจัดเจนมานักต่อนักแล้ว ด้วยเหตุนี้ภาพที่ทรงถ่ายไว้จึงดูคล้ายมีชีวิต รู้สึกเหมือนเคลื่อนไหวได้ ทั้งสวยงามและถูกต้องตามหลักศิลปะด้วย
ภาพหลวงปู่แหวนประพรมน้ำพระพุทธมนต์และสวดมนต์ถวายพระพร ทั้งสองภาพนี้ดูไปแล้วจะรู้สึกเหมือนกับว่าหลวงปู่ยังมีชีวิต “หลวงปู่ยังอยู่กับเรา” ดูภาพหลวงปู่เมื่อใดก็เท่ากับได้กราบขอพรและรับน้ำมนต์จากหลวงปู่เมื่อนั้น
พระพิมพ์ส่วนพระองค์ซึ่งทรงหล่อด้วยพระองค์เอง บรรจุอยู่ที่ฐานบัวหงายด้านหน้าขององคพระพุทธนวราชบพิตร
ในสวนดอกไม้
ที่สวนดอกไม้หน้าพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยทูลกระหม่อมน้อยและทูลกระหม่อมเล็ก ประทับอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้ สามพระองค์ทรงยืนเรียงกันอยู่อย่างงดงามน่าชื่นชม ทรงใช้เลนส์ถ่ายไกล (Telephoto lens) ทรงปรับระยะชัดเน้นเด่นเฉพาะสามพระองค์ ที่ฉากด้านหน้าพร่าและด้านหลังมัวเป็นความพร่ามัวอย่างเป็นศิลป์ ด้วยเป็นฉากสีเหลืองเขียวพราวราวกับภาพวาด นี่คือศิลปะการถ่ายภาพบุคคลอย่างถูกต้องแท้จริงทรงแสดงพระปรีชาสามารถพิเศษอีกประการหนึ่ง ให้สังเกตดอกกุหลาบสีเหลืองที่เป็นฉากด้านหน้า กุหลาบนี้มีสีคล้ายกับสีฉลองพระองค์ของสมเด็จพระเทพรัตน์ ฯ ถ้าทรงใช้มุมที่มีกุหลาบซ้อนตรงฉลองพระองค์ สีก็จะกลืนกันไป แต่พอทรงเคลื่อนมุมให้กุหลาบเหลืองซ้อนอยู่เบื้องหน้าฉลองพระองค์ของสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ฯ สีเหลืองของกุหลาบกับสีฟ้าน้ำเงินของฉลองพระองค์ตัดกันสดใสจับตาขึ้นมาทันที นี่คือศิลปะการเลือกคู่สีที่มีคุณค่า อันเป็นพระปรีชาสามารถที่ละเอียดประณีตอย่างวิเศษเฉพาะพระองค์
รูปปั้นผู้หญิงเปลือยนั่งคุกเข่า ทรงปั้นด้วยดินน้ำมัน ความสูง ๙
หนุมานทหารเอก
ตามปกติถ้าเสด็จพระราชดำเนินวัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นการส่วนพระองค์แล้ว จะทรงพอพระราชหฤทัยที่จะเสด็จทอดพระเนตรจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ที่ระเบียงพระอุโบสถอยู่เสมอ โดยเฉพาะจะทอดพระเนตรความเก่งกล้าสามารถของหนุมาน ซึ่งเป็นทหารเอกของพระรามและทรงถ่ายภาพไว้ทุกครั้ง
ภาพหนึ่งอยู่บนฝาผนังห้องที่ ๑๕๔ ตอนหนุมานนิมิตกายให้ใหญ่ แล้วทอดกายเป็นสะพานให้กองทัพพระพรตข้ามมหาสมุทรกลับกรุงศรีอยุธยา เป็นภาพฝีมือนายสวงษ์ ทิมอุดม เขียนไว้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓
ยิ้มรับเสด็จ
เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวไทยอิสลาม ณ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ระหว่างทางที่ทรงพระดำเนินกลับ ผ่านชาวบ้านผู้หนึ่งในระยะใกล้ๆ แสดงความดีใจที่ได้เฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด จึงกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างเต็มที่ การยิ้มแย้มแจ่มใสนี้เป็นที่ต้องพระราชหฤทัยยิ่งนัก
ในทันทีทันใด ทรงใช้กล้องคู่พระหัตถ์เตรียมถ่ายภาพไว้ แต่เนื่องด้วยขณะนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำมากแล้ว ตรงที่ชาวบ้านคนนี้ยืนอยู่จึงมีแสงสว่างอ่อนสลัวทำให้ลำบากที่จะทรงถ่ายภาพ ด้วยเหตุนี้จึงทรงใช้วิธีพิเศษด้วยการทรงตั้งชัตเตอร์ที่ B และขณะที่ทรงกดชัตเตอร์ค้างไว้ก็โปรดให้ช่างภาพส่วนพระองค์ที่ตามเสด็จอย่างใกล้ชิด กดไฟแฟลชช่วย พอแสงแฟลชสว่างแวบก็เป็นอันเรียบร้อย ทรงได้ภาพอย่างแจ่มชัดสดใสและเป็นภาพรอยยิ้มอย่างมีชีวิตเหมือนที่เห็นอยู่นี้
อันเทคนิควิธีที่ทรงใช้ไฟแฟลชเปิดแสงนอกกล้องแบบนี้ตามภาษาทางวิชาการเรียกว่า Open flash เป็นศิลปะการถ่ายภาพระดับสูง ซึ่งน้อยคนจะรู้จักและถ่ายทำกันได้
นอกจากรอยยิ้มอย่างมีชีวิตแล้ว ขอให้ดูกันให้ละเอียดต่อไปอีกว่า ชาวบ้านผู้นี้เป็นคนดำ ถ้าอยู่กับฉากดำตัวคนก็จะจมมืด แต่บังเอิญเขาใส่เสื้อสีชมพูอ่อนผ้าโพกศีรษะขาว พอได้แสงไฟแฟลชจึงเหมือนยืนอยู่กลางแดดจ้าในฉากหลังสีดำมืด ภาพจึงดูเด่น ทั้งดำทั้งเด่นเหมือนจะมีชีวิตและเดินออกมาพูดคุยกันได้ ยิ้มยอดจริงๆ
ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยคะ...>.<
ปล.ขอดาวคะ..=w=
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก