9 คะแนน
 

บทความ ความจงรักภักดีแบบสนธิ ลิ้มทองกุล

โดย คนภูเก็ต เป็นกระทงร้อน 1 ปีที่แล้ว
เป็นบทความคัดลอกมาจากเว็บไซต์ไฮทักษิณ เห็นว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เลยนำมาฝากกันครับ
คะแนน: 15 ชอบ, 6 ไม่ชอบ

tag: บทความ การเมือง

ประเภท: การเมือง
31 บทวิจารณ์  |  7,678 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share เว็บฝรั่ง
Share เว็บไทย
Exteen
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ราวต้นปี 2549 ผมได้อ่านบทความชิ้นหนึ่งใน เวปไซต์ pantip.com ที่เขียนโดย Mr.PaPa เรื่อง “ความจงรักภักดีแบบสนธิ ลิ้มทองกุล” ซึ่งเป็นบทความที่ดีที่สุดบทความหนึ่งที่ผมเคยอ่านมาในห้วงเวลานับแต่ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤติ เพราะ พิษสงของปากและเชื้อร้ายในน้ำลายของสนธิ ลิ้มทองกุล ที่แพร่เชื้อโรคทำลายความเข้มแข็งของประเทศไทย ให้กลายเป็นประเทศที่อ่อนแอ กลายเป็นขี้โรคแห่งเอเชีย อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ

บทความ เรื่อง ความจงรักภักดีแบบสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เขียนโดย Mr.PaPa ถูกนำไปเผยแพร่ ถ่ายทอด กระจายออกไปในหลายเวปไซต์ ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่ง ซึ่งผมไม่ทราบว่ามากหรือน้อย หูตาสว่างขึ้นเหมือนกับที่ผมเป็น (ผมเชื่ออย่างนั้น) แต่ผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่ หลงเชื่อหัวปักหัวปำกับทุกคำที่สนธิ ลิ้มทองกุล พูด ก็คงไม่มีประโยชน์อันใด ไม่ว่าจะอ่านกี่เที่ยวกี่หน เพราะคนที่เดินตามสนธิ ไม่ได้ใช้เหตุผล แต่ใช้อารมณ์และความเชื่อเป็นธงนำ

Mr.PaPa เขียนไว้เกือบ 2 ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าหลายเรื่องที่อยู่ในบทความดังกล่าว จะมีความใกล้เคียง คล้ายคลึง กับคำพิพากษาของศาล ที่ตัดสินจำคุกสนธิ ลิ้มทองกุล 3 ปี ไม่รอลงอาญา โดยเฉพาะประเด็น สนธิ ลิ้มทองกุล ใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมือ และอาวุธ ทำร้ายนายกฯทักษิณ ชินวัตร และทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

Mr.PaPa เขียนไว้ด้วยว่าหากประชาชนหลงเชื่อและเดินตาม สนธิ ลิ้มทองกุล โดยไม่ใช้พิจารณาให้ถ่องแท้ว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก แผ่นดินไทยก็จะแตกแยกและลุกเป็นไฟได้ไม่ยากนัก ซึ่งคำพิพากษาของศาล ก็ชี้ให้เห็นว่าการก่อม็อบขับไล่นายกฯทักษิณ คือ ต้นเหตุที่ทำให้ประเทศไทยไม่สงบเรียบร้อย และเกิดความแตกแยกอย่างใหญ่หลวงชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

คำพิพากษาจำคุก สนธิ ลิ้มทองกุล 3 ปี ไม่รอลงอาญา น่าจะเป็นโทษสถานเบา เมื่อเทียบกับความพินาศฉิบหายของประเทศชาติ ที่ต้องประสบอยู่ในขณะนี้ อันมีเหตุมาจากการปลุกระดมประชาชนของสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ทำให้ประเทศแตกแยก และก่อให้เกิดวิกฤติที่สุดในโลก โดยการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่คนไทยทั้งชาติทั้งแผ่นดินเคารพเทิดทูน เพื่อประ โยชน์ทางการเมืองของตนเองเพียงผู้เดียว

Mr.PaPa เขียนไว้เมื่อต้นปี 2549 ซึ่งผ่านมาแล้ว เกือบ 2 ปี ว่าอย่างไร ผมอยากให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกครั้ง ว่า ความจงรักภักดีแบบสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเช่นไร

………………………………………

อาวุธประการสำคัญที่ สนธิ ลิ้มทองกุล ใช้หมายประหัตประหาร ไล่ล่าทักษิณ ชินวัตร มาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง เกือบ 1 ปีเต็ม ก็คือ “ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” ที่สนธิ อวดอ้างว่าเขามีมากกว่า ทักษิณ ชินวัตร

สนธิ ใช้ “ความจงรักภักดี” เป็นอาวุธ และ ประกาศจุดยืนแห่งชีวิตว่า จะทำทุกอย่างเพื่อกำจัดทักษิณ ชินวัตร ออกไปจากการเมืองไทย และประเทศไทย ไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีก เพื่อปกป้องในหลวง และสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งกล่าวหาว่า ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ไม่จงรักภักดี และ ไม่เคารพพระมหากษัตริย์

แต่ทว่าพฤติกรรมที่สำแดงออกถึงความจงรักภักดีของสนธิ ลิ้มทองกุล ในห้วงเวลา 8-9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสนธิ ก่อให้เกิดวิกฤต และความแตกแยกครั้งใหญ่ในประเทศไทย ปลุกระดมให้ประชาชนคนไทยแตกแยก ขัดแย้งกันเอง จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงต้องระงับเหตุด้วยพระองค์เอง ก่อนที่จะบานปลาย และประชาชนบางส่วนจะหลงผิด ไปมากกว่านี้ เป็นพฤติกรรมของผู้จงรักภักดีที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง แต่สมควรจะกระทำตามหรือไม่ เป็นเรื่องที่ทุกคนพึงใช้วิจารณญาณของตนเอง เพราะขึ้นอยู่กับมโนสำนึก และสำนึกใฝ่ดี ใฝ่ต่ำของแต่ละคนว่ามีมากน้อยแตกต่างกันอย่างไร

เริ่มจาก....

1. ขายเสื้อ “เราจะสู้เพื่อในหลวง” เพื่อเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้กับทักษิณ ชินวัตร ที่บังอาจถอดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกจากช่อง 9 อ.ส.ม.ท. แหล่งข่าวจากโรงงานผลิตเสื้อ “เราจะสู้เพื่อในหลวง” เปิดเผยว่าสนธิ สั่งผลิตเสื้อจากหลายโรงงาน แต่รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านตัว ราคาต้นทุนแขนสั้น 40 บาท แขนยาว 60 บาท ราคาขายแขนสั้น 150 บาท แขนยาว 200 บาท ประมาณการกันว่ารายได้จากการขายเสื้อ “เราจะสู้เพื่อในหลวง” ไม่น่าจะน้อยกว่า 200 ล้านบาท

ขณะนี้เงินจำนวนนี้ ไปนอนอยู่ในธนาคารแห่งหนึ่งในฮ่องกงแล้ว สนธิ ผลิตเสื้อ “เราจะสู้เพื่อในหลวง” ออกมาขาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ การแตกความสามัคคีของคนในชาติ ทั้งๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ให้คนไทยรู้รักสามัคคี และไม่เผชิญหน้ากัน นี่เป็นการอ้างความจงรักภักดีที่น่าประหลาดใจ

แต่ที่น่าประหลาดกว่านี้ก็คือ รายได้จากการขายเสื้อ “เราจะสู้เพื่อในหลวง” มีการทักท้วงกันมากว่า มีการแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ผลิตสินค้าออกจำหน่าย เข้าข่ายหลอกหลวงผู้ซื้อ ว่าเป็นการสมทบทุน “สู้เพื่อในหลวง” แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการทำธุรกิจ หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ทั้งไม่ได้ขอพระบรมราชานุญาต ทั้งไม่ได้นำเงินทูลเกล้าถวายฯ ทั้งไม่ได้ตอบคำถามประชาชนว่าเงินที่ได้มานำไปใช้จ่ายอย่างไร จากการแอบอ้างสถาบัน บางคนเปรียบกับเสื้อคุณทองแดง ที่มีการผลิตขึ้นมาขายโดยหน่วยงานบางหน่วยงาน ยังต้องขอพระบรมราชานุญาต และรายได้ที่เกิดขึ้น ก็นำขึ้นทูลเกล้าถวาย แต่สนธิ กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อคำถาม คำทักท้วง และคำทวงถาม เรื่องเงินที่ได้จากการขายเสื้อ เหมือนกับว่าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เพราะเงินอุดหู

2. เปิดประเด็นโจมตี ทักษิณ ชินวัตร ไม่เคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการทำตัวเสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรณีทำบุญประเทศไทย ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และหลงเชื่อว่า นายกฯทักษิณ บังอาจทำตัวเสมอพระเจ้าอยู่หัว ทั้งๆที่เป็นการกล่าวหาใส่ร้าย โดยปราศจากข้อเท็จจริง และเป็นการกล่าวหาโดยที่ไม่รู้ระเบียบประเพณี หรือรู้แล้วแต่แสร้างทำเป็นไม่รู้ ปิดบังข้อมูลที่เป็นจริงไว้ นำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จ เพื่อให้ประชาชนคนไทย เกลียดชังเข้าใจผิด ต่อนายกฯทักษิณ การแสร้งโง่และโกหกของสนธิ ในเรื่องนี้ ทำให้เดือดร้อนกันไปหมด และในที่สุดต้องเดือดร้อนไปถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากที่สำนักราชเลขาธิการ และสำนักพระราชวัง จัดทำหนังสือชี้แจงแล้ว แต่สนธิ ก็ยังคงนำเสนอข้อมูลเท็จ ที่คิดขึ้นมาเอง จินตนาการเอง ไม่ยอมรับฟังคำชี้แจงของสำนักพระราชวัง กระทั่งความเข้าใจผิดของประชาชนที่มีต่อนายกฯทักษิณ ลุกลามไปจนทั่วประเทศ

สุดท้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2548 ว่า “ไม่ผิด” จึงทำให้ประชาชนคลายความคลางแคลงใจต่อนายกฯทักษิณ ลงได้ แต่ สนธิ หาได้นำพาต่อพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ ทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่รู้ไม่ชี้กับพระราชดำรัส ไม่ทุกข์ ไม่ร้อนกับ ข้อกล่าวหาของตัวเอง ที่ใส่ร้ายผู้อื่น จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ลุกลามขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ

ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีคำชี้แจงจากสนธิ แม้แต่คำเดียวว่าเอาข้อมูลจากไหนมากล่าวหาให้ร้ายนายกฯทักษิณ มีแต่การสร้าวงประเด็นใหม่ๆ เพื่อขยายความบาดหมางใจ ความไม่พอใจในหัวใจประชาชนที่มีต่อนายกฯทักษิณ ให้เพิ่มขึ้นอีก

3. การชุมนุมใหญ่ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 และการอ่านคำถวายฎีกาให้ทรงใช้พระอำนาจแก้ไขปัญหา ซึ่งมีตอนจบของคำถวายฎีกา ว่า “ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอกราบบังคมทูลถวายฎีกาต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพื่อทรงพระกรุณาปัดเป่าทุกข์ยากของอาณาประชาราษฎร์ อันเกิดจากน้ำมือของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สุดแท้แต่พระองค์จะทรงพระกรุณาวินิจฉัย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายชีวิตด้วยความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยทั้งชาติ และขอปฏิญาณตนว่าจะต่อสู้เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พิทักษ์รักษาสิทธิผลประโยชน์ของคนไทยทั้งชาติ เพื่อมิให้อธรรมอ้างความชอบธรรมแสวงหาผลประโยชน์ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

สนธิ ทำให้ทุกคนที่ร่วมชุมนุมลานพระบรมรูปทรงม้า และผู้ที่ชมการถ่ายทอดเหตุการณ์ทางโทรทัศน์ ต้องตกตะลึงกับลีลาการอ่านคำถวายฎีกาด้วยท่าทางที่ไม่มีใครเคยพบเคยเห็นมาก่อน กล่าวคือ มีทั้ง ชี้นิ้ว ชี้หน้า ชี้กราด เท้าเอว ตะโกน ซึ่งเป็นอาการที่คนไทยทั่วไปไม่ใช้ และรับไม่ได้กับการถวายฎีกา ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงความไม่เหมาะสมของสนธิ ที่กระทำต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาท้ายหนังสือถวายฎีกา กลับปรากฎว่ามีชื่อผู้ถวายฎีกา เพียง 2 คน คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ นางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ แต่กลับประกาศว่าเป็นฎีกาของประชาชนคนไทยทั้งชาติทั้งแผ่นดินไม่พอใจและได้รับความเดือดร้อนจากการทำงานของนายกฯทักษิณ ชินวัตร

หลังจากการถวายฎีกา ที่หน้าบ้านพักพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ หน้าประตูพระบรมมหาราช วัง เสร็จสิ้นลง นักวิชาการ และประชาชนจำนวนมาก เสนอให้มีการสลายตัว และยุติการชุมนุมชั่วคราว เพื่อรอพระบรมราชวินิจฉัย แต่สนธิ กลับไม่สนใจที่จะรอพระบรมราชวินิจฉัย กำหนดวันชุมนุมขับไล่รัฐบาต่อทันที เพราะเห็นว่ากระแสกำลังขึ้น ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การถวายฎีกาของคนไทย ที่จะมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อกดดันให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยทางใดทางหนึ่ง

ไม่ว่าจะมีผู้คัดค้าน ทัดทานอย่างไร สนธิ ก็ไม่ได้ยิน ไม่ได้ฟัง และเดินหน้าต่อ จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายว่าสนธิ ถวายฎีกาเพื่ออะไร ต้องการใช้การถวายเป็นฎีกา เป็นเครื่องมือสร้างข่าว และปลุกระดมมวลชน เพื่อให้เกิดสัญลักษณ์การเผชิญหน้าระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับ รัฐบาล แค่นั้นใช่หรือไม่ แท้จริงแล้วสนธิ ไม่ได้สนใจผลของการถวายฎีกาเลยแม้แต่น้อย จะทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยหรือไม่ สนธิ ก็ไม่รู้สึกทุกข์ร้อน ขอแค่เพียงได้ถวายเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดฉากต่อสู้ยกใหม่กับทักษิณ ชินวัตร ก็เพียงพอแล้ว

แต่ที่น่าสนใจก็คือ นับแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ได้มีการถวายฎีกาไป สนธิ ก็ไม่เคยกล่าวอ้างถึงฎีกานั้นอีกเลย และไม่สนใจติดตามด้วยว่าทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไร หรือไม่ ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน นึกอยากจะยื่นก็ยื่น นึกอยากจะเลิกก็เลิก ทำราวกับว่าการถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีค่าเสมอเพียงการส่งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันให้ผู้อ่านทั่วไป นึกอยากส่งก็ส่ง นึกอยากจะเลิกส่งก็เลิก นี่คือพฤติกรรมของผู้จงรักภักดีแบบสนธิ ลิ้มทองกุล

4. การสร้างกระแสเรียกร้องให้ทรงใช้พระราชอำนาจตามมาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อเผด็จศึกทักษิณ ชินวัตร ให้พ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ให้ได้ ทั้งๆ ที่การคัดค้าน ทัดทาน ทักท้วงจากนักวิชาการจำนวนมาก ว่าเป็นการไม่สมควรที่จะสร้างกระแส กดดัน เรียกร้องให้ใช้พระราชอำนาจ เพราะไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ แต่ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็เพิกเฉยกับเสียงคัดค้านทุกเสียง และเดินหน้าต่อ ปลุกระดมประชาชน ให้เข้าชื่อ ให้ร่วมส่งเสียง ให้ทรงใช้พระราชอำนาจตามมาตรา 7 เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่

การเรียกร้องนายกรัฐมนตรีพระราชทาน ดังกระหึ่มไปทั่วฟ้าเมืองไทย เพราะสนธิ ชักนำให้ประชาชนเข้าใจผิด ว่าเป็นสิ่งที่ถูก และเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่จะทรงทำอะไรก็ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ให้อำนาจมากมาย

กว่าประชาชนทั่วประเทศจะรู้ว่าการเดินตามสนธิ เป็นสิ่งที่ผิด ขัดรัฐธรรมนูญ มิหนำซ้ำ ยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อพระมหากษัตริย์อีกด้วย ก็ต่อเมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ว่าการเรียกร้องมาตรา 7 เป็นการทำให้พระองค์ท่านทรงเดือดร้อน และไม่เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่านจะไม่พระราชทานนายกรัฐมนตรี นั่นล่ะ ประชาชนจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเดินผิดทางมายาวไกลมาก

แต่สนธิ ก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวกับพระราชดำรัส และความเดือดร้อนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังไม่ทันที่พระราชดำรัสจะถูกตีพิมพ์เป็นตัวหนังสือ เผยแพร่ต่อประชาชนทั่วไป สนธิ ให้สัมภาษณ์สวนทางพระราดำรัส ทันที ซึ่งคัดลอกมาจากเวปไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ดังนี้

“ผู้สื่อข่าวถามว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตรัสว่า มาตรา 7 เรื่องการ ขอนายกฯ พระราชทานไม่สามารถใช้ได้ นายสนธิ กล่าวว่า “มาตรา 7 พระองค์ท่านก็บอกว่าพระองค์ท่านใช้ยาก เพราะพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ แต่พระองค์ท่านก็ไม่ได้ บอกว่าพระองค์ท่านจะไม่ใช้

เมื่อถามต่อว่า แต่กระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่านไม่ต้องการที่จะทำเกินหน้าที่ นายสนธิ กล่าวว่า ถูกต้อง แต่ว่า ต้องมีคนรับสนองพระบรมราชโองการ ก็แสดงว่าถ้ามีคนรับสนองพระบรมราชโองการ พระองค์ก็พร้อมจะใช้

ต่อข้อถามถึงข้อเรียกร้องที่กลุ่มพันธมิตรเรียกร้องนายกฯพระราชทาน จะเดินหน้าต่อหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า “เราก็เดินเหมือนเดิม เพราะเราก็ ยังยืนยันว่าการต่อสู้ครั้งนี้เรายืนหยัดเพราะการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตย เราก็อยากรู้เหมือนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะโมฆะหรือเปล่า”

เมื่อถามว่า จะทบทวนบทบาทการชูเรื่องมาตรา7 หรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า “เรายังรวมอยู่ในทุกบทบาท เพราะตนคิดว่าถ้ามีคนรับสนองพระบรมราชโองการก็ชูได้ ทำไมจะชูไม่ได้”

ก่อนจะจบท้ายการสัมภาษณ์ว่า "มันแข็งกร้าวตรงไหน และตนก็เห็นด้วยว่าที่จะให้ทุกอย่างอยู่ในระบอบรัฐสภา แต่ถ้า นายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ลาออกก็ใช้มาตรา 7 ได้ เพราะมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ"

ก็อย่างนี้ล่ะ ถ้อยคำวาจา และการแสดงออกของผู้จงรักภักดีอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล

5. การสร้างกระแสปฏิญญาฟินแลนด์ ให้ประชาชนหลงเชื่อและเข้าใจผิดว่า นายกฯทักษิณ วางแผนการที่จะแยกสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกจากประชาชน ลดบาทบาทและอำนาจของพระมหากษัตริย์ ด้วยการปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ และเชื่อมโยงให้เป็นแผนการร้ายของนายกฯทักษิณ ชินวัตร และคณะผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย จำนวนหนึ่ง ที่ไปวางแผนการกันไกลถึงประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดที่ผูกโยงปะติดปะต่อกันขึ้นมานี้ เป็นการจินตนาการของสนธิ ลิ้มทองกุล ชัยอนันต์ สมุทวณิช ปราโมทย์ นาครทรรพ ซึ่ง สองคนหลังเป็นลูกจ้าง เขียนบทความแลกเงินค่าคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการของสนธิ ลิ้มทองกุล นั่นเอง แล้วก็ยังมี โสภณ สุภาพงษ์ อีกคนหนึ่ง ที่ร่วมกันจินตนาการสร้างแผนร้ายนี้ขึ้นมา แล้วก็โยนว่าเป็นความคิดของนายกฯทักษิณ ชินวัตร กระแสปฏิญญาฟินแลนด์ ไม่ต่างจากกระแสพรรคคอมมิวนิสต์ ในอดีต คือมีการกล่าวหานักการเมืองกลุ่มหนึ่งจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ จนนำไปสู่การต่อสู้ และการทำลายล้างกันทางการเมืองอย่างรุนแรง พฤติกรรมของสนธิ ในเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ ไม่แตกต่างจากเรื่องกรณีทำบุญประเทศไทย ในพระอุโบสถวัดพระแก้ว แต่เพิ่มความเข้มข้น และระดับความเกลียดชังคนชื่อทักษิณ ชินวัตร ในหัวใจของคนไทย ให้สูงขึ้นหลายเท่าตัว

แต่น่าเสียดายที่พฤติกรรมของสนธิ และ พวกพ้อง ลูกน้องค่ายผู้จัดการ ทำกันมาแล้วหลายครั้งหลายหน ถูกจับได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าเป็นความเท็จ ไม่ใช่ความจริง กรณีปฏิญญาฟินแลนด์ จึงปลุกไม่ขึ้น เพราะสื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่เล่นด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อ และผู้กล่าวหาก็ไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ยืนยันคำพูดของตัวเอง ว่าเป็นเรื่องจริง นี่ก็คือ พฤติกรรมของผู้จงรักภักดีของ สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้จงรักภักดี ที่ใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมือทางการเมืองของตัวเองมาโดยตลอด และ ใช้ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ของคนไทย เป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือในการจุดประเด็น โหมไฟไล่นายกฯทักษิณ ชินวัตร มาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังไม่สำเร็จ การสร้างกระแสปฏิญญาฟินแลนด์ขึ้นมา ก็เป็นอีกครั้งของการจุดกระแสและโหมไฟไล่นายกฯทักษิณ

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กุเรื่องไม่เคารพสถาบันพระมหากษัตริย์ หากแต่เกินเลยไปถึงขั้น คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ กันเลยทีเดียว เมื่อประมวลการพัฒนาทางความคิดของสนธิ ลิ้มทองกุล จากวันเริ่มต้นต่อสู้กับทักษิณ ชินวัตร จนถึงวันนี้ จึงไม่อาจสรุปเป็นอื่นได้ นอกจากว่า

“สนธิ กำลังใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ให้แก่ตัวเอง และเป็นอาวุธประหัตประหารศัตรูของตนเอง โดยหามีความจงรักภักดีอย่างแท้จริงไม่”

ความจงรักภักดีแบบสนธิ ลิ้มทองกุล จึงเป็นความจงรักภักดีจอมปลอม ที่ต้องเร่งกำจัดให้สิ้นซากจากแผ่นดินไทย ก่อนที่ประเทศไทยจะลุกเป็นไฟเพราะบุคคลผู้นี้


เรื่องแนะนำ:




บทวิจารณ์
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ไร้สาระ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ไร้สาระ............ คนที่เขามาฟัง เขามีความรู้ ความเข้าใจ อะไรเป็นอะไร ไม่เหมือน คนบางภาค ที่ไม่เข้าใจ (ไม่ได้ว่านะ) ใครรักทักษิณ ลองให้เป็นแบบ อินโนนีเซีย ก็จะรู้เอง......ลองดูกันไป ตือนอะไรไม่ฟัง ต้องเจอเอง
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ไร้สาระ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
เตือนอะไรไม่ฟัง ต้องเจอเอง ถึงจะรู้สึก
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย เหอ เหอ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ต้องให้เจอกับตัวครับไม่งั้นก็ยังงมงายกันต่อไป
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย o_O เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ตอนแรกก็ไม่ว่าอะไรนะที่สนธิ ลิ้มทองกุลออกมาประท้วง แต่การปฏิวัตินี่ไม่ใช่ทางออก ถ้ายังเห็นและเชื่ออย่างมั่นใจว่าสนธิ ลิ้มทองกุลถูกต้องก็แสดงว่าเชื่อในการทำรัฐประหาร ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้ไทยเป็นแค่อินโดนีเซียอย่างที่พูด แต่มันไปถีงปากีสถานเรยทีเดียว
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย คนอีสาน 1000% เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ทำไมต้องดูถูกคนภาคอื่นด้วยครับไม่เข้าใจ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย เหยย เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
การใช้สติปัญญาและความคิดตัดสินทุกอย่างที่เราได้รับรู้มาเป็นสิ่งสำคัญนะครับ เราไม่ได้ว่าคนภาคใดภาคหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่คนทุกคนย่อมมีสติเป็นของตนเองอยู่ที่ว่าเขาจะเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่เขารับรู้มาว่าอย่างไรต่างหาก
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ED เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ขอหลักฐานที่บอกว่า ทักสิน โกงให้หน่อย อยากเห็น เห็นแต่พูดว่าโกงๆ โกงไรหรอ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย "MIX" เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
มัวหลงเหลิงระเริงสราญ กิเลสมารจะมาฆ่าตัวตาย
.....เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกสิ่ง..เคารพในกฏกติกา...แล้วให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไป..
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย พลังเงียบ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
พันธมิตรประชาชนเพื่อการปฎิวัติ สนธิพวกทำลายชาติตัวจริงอัธพาลการเมือง
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ของแท้ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
บอกตรงๆนะตั้งแต่สนธิฯบางกฏตัวขึ้มมากลับทำให้ประทเศชาติวุ่นวายตลอดเลยมีความรู้สึกว่าเค้าเกลียดคุณทักษิณมากแต่ใช้พลังประชาชนที่เค้าจ่ายมากดดันทำลายฝ่ายตรงข้าม ถ้าเค้าเก่งจริงทำไมไม่มาสมัครเป็นนายกเสียเองละไม่ดีกว่านี้หรือ คุณทักษิณเป็นนายกที่มีผลงานมากกว่านายกทุกคนแต่กลับโดนใช่ร้ายน่าสงสารนะ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ของแท้ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ตอนคุณทักษิณเป็นนายกยาบ้าหมดไปจากประเทศไทย---พอสนธิมาขับไล่คุณทักษิณออกนอกประเทศ--ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมืองเลยเจริญแท้ๆๆๆ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย คนพันทาง เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ตรูและเมียมีงานทำและหนี้ก็หมดเกลี้ยงก็เพราะทักษิณโว้ยยยยยยย
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ก๊ากๆๆๆๆ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่ ..............ที่แน่ๆ.....เท่าที่รู้จากวงในก็คือ.........ที่สนธิทำไปทุกอย่างก็เพื่อแก้แค้นจากการเสียผลประโยชน์...........สนธิเสียผลประโยชน์จากการคอรัปชั่นของรัฐบาลทักษิณ...............ข้อมูลนี้เป็นความจริง
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ของแท้ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
เอามาให้ดูหน่อยดิ---จะบอกอะไรให้ของฟรีไม่มีในโลกแต่เมื่อได้มาแล้วตอบแท้กลับคืนไม่ล่ะ
    คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย แล้วไงวะ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
เหนด้วยกับ จขกท นะ เพราะมีคนบางคนโง่ๆให้หลอกใช้อยู่หลายตัวก็เสร็จมันดิ ประเทศไทยกำลังจะเจริญอยู่แล้ว แมร่งมาจากไหนอ่ะ ชิหายทั้งประเทศเลย ไอพวกโง่ก้โง่ดักดาน ไม่รุ้อะไรเป็นอะไร เห็นเปนของอินเทรนไปสะงั้น บ้าป่าว หัวมีไว้ให้ผมขึ้นอย่างเดวหรอไงคนพวกนี้ ถ้าจะวัดก้วัดจากการเลือกตั้งนี้เปนไง ขนาดทักษิณไม่อยู่ ยังได้ตั้งกี่เสียง แล้วทีนี้จะว่าไรเขาอีกล่ะ? ขายเสียงรึ? ขายทั้งภาคอีสาน? ป่านนี้ทักษินคงกินเกลืออยุ่ล่ะมั้ง ไม่มีเงินจะกินข้าวแล้ว พอทีเหอะ ประชาชนเลือกแล้ว อย่าโง่งมงายกับพวกเห็นแก่ได้ส่วนตัวอีกเลย ตาสว่างสักทีเหอะ ปล.ตอนนี้สนธิ ลิ้ม มันหายไปไหนวะ ไม่เหนหัวมันเลยเนอะ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย แตง เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
สนธิ มันคือตัวป่วนประเทศไทย ทำให้เศรษฐกิจไทยพังพินาศย่อยยับ อัพปรีย์ สัปดน ที่คนไทยโง่ๆเองก็ยอมรับคำพูดของคนเสียสติตนนี้
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย G_G เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ช่วงนี่งานเยอะจริงๆ..เฮ้อ....= =" "การมี sub เป็นลาภอันประเสริฐ"
มันต้องติดตามตั้งแต่ตั้นถึงจะรู้อะไรจริงอะไรไม่จริง ข่าวสารก่อดูหลายๆ แหล่ง อย่าเอาแต่ดู TV บางช่อง หรืออ่านแต่ไทยรัฐ อย่างเดียว หาอ่านจากแหล่งอืน แล้วค่อยมาวิเคราะห์ดู เพราะทุกข่าวนั้น ย่อมมีข่าวเท็ส อยู่บ้าง ถ้าให้พูดจริงๆ เท่าที่ตัวเองติดตามมาแต่ก่อน คุณทักษิณเป็นคน พูดอีกอย่างทำอีกอย่าง ไม่มีสัตจะ อันนี่แค่ดูจาก TV ที่ทักษิณออกมาพูดในแต่ครั้ง ตัวเราก่อจำไว้ว่าพูดไรไป แล้วทำยางที่พูดไม่ ก่อแค่นี่แล ทุกอยางรวนมีสาเหตุ อีกอยางคนดีๆ เขาไม่โกงชาติโกงแผ่นดินหรอก ถ้าโกงชาติได้อย่างอืนก่อทำได้หมด แล้วถ้าเป็นสมัยก่อน คงโดนประหาร 9 ชั่วโครตไปแล้ว (เหอะๆ ดูหนังจีนมากไปน่อย)
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย G_G เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ช่วงนี่งานเยอะจริงๆ..เฮ้อ....= =" "การมี sub เป็นลาภอันประเสริฐ"
แมวเราข้างบนน่ารักปาวววว ..อิอิ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Mr.D เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
อ้ายยย _สนธิ saaaaaaaddddddd เลวมากก
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Mr.D เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
จะลบจากหน้าแรกไมเนี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยเรื่องดีๆแบบนี้น่าจะให้คนอื่นไอ้อ่านจะได่ดัง ประชาชนจะได้หูตาสว่างมั้ง ไรว้า
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย อีกด้านของข้อย เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ความจริงคือสนธิกล้าและสู้เพื่อความถูกต้อง คนเห็นด้วยมากมายร่วมแจม 55 คนกรุงเทคะแนนให้อีกขั้วทะล่มทะลาย ทำทั่นหมักเสียจิตเลย--แหล่มจริงๆแม้ว --จบข่าว--
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย o_O เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
"..กรุงเทพไม่ใช่ประเทศไทย.." - อภิสิทธิ์, หน.พรรคปชป
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย o_O เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ส่วนเรื่องความถูกต้องที่คุณสนธิกล้าพูด คือทุกเรื่องที่เป็นความผิดพลาดของทักษิณ เรื่องความถูกต้องที่ไม่กล้าพูดคือ - สปก 4-01 - บอยคอทการเลือกตั้ง - ขอพระราชทาน มาตรา 7 เพื่อเป็นนายก - ในหลวงทรงตำหนิการทำรัฐประหาร - การหนีทหารของนายอภิสิทธิ์ - ชู้รักของนายชวน หลีกภัย - บัง สามใบสมรส - สพรั่งที่ไม่ได้เป็น ผบ.ทบ. - ลูกชายตนเองที่ขายการ์ตูนโป๊ - รมต. ในสมัยนายกชวน 2 โกงนมเด็กนร - หลังบ้านพิษณุโลกของนายกชวน 2 มีการขายแผ่นซีดีเถื่อน (ถ้าเป็นคนดีก็ถือว่าโง่ ถ้าเป็นคนเลวก็ถือแย่) - ความสามารถในการสร้างหนี้ให้ปชช. คนละ 1 แสนภายในเวลา 2 ปี - รมต. คนนึงสูบยาเสพติดโชว์ต่อหน้านักข่าว - " ยังไม่ได้รับรายงานครับ " - ฯลฯ แต่เหตุผลที่ทำให้ปชป ไม่โดนรัฐประหาร เพราะเนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพล.อ.เปรม
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ผมเอง เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ทำไมไม่ช่วยกันโหวตให้กระทู้นี้ไปอยู่หน้าๆ เพราะจริงๆแล้วกระทู้นี้ไม่ได้เชียร์ใครเลย แต่เอาเฉพาะคนทำผิดจริงๆ ข้อมูลจริงมาให้รับรู้
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย บ้าป่ะ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
คนแถวนี้
ถึงอดีตนายกฯทำผิดจริงๆ ก็มีอยู่หลายวิธีที่จะนำตัวมาลงโทษโดยไม่ทำให้ประเทศที่กำลังเจริญก้าวหน้า ต้องมาพังเสียหาย แถมคนในชาติที่เคยรักใคร่ปรองดอกกัน ต้องมาแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน รังเกียจกันเอง หรือคุณคิดว่าทักษิณเป็นถึงนายกฯคงจะเอาตัวมาดำเนินคดีอย่างคนธรรมดาๆได้ยาก ถ้าคิดแบบนี้ก็โง่เต็มที เท่ากับดูถูกประเทศของตัวเองว่าไม่มีปัญญาเองตัวคนผิดมาลงโทษได้ เหมือนกับว่ากฎหมายไทยไม่มีประโยชน์อะไรเลย ผู้ที่กระทำผิดไม่ว่าจะมียศฐานบรรดาศักดิ์สูงแค่ไหน หรือเป็นผู้มีอิทธิพลมากแค่ไหนก็ตาม กฎหมายของไทยสามารถนำตัวมาดำเนินคดีได้ โดยไม่ต้องทำให้ชาติวุ่นวายเสียก่อน ไทยเรามีเจ้าหน้าทางด้านกฎหมายเก่งจะตาย แต่นี่อะไร แค่คนๆเดียวก็ถึงกับต้องทำให้ชาติวุ่นวายเสียหายก่อนหรือถึงจะเอาผิดได้ พวกคุณสนธิคิดผิดมากๆ มีประเทศระบอบประชาธิปไตยที่ไหนบ้างที่เค้าทำกัน การจะเอาผิดต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนซะก่อนแล้วค่อยจับตัวมาลงโทษ เมื่อทำผิดจริงด้วยคดีโก่งกินบ้านเมืองแบบนี้ ยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว หรือพวกคุณสนธิจะทำเพื่อตัวเอง กลัวจะเสียหน้า ขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ ต้องเอาให้ถึงที่สุด ถึงชาติบ้านเมืองจะพังพินาศก็ไม่สน ใช้ปัญญาหน่อยสิ จะทำอะไรต้องคิดก่อน อย่าใช้อารมณ์ร้อนของตัวเองจนทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย แล้วตอนนี้เห็นมั้ยชาติเป็นไง พัง แล้วได้อะไร ธิเอ้ยธิ....หมดคำบรรยาย (ขอให้ทุกคนรักกันเหมือนเดิม ขอใหรักกันเหมือนแม่รักลูก ปารถนาดีต่อ อย่าได้ทะเลาะกันอีกเลย ไม่งั้นล้มจมกันหมด)
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ผมเอง เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ผมว่ามีคนพยายามทำให้กระทู้นี้ไปอยู่หน้าหลังๆนะ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Konlaoza เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
- -
ใช่ว่าคนจะเปิดคนเพราะเหมือน จงแน่ใจว่าคนคือคนไหน ดูคนเป็นเหมือนคนไม่ใช่ควาย อย่าบรรยายให้มากความคนไม่เข้าใจ ......................................................... ผมในฐานะเด็กคนนึงที่เกิดในแผ่นดินใต้ ร่มพระบารมีขององค์เหนือหัวซึ่งถิ่นฐาน ของผมอยู่ทางภาคเหนือของประเทศซึ่งเรียกว่า เชียงใหม่ เราเป็นคนไทยควรใช้ประชาธิปไตยเวลาพิสูททุกสิ่งเราจะรู้เองว่าเราเข้าใจผิดหรือเข้าใจถูกกันแน่พวกคุณเตรียมตัวเตรียมใจไว้
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย priboi เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
สนธิSHIP หาย
เควี้ยสนธิไปตายซะ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย tarhisoka เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
เกลียดไม่มีคำบรรยาย เกิดมาชาตินี้ขอยิงกระบาลสนธิซักครั้ง ถ้ามีปฏิวัติอีก เอาสนธิคนแรก
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย bum เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ตามหาอะไรอยู่หรือ
กรูเกลียด ทักษินว่ะ แต่กรูยอมรับ ทักษิน เป็นนายกที่เก่งที่สุดว่ะ เยอะจนกรูพอที่จะหลับตาข้างนึงเพื่จะเลือกมันต่อ เพราะถ้ามรึงก้าวมาเป็นผู้นำสูงสุดจริงๆ มรึงไม่มีทางเอาใจทุกฝ่ายได้หรอก (พวกมรึงไม่มีทางเข้าใจถ้าไม่เคยอยู่จุดนี้)
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย tunnaja5 เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว
คุณเคยขอค่าทำรายงานแม่ เกินความจริงไหม ง่ายๆรายงาน 40 บอกแม่ 60 แล้วเอา20ไปเล่นเกมส์ เคยไหมบอกค่าเทอมแม่ เกินความจริง พยายามไม่ให้แม่ดูใบเสร็จ เพราะที่ขอกับที่จ่าย มันไม่ตรงกัน.......................... คุณว่าเค้าโกง เกลียดเขา หาว่าเขาไม่ดี แล้วคุณหล่ะ ดีไปกว่าเค้ารึปล่าว ถ้าคุณไม่เคยทำแบบที่พิมพ์ไป okคุณด่าเค้าได้ แต่ถ้าคุณเคยทำ อย่าว่าแต่ด่าเค้าเลย.....หึ
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้
เรื่องล่าสุด: การเมือง




 
 
  Chat