โฆษณากับสีแดง
ภาพประกอบ


คำสั่ง

บทวิจารณ์

    โดย montasavi เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
หลักกาลามสูตร ๑๐ ที่ว่าด้วยการอย่าเชื่อ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ดังนี้

๑. มา อนุสฺสาเวน อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา
๒. มา ปรมฺปราย อย่าเชื่อโดยเหตุสักว่าตามสืบๆ กันมา
๓. มา อิติ กิราย อย่าเชื่อโดยตื่นข่าว
๔. มา ปิฎกสัมฺปทาเนน อย่าเชื่อโดยอ้างปิฎก
๕. มา ตกฺกเหตุ อย่าเชื่อโดยนึกเดาเอาเอง
๖. มา นยเหตุ อย่าเชื่อโดยคาดคะเน
๗. มา อาการปริวิตกฺเกน อย่าเชื่อโดยการตรึกตรองตามอาการ
๘. มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนกฺขนฺติยา อย่าเชื่อโดยเห็นว่าถูกตามลัทธิของตน
๙. มา ภพฺพรูปตาย อย่าเชื่อโดยเห็นว่า ผู้พูดควรเชื่อได้
๑๐. มา สมโฌ โน ครุ อย่าเชื่อโดยถือว่า สมณะนี้เป็นครูของตน


พุทธประสงค์ที่แท้จริงในการตรัสเรื่องนี้ ก็คือ ไม่ทรงให้ปลงใจเชื่อถือเพียงเพราะอ้างตำรารวมไปถึงตำราที่เรียกกันว่าพระไตรปิฎกด้วย แต่ก็มิใช่หมายความว่าไม่ให้เชื่ออะไรเลย ทรงประสงค์ว่า การตัดสินใจเชื่อในแต่ละเรื่องมิใช่ตัดสินใจเชื่อเพียงเพราะเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ใน ๑๐ ประการนี้ แต่ควรจะมีข้อมูลในการตัดสินใจเชื่อที่มากไปกว่านั้น เช่น ไม่ให้ตัดสินใจเชื่อเพียงเพราะฟังจากอาจารย์อย่างเดียว แต่ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนว่า คำพูดของอาจายร์นั้นสอดคล้องกับตำราอื่นหรือไม่ นำไปทดสอบทดลองแล้ว มีหลักการพอจะเข้ากันได้หรือไม่ เป็นต้น ทำดังนี้แล้วจึงค่อยตัดสินใจเชื่อ ....มิใช่ว่า ห้ามไม่ให้เชื่ออะไรเลย ( เพราะการเชื่อในหลักกาลามสูตร..ก็เป็นการเชื่อคัมภีร์เช่นกันมิใช่หรือ??)

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสอีกว่า “เมื่อใด ท่านทั้งหลายรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล ธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่านี้ผู้รู้ติเตียน ธรรมเหล่านี้ใครยึดถือปฏิบัติถึงที่แล้วจะเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ เมื่อนั้นท่านทั้งหลายพึงละเสีย ฯลฯ เมื่อใดท่านทั้งหลายรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษธรรมเหล่านี้วิญญูชนสรรเสริญ ธรรมเหล่านี้ใครยึดถือปฏิบัติ จะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อนั้นท่านทั้งหลายพึงถือปฏิบัติบำเพ็ญ(ธรรมเหล่านั้น)"


ในกรณีที่ผู้ฟังยังไม่รู้ไม่เข้าใจและยังไม่มีความเชื่อในเรื่องใด ๆ พระพุทธเจ้าก็ไม่ทรงชักจูงความเชื่อ เป็นแต่ทรงสอนให้พิจารณาตัดสินเอาตามเหตุผลที่เขาเห็นได้ด้วยตนเอง
    โดย montasavi เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว


ในเรื่องนี้ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ประยุทธ์ ปยุตฺโต) อธิบายว่า

คำว่า อย่ายึดถือ ในที่นี้ ขอให้เข้าใจความว่า หมายถึงการไม่ตัดสินหรือลงความเห็นแน่นอนเด็ดขาดลงไปเพียงเพราะเหตุเหล่านี้ ตรงกับคำว่า "อย่าปลงใจเชื่อ" อนึ่ง ไม่พึงแปลความเลยเถิดไปว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้เชื่อสิ่งเหล่านี้และให้เชื่อสิ่งอื่นนอกจากนี้ แต่พึงเข้าใจว่าแม้แต่สิ่งเหล่านี้ซึ่งบางอย่างก็เลือกเอามาแล้วว่าเป็นสิ่งที่น่าเชื่อที่สุด ท่านก็ยังเตือนไม่ให้ปลงใจเชื่อไม่ให้ด่วนเชื่อ ไม่ให้ถือเป็นเครื่องตัดสินเด็ดขาด ยังอาจผิดพลาดได้ ต้องใช้ปัญญาพิจารณาก่อน ก็ขนาดสิ่งที่น่าเชื่อที่สุดแล้วท่านยังไม่คิดเชื่อ ให้พิจารณาให้ดีก่อน สิ่งอื่นคนอื่นเราจะต้องคิดพิจารณาระมัดระวังให้มากสักเพียงไหน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้นับถือในลัทธิศาสนาหรือหลักคำสอนใดๆ พระองค์จะตรัสธรรมเป็นกลางๆเป็นการเสนอแนะความจริงให้เขาคิด ด้วยความปรารถนาดี เพื่อประโยชน์แก่ตัวเขาเอง โดยมิต้องคำนึงว่าหลักธรรมนั้นเป็นของผู้ใด โดยให้เขาเป็นตัวของเขาเอง ไม่มีการชัดจูงให้เขาเชื่อเลื่อมใสต่อพระองค์หรือเข้ามาสู่อะไรสักอย่างที่อาจจะเรียกว่าศาสนาของพระองค์ พึงสังเกตด้วยว่าจะไม่ทรงอ้างพระองค์หรืออำนาจเหนือธรรมชาติพิเศษอันใดเป็นเครื่องยืนยันคำสอนของพระองค์ นอกจากเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ให้เขาพิจารณาเห็นด้วยปัญญาของเขาเอง




ปัญญาสำคัญไฉน ?

ศาสนาพุทธ : ปัญญามีไว้สำหรับทำลายศรัทธา เพราะเมื่อรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง แล้ว ก็ไม่ต้องเชื่อต่อใครอีกต่อไป เปรียบเหมือน ผู้ที่เคยลิ้มรสมะนาวมาแล้ว เขาไม่ ต้องเชื่อต่อใครอีกต่อไปว่ามะนาวมีรสเปรี้ยว เพราะได้ประจักษ์ด้วยตน เองแล้ว..พระอรหันต์เป็นอสัทธา ( ผู้ไม่มีความเชื่อ มีแต่ความรู้แจ้งในสภาวะธรรมที่ปรากฏ)

ศาสนาอื่นๆ : ปัญญามีไว้เพื่อค้นหาเหตุผลมาเพิ่มพูนสนับสนุนศรัทธา ที่มีอยู่แล้วให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
    โดย boi9999 เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
ควรเอาไปตั้งเป็นกระทงนะ
    โดย arebajang เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
สาธุ เป็นหลักธรรมง่ายๆ ที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่ไม่มีใครคิดทำตาม พากันยึดติดแบบไม่รู้จักคิด หรือบางที่ก็เอาหลักธรรมข้อนี้ไปใช้มั่วๆ
    โดย G_G เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
นี่และพระพุทธศาสนาก่อไม่ต่างกับหลักวิทยาศาสตร์...ต้องมีหลักการและเหตุผลที่หน้าเชื่อถือถึงจะเชื่อได้

แตกต่างจะศาสนาอื่นที่ให้เชื่ออย่างเดียว....จะทำให้คำสอนของศาสนาเหล่านั้นเป็นเพียงนิยายที่ถูกแต่แต้มขึ้นกันเอง
    โดย บุบบิบ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
อ่าๆ ใช่ครับถูกต้อง เราจะเชื่ออะไรแบบงี่เง่าไม่มีเหตุผลไม่ได้ นอกจากสามารถพิสูจได้ว่าเป็นความจริง
    โดย cloecho เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ปัญหาบางอย่างก็ลึกซึ้งเกินกว่าจะเข้าใจได้
ความรู้ของมนุษย์มีขีดจำกัด ทำให้พัฒนาได้เท่าที่ความรู้นั้นมี จะเกิดปัญญาได้ต้องฝึกจิต ทำสมาธิ ให้ลึกถึงระดับฌาณจึงจะสำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่ง่าย....แต่ถ้ามีความตั้งใจมุ่งมั่นจริง ทำได้แน่นอนครับ.
    โดย เงาจันทร์ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
อืม ชัดเจนครับ
    โดย oatxxx เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
แหล่มครับ
    โดย เด็กดื้อ03 เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
นี่แหละครับ
ที่ทำให้พุทธศาสนาเป็น
ศาสนาแห่งวิทยาศาสตร์
ไม่สอนให้เชื่อโดยงมงาย
ทุกอย่างมีเหตุปัจจัย
สืบต่อกันมา
โมทนากับเจ้าของกระทู้ด้วยครับ...
    โดย เหมาหำตุง เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ที่แอฟริกามีพวกคนศาสนานึงเข้าไปเผยแผ่ มันล่อเด็กๆด้วยช็อกโกแลตเฮอร์ชี่ย์ สงสัยถ้าพุทธเข้าไปเผยแผ่ คงต้องเอาขนมตาล ขนมคกไปแข่ง555

เออลืมไป พุทธไม่ชักชวน ชอบก็เข้ามาเอง
    โดย บ้าป่ะ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
อย่าพึ่งปลงใจเชื่อ จนกว่าจะตรึกตรองด้วยปัญญาหาเหตุผลอันเป็นจริงเสียก่อน

สาธุๆๆๆๆ
    โดย ClaZzIc เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
ถ้าคุณไม่คิดพิจารณาแล้วคุณนับถือด้วยหลักศรัทธาตามตัวอักษรที่เขียนไว้อย่างเดียวหร๋อ
    โดย gotzira เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
เชื่อในสิ่งที่รู้จริงครับ หรือเชื่อในสิ่งที่เห็นจริง สิ่งดีๆควรบอกจริง ฟังในสิ่งที่เราพูดอย่าเชื่อในสิ่งที่เราบอก
คุณต้องเป็นสมาชิกคลับ จึงจะวิจารณ์กระทู้ได้
สมาชิกออนไลน์ล่าสุด

มอไซค์=>ฮ่าง เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
ภาคใต้งามเลิศ ระเบิดมากมี ประเพณีปล้นปืนทหาร สนุกสนานยิงครู เชิดชูสึนามิ...อิอิอิ
teampooh เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
○✿★เพราะฉันรู้ว่าตัวเองนั้นไม่ดีพอแต่เธอก็พร้อมที่จะเดินไปพร้อมกันมั้นใจในรักของเราฉันจะไม่ทำไห้เธอต้องผิดหวังหรือต้องเสียใจ★✿○
สะตอดอง เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำสูงต่ำอยู่ที่คุณทำตัว
LIGHTKUNG เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
edum เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
นุ๋กกรรนี้คุณ
caty เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
ความกตัญญูเป็นเกราะ คุ้มภัยที่ดีที่สุด
AAA (Tripple A) เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
แล้วเจอกันครับทุกคน ^^
aeasy9 เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
จักรพรรดิ เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว
กรุได้ Wii แล้ว ว้อยยย 55555+
wat546 เมื่อ 1 นาทีที่แล้ว


 
  Shout